ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจธรรมชาติของระบบย่อยอาหารในทารก ทำไมลูกถึงท้องป๋องหลังกินนม

การที่ทารกมีลักษณะท้องป๋อง ท้องป่อง หรือท้องกางออกหลังจากดื่มนมเสร็จ เป็นภาพที่พ่อแม่ทุกคนคุ้นเคยกันดี แต่บ่อยครั้งมักสร้างความกังวลใจว่าความผิดปกตินี้เกิดจากอะไร เป็นภาวะท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือมีโรคร้ายแรงซ่อนอยู่หรือไม่ ในฐานะกุมารแพทย์ สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ ระบบทางเดินอาหารของทารกแรกเกิดและทารกในช่วงขวบปีแรกยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ กล้ามเนื้อหูรูดส่วนบนของกระเพาะอาหารยังมีความแข็งแรงน้อย ประกอบกับทารกต้องกินอาหารที่เป็นของเหลวเป็นหลัก และมักจะเผลอกลืนอากาศเข้าไปในปริมาณมากขณะดูดนม ไม่ว่าจะจากการดื่มนมจากเต้านมมารดาหรือจากการดูดขวดนม ทำให้เกิดแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารและลำไส้ ส่งผลให้เกิดอาการท้องป๋องหลังกินนมได้เป็นเรื่องปกติ

อย่างไรก็ตาม อาการท้องป๋องหลังกินนมสามารถแบ่งออกได้เป็นสองลักษณะหลัก ได้แก่ ภาวะทางสรีรวิทยาปกติที่เกิดจากการกลืนอากาศและการขยายตัวของกระเพาะอาหารหลังมื้อนม กับภาวะผิดปกติที่มีแก๊สในทางเดินอาหารมากเกินไป ท้องอืดจากระบบย่อยอาหาร หรือภาวะแทรกซ้อนทางศัลยกรรมอื่นๆ การสังเกตลักษณะความตึงของหน้าท้อง อาการร่วม และพฤติกรรมของทารกจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินว่าลูกน้อยกำลังเผชิญกับปัญหาใดอยู่

กลไกการเกิดแก๊สและลมในท้องของทารก

เมื่อทารกดูดนม ทารกไม่ได้กลืนเฉพาะน้ำนมเข้าไปเท่านั้น แต่ยังกลืนอากาศหรือลมเข้าไปด้วยในปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับท่าทางการให้นม ความเร็วในการไหลของน้ำนมจากจุกนม หรือความหิวกระหายที่ทำให้ทารกดูดนมด้วยความรีบร้อน อากาศเหล่านี้จะเดินทางเข้าไปสะสมรวมกันในกระเพาะอาหาร เมื่อปริมาณลมมีมากขึ้นเรื่อยๆ จะดันให้กระเพาะอาหารขยายตัวออก ดันผนังหน้าท้องของทารกให้โป่งออกมาชัดเจนหลังจากมื้อนมเสร็จ

นอกจากนี้ น้ำนมแม่หรือนมสูตรสำหรับทารกจะถูกย่อยสลายโดยเอนไซม์ในระบบทางเดินอาหาร หากทารกมีภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ไม่สมบูรณ์ชั่วคราว หรือแบคทีเรียในลำไส้ทำปฏิกิริยากับกากอาหาร จะทำให้เกิดแก๊สปริมาณมากในลำไส้ใหญ่ร่วมด้วย ทำให้ท้องป๋องตึงแน่นและใช้เวลานานกว่าลมจะระบายออกหมด

สัญญาณเตือนและอาการร่วมที่ต้องเฝ้าระวัง

แม้ว่าอาการท้องป๋องหลังกินนมจะเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แต่พ่อแม่ต้องสังเกตอาการร่วมอื่นๆ เพื่อแยกแยะระหว่างอาการท้องอืดทั่วไปกับภาวะเจ็บป่วยที่ต้องได้รับการรักษา โดยอาการที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษมีดังนี้

  • ทารกร้องกวน งอแง ไม่ยอมนอน และแสดงอาการเจ็บปวดบริเวณหน้าท้อง เช่น การงอขาเข้าหาลำตัว กำมือแน่น และหน้าดำหน้าแดง
  • ท้องตึงแข็งมากเมื่อใช้มือกดเบาๆ ต่างจากลักษณะท้องป๋องนุ่มๆ ตามปกติหลังกินนม
  • อาเจียนพุ่ง อาเจียนบ่อยครั้ง หรืออาเจียนออกมาเป็นน้ำดีสีเขียวปน
  • ถ่ายอุจจาระผิดปกติ ท้องเสียรุนแรง หรือมีเลือดปนในอุจจาระ รวมถึงภาวะท้องผูกเรื้อรัง
  • น้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ หรือเติบโตช้ากว่าปกติ

วิธีดูแลและบรรเทาอาการท้องป๋องหลังกินนมอย่างถูกวิธี

การบรรเทาอาการท้องป๋องและลดแก๊สสะสมในท้องของทารก สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้านด้วยเทคนิคการพยาบาลที่ปลอดภัยและได้รับการยอมรับทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้ลูกน้อยสบายท้องและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ดังนี้

การอุ้มเรอหลังมื้อนมทุกครั้ง

การขับลมออกจากกระเพาะอาหารเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการป้องกันและลดอาการท้องป๋องหลังกินนม พ่อแม่ควรอุ้มทารกเรอทุกครั้งหลังมื้อนม ไม่ควรปล่อยให้ทารกนอนราบทันทีหลังกินนมเสร็จ ท่าอุ้มเรอที่แนะนำได้แก่

  • ท่าพาดบ่า: อุ้มทารกให้หน้าอกแนบกับไหล่ของผู้ปกครอง ใช้มือข้างหนึ่งประคองก้นทารก และใช้มืออีกข้างลูบหลังขึ้นเบาๆ หรือตบเบาๆ ที่บริเวณหลังส่วนล่างขึ้นมาสู่ส่วนบน
  • ท่านั่งตัก: ให้ทารกนั่งบนตักของผู้ปกครอง โดยใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าอกและคางของทารกไว้ (ระวังอย่าปิดบริเวณลำคอ) และใช้มืออีกข้างลูบหลังเบาๆ
  • ท่านอนคว่ำบนตัก: ให้ทารุนนอนคว่ำพาดบนตักของผู้ปกครอง ลูบหลังเบาๆ เหมาะสำหรับทารกที่เริ่มแข็งแรงขึ้น
คำแนะนำจากคุณหมอ: การลูบหลังเพื่อช่วยให้ทารกเรอควรทำอย่างนุ่มนวลและใจเย็น ทารบางรายอาจใช้เวลาเรอนานถึง 10 ถึง 20 นาที หากลูกหลับไปในระหว่างให้นนม แนะนำให้ลองเปลี่ยนท่าอุ้มเรอเบาๆ หรือใช้วิธีจัดให้นอนตะแคงขวาหนุนหมอนสูงเล็กน้อยเพื่อช่วยระบายลม

ท่านวดท้องไล่ลมลดอาการท้องอืด

การนวดสัมผัสบริเวณหน้าท้อง (Infant Abdominal Massage) ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และช่วยขับแก๊สส่วนเกินออกมาได้ดี ควรทำในช่วงเวลาที่ทารกอารมณ์ดีและห่างจากมื้อนมอย่างน้อย 30 นาที เพื่อป้องกันการแหวะนม

  • ใช้น้ำ 1-2 หยดหรือโลชั่นสำหรับเด็กถูมือให้อุ่น
  • ใช้นิ้วมือวาดเป็นรูปตัวไอ (I) ที่ท้องด้านซ้ายของทารก
  • วาดเป็นรูปตัวแอลกลับด้าน (L) จากขวาไปซ้าย
  • วาดเป็นรูปตัวยูคว่ำ (U) โค้งจากขวาลงมาซ้าย
  • งอขาของทารกเบาๆ แล้วดันเข้าหาหน้าท้องสลับกันคล้ายท่าปั่นจักรยาน (Bicycle Legs) เพื่อช่วยขับลมออกทางทวารหนัก

สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลทารกท้องป๋อง

การดูแลทารกที่มีอาการท้องป๋องหลังกินนมต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอวัยวะภายในและระบบย่อยอาหารยังบอบบางมาก ข้อปฏิบัติที่ควรทำและข้อห้ามมีดังนี้

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาขับลม ยาแก้ท้องอืด หรือยาสมุนไพรพื้นบ้านให้ทารกกินเองโดยเด็ดขาด ยกเว้นแต่จะได้รับคำแนะนำและการจ่ายยาจากกุมารแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น เนื่องจากขนาดยาและการดูดซึมอาจส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารและตับไตของทารกได้
  • สิ่งที่ควรทำ: เลือกใช้ขุกนมหรือขวดนมที่มีระบบป้องกันการกลืนอากาศ (Anti-colic bottle) หากใช้นมผงควรเลือกชงในสัดส่วนที่ถูกต้องตามคำแนะนำบนกล่องผลิตภัณฑ์ ห้ามเขย่าขวดนมแรงเกินไปจนเกิดฟองอากาศปริมาณมาก
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามกดหรือนวดหน้าท้องของทารกด้วยความรุนแรง ห้ามใช้น้ำมันหอมระเหยหรือยาที่มีฤทธิ์ร้อนทาบริเวณหน้าท้องทารกแรกเกิด เพราะอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองและดูดซึมสารเคมีเข้าสู่ร่างกายได้
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามให้ทารกกินน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มอื่นๆ นอกเหนือจากนมแม่หรือนมผงสำหรับทารกในช่วง 6 เดือนแรก เพราะจะทำให้กระเพาะอาหารของทารกทำงานหนักและเสี่ยงต่อภาวะน้ำเป็นพิษ

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

หากทารกมีอาการท้องป๋องหลังกินนมร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น พ่อควรพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด แพทย์จะทำการซักประวัติการกินนม ลักษณะการอุจจาระ และพฤติกรรมของทารก พร้อมทั้งตรวจร่างกาย ดังนี้

  • การคลำตรวจช่องท้อง เพื่อประเมินความตึงตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้อง และตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะภายใน
  • การฟังเสียงการทำงานของลำไส้ด้วยหูฟังทางการแพทย์
  • ในบางกรณีที่มีข้อบ่งชี้ แพทย์อาจพิจารณาตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การเอกซเรย์ช่องท้องเพื่อดูปริมาณแก๊สหรือสิ่งอุดตันในลำไส้

สำหรับการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเป็นอาการท้องอืดทั่วไป แพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องเทคนิคการให้นม การอุ้มเรอ และอาจพิจารณาจ่ายยาขับลมกลุ่มซิเมทิโคน (Simethicone) ในปริมาณที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัวและความปลอดภัยสูงสุดสำหรับทารก

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

พ่อแม่ควรสังเกตสัญญาณเตือนฉุกเฉินที่บ่งบอกว่าอาการท้องป๋องนั้นอาจเป็นสัญญาณของโรคทางศัลยกรรมหรือภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการผ่าตัดหรือรักษาอย่างเร่งด่วน โดยมีอาการดังต่อไปนี้

  • ท้องตึงแข็งมาก ผิวหนังหน้าท้องตึงใสหรือมีเส้นเลือดดำเด่นชัดขึ้นมา
  • อาเจียนพุ่งติดต่อกันหลายครั้ง หรืออาเจียนมีน้ำดีปน
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดูดนมเลย
  • มีไข้สูงร่วมด้วย หรืออุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ
  • ไม่ถ่ายอุจจาระและผายลมเลยติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • ร้องกวนโยเยไม่หยุดต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง (Incessant crying)

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

อาการท้องป๋องหลังกินนมในทารกส่วนใหญ่เป็นภาวะทางสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติจากระบบย่อยอาหารที่ยังไม่สมบูรณ์และการกลืนอากาศเข้าไปขณะดูดนม การดูแลอย่างถูกวิธีด้วยการอุ้มเรอทุกครั้งหลังมื้อนม การนวดท้องเบาๆ และการปรับท่าทางการให้นมที่ถูกต้อง จะช่วยลดแก๊สส่วนเกินและช่วยให้ทารกฟื้นตัวและสบายท้องได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การสังเกตสัญญาณเตือนอันตรายและความผิดปกติร่วมถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องลูกน้อยจากภาวะเจ็บป่วยรุนแรง หากพบความผิดปกติควรปรึกษากุมารแพทย์ทันที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down