ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไข้สูง ชักจากไข้หวัดใหญ่: เปรียบเทียบอาการที่คล้ายกัน แยกแยะความแตกต่างเพื่อการรักษาที่ตรงจุด

ภาวะไข้สูงและอาการชักในเด็กเล็กถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ซึ่งเป็นโรคทางเดินหายใจที่มีความรุนแรงตามฤดูกาล การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และความแตกต่างระหว่างอาการชักจากไข้ธรรมดากับอาการทางระบบประสาทที่เกิดจากโรคแทรกซ้อน จึงเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยชีวิตและป้องกันอันตรายระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นกับสมองของเด็ก

สถานการณ์และความสำคัญทางการแพทย์ของไข้หวัดใหญ่ในเด็ก

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) พบได้บ่อยในเด็กทุกวัย แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนคือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะเด็กทารกอายุต่ำกว่า 2 ปี สถิติทางการแพทย์ระบุว่าเด็กกลุ่มนี้มีโอกาสเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลสูงกว่าวัยอื่น เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ และร่างกายยังไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายขณะที่มีไข้สูงจัดได้ดีเท่าที่ควร

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการชักจากไข้สูง

เมื่อเด็กได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ร่างกายจะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและหลั่งสารพายเจน (Pyrogens) ออกมาเพื่อเพิ่มอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายให้สูงขึ้น เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค การที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (Rapid Temperature Spike) นี้เองที่เป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์ประสาทในสมองทำงานผิดปกติชั่วคราว จนเกิดภาวะอาการชักจากไข้ (Febrile Seizure) ขึ้น โดยมักพบในช่วง 24 ชั่วโมงแรกที่มีไข้สูง

นอกจากนี้ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่บางสายพันธุ์ยังมีความสามารถในการกระตุ้นการอักเสบทั่วร่างกายอย่างรุนแรง ทำให้สารสื่อประสาทเกิดความไม่สมดุล ส่งผลให้เด็กบางรายที่มีพันธุกรรมหรือมีแนวโน้มไวต่อไข้สูง เกิดอาการชักเกร็ง กระตุก หรือหมดสติไปชั่วขณะได้

จุดสังเกตความแตกต่างทางการแพทย์ระหว่างอาการชักจากไข้และโรคร้ายแรงอื่น

เพื่อความปลอดภัยสูงสุด พ่อแม่ต้องสามารถแยกแยะลักษณะของอาการชักและความผิดปกติที่อาจบ่งบอกถึงโรคทางสมองอื่นๆ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) หรือภาวะสมองอักเสบจากไข้หวัดใหญ่ (Influenza-associated Encephalopathy)

  • ลักษณะอาการชักจากไข้ทั่วไป (Simple Febrile Seizure): มักเกิดขึ้นขณะที่เด็กมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ลักษณะคือมีการเกร็งกระตุกทั่วตัว ตาค้าง น้ำลายฟูมปากเล็กน้อย ระยะเวลาสั้นกว่า 15 นาที และหลังจากตื่นขึ้นมาเด็กจะกลับมารู้ตัวดี อาจมีอาการง่วงเพลียเพียงเล็กน้อย และไม่มีอาการทางระบบประสาทหลงเหลืออยู่
  • ลักษณะอาการชักที่ต้องสงสัยภาวะสมองอักเสบหรือติดเชื้อในระบบประสาท: อาการชักอาจเกิดขึ้นนานกว่า 15 นาที ชักซ้ำหลายครั้งในวันเดียว ชักแบบกระตุกเพียงซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย หรือหลังตื่นจากอาการชักแล้วเด็กยังคงซึมมาก ปลุกไม่ค่อยตื่น มีอาการคอแข็ง อาเจียนพุ่ง หรือมีจุดจ้ำเลือดตามผิวหนัง ซึ่งกลุ่มนี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะเป็นภาวะวิกฤต

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการไข้ร่วมกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ ห้ามรอสังเกตอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องรีบพาไปพบแพทย์ฉุกเฉินทันที
  • ไข้สูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน หรือไข้ลดลงแล้วกลับมาสูงซ้ำอีกรอบอย่างรุนแรง
  • มีอาการชัก แม้จะเป็นเพียงครั้งแรกและใช้เวลาสั้นก็ตาม
  • ซึมลงมาก ไม่ยอมสบตา ไม่เล่น ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
  • หายใจหอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน หน้าอกบุ๋ม หรือริมฝีปากและปลายนิ้วเขียวคล้ำ
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งแหงน คอร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะสีเข้มจัดหรือไม่อสัสปาวะเลยนานเกิน 6 ชั่วโมง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อเด็กที่มีไข้สูงและมีประวัติชักมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยอย่างเป็นระบบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามลักษณะอาการชัก ระยะเวลา ประวัติการรับวัคซีน และอาการร่วมทางระบบทางเดินหายใจ
  • การตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่: โดยใช้วิธีการแยงสำลีป้ายเนื้อเยื่อหลังโพรงจมูก (Rapid Antigen Test หรือ RT-PCR) เพื่อยืนยันการติดเชื้ออินฟลูเอนซา
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ: เพื่อดูเม็ดเลือดขาว ภาวะการอักเสบ และเกลือแร่ในร่างกาย
  • การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) และการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG): แพทย์จะพิจารณาทำในกรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลางหรือมีภาวะสมองอักเสบร่วมด้วย

วิธีดูแลรักษาและการพยาบาลที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ร่วมกับอาการชักจากไข้ แบ่งออกเป็นการรักษาตามอาการและการป้องกันการเกิดซ้ำ ดังนี้

  • การใช้ยาลดไข้ที่ถูกต้อง: ให้รับประทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ในขนาดที่เหมาะสมคือน้ำหนักตัวเด็กคูณด้วย 10 ถึง 15 มิลลิกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเฉพาะเวลาที่มีไข้สูง ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเนื่องจากอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ยี่ (Reye Syndrome) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
  • การเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponge): ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นหมาดๆ เช็ดตามซอกพับ หน้าผาก และลำตัว เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายอย่างนุ่มนวล
  • การดูแลเรื่องภาวะขาดน้ำ: ให้เด็กจิบน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือนมแม่บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำจากการมีไข้สูงและการอาเจียน
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในขณะที่เด็กกำลังชัก ห้ามใช้วัสดุใดๆ งัดปากหรือใส่นาฬิกาช้อนเข้าไปในปากเด็กเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ฟันหักและสำลักได้ สิ่งที่ควรทำคือจัดให้เด็กนอนตะแคงเพื่อป้องกันการสำลักเสมหะ คลายเสื้อผ้าให้หลวม และสังเกตลักษณะอาการชักเพื่อแจ้งแพทย์

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

พ่อแม่หลายท่านมักมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการจัดการเด็กไข้สูงและชัก สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดตามหลักการแพทย์ ได้แก่

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อมาให้ลูกรับประทานเอง เนื่องจากไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่ช่วยรักษาและยังก่อให้เกิดเชื้อดื้อยา
  • ห้ามใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำเย็นจัดเช็ดตัวลดไข้ เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้ และอาจทำให้เด็กชักรุนแรงขึ้นจากความเย็นจัด
  • ห้ามให้ยากลุ่มไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยแน่ชัดว่าไม่ใช่ไข้เลือดออก เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหารได้

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่และลดโอกาสเกิดไข้สูงจนชักคือ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) เป็นประจำทุกปีในเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป การล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down