ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไข้สูง ชักจากไข้หวัดใหญ่: เมื่อความกังวลใจของคนเป็นพ่อแม่กลายเป็นความจริงที่ต้องรับมืออย่างมีสติ

ภาวะไข้สูงจนนำไปสู่การชัก (Febrile Seizure) หรือภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกและสร้างความหวาดกลัวให้กับคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก ขอย้ำเตือนเสมอว่า การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ การตั้งสติอย่างมั่นคง และการรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี คือกุญแจสำคัญที่สุดที่จะช่วยปกป้องชีวิตและลดความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยอันเป็นที่รักได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่และภาวะชักจากไข้ในเด็ก

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสารต่างๆ ในเด็กเล็กโดยเฉพาะกลุ่มทารกและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายและระบบประสาทส่วนกลางยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัสนี้ จะกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบและการหลั่งสารพายโรเจน (Pyrogens) ซึ่งส่งผลให้ศูนย์ควบคุมความร้อนในสมองสั่งการให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

อาการไข้สูงฉับพลันนี้เองที่เป็นตัวกระตุ้นให้เด็กบางรายที่มีความไวทางพันธุกรรมหรือมีระบบประสาทที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่เกิดภาวะชักจากไข้ (Febrile Seizure) ตามมา โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกที่มีไข้สูง อาการชักจากไข้นี้แม้จะดูน่ากลัวเพราะเด็กจะมีอาการเกร็ง กระตุก ตาเหลือก และหมดสติชั่วขณะ แต่ในกรณีที่เป็นภาวะชักจากไข้อย่างง่าย (Simple Febrile Seizure) มักจะหยุดได้เองภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 นาที และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายถาวรต่อเนื้อสมองหรือพัฒนาการของเด็ก หากได้รับการดูแลที่ถูกต้องในทันที

อาการสำคัญและระยะลุกลามของโรคไข้หวัดใหญ่ในเด็ก

การสังเกตอาการของลูกน้อยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างไข้หวัดธรรมดากับโรคไข้หวัดใหญ่ได้อย่างแม่นยำ โดยโรคไข้หวัดใหญ่มักมีอาการรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: มีไข้สูงฉับพลัน (มักสูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป) ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัวอย่างรุนแรง อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด
  • ระยะออกอาการเด่นชัด: มีอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่น ไอแห้ง เจ็บคอ คัดจมูก มีน้ำใสๆ หรือน้ำมูกข้นเหนียว บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือถ่ายเหลวร่วมด้วย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
  • ระยะฟื้นตัว: ไข้เริ่มลดลงภายใน 3 ถึง 5 วัน แต่อาการไอและอ่อนเพลียอาจหลงเหลืออยู่ได้อีกประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์

ขั้นตอนการดูแลและปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อลูกชักจากไข้สูงที่บ้าน

ข้อควรระวังทางการแพทย์: เมื่อลูกเกิดอาการชัก ห้ามพยายามงัดปากลูก ห้ามใช้นิ้วหรือวัตถุใดๆ ใส่เข้าไปในปากเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ฟันหัก บาดเจ็บในช่องปาก หรือเด็กกัดนิ้วผู้ดูแลได้ รวมถึงห้ามจับเด็กเขย่าเพื่อปลุกให้ฟื้น

หากลูกน้อยเกิดอาการชักจากไข้สูง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมีขั้นตอนดังนี้

  • ตั้งสติให้มั่นคง วางเด็กให้นอนตะแคงซ้ายบนพื้นราบที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เสมหะ อาหาร หรือน้ำลายไหลย้อนลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจ และป้องกันการสำลัก
  • จัดสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้โล่ง ปลอดภัย ไม่มีสิ่งของแหลมคมที่จะทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บขณะเกิดอาการชัก
  • คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อช่วยให้การหายใจสะดวกยิ่งขึ้นและระบายความร้อนได้ดีขึ้น
  • สังเกตลักษณะอาการชัก ระยะเวลาในการชักอย่างละเอียด เพื่อนำไปบอกแพทย์ผู้รักษาเมื่อไปถึงโรงพยาบาล
  • ห้ามป้อนยา น้ำ หรืออาหารใดๆ ทางปากในขณะที่เด็กยังชักอยู่หรือยังรู้สึกตัวไม่เต็มที่
  • เมื่ออาการชักสงบลงแล้ว จึงค่อยทำการเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

วิธีดูแลรักษาและลดไข้ที่บ้านอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์

นอกจากการจัดการเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินแล้ว การดูแลรักษาไข้หวัดใหญ่และไข้สูงในเบื้องต้นที่บ้านมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันไม่ให้โรคลุกลามรุนแรง

  • การให้ยาลดไข้ที่ถูกต้อง: ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดยาน้ำแขวนตะกอนที่คำนวณตามน้ำหนักตัวจริงของเด็กอย่างเคร่งครัด (10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ ห้ามให้ยาบ่อยเกินกำหนด
  • การเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponge): ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำบิดหมาด เช็ดบริเวณหน้า ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ และลำตัว เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายอย่างนุ่มนวล
  • การป้องกันภาวะขาดน้ำ: ให้เด็กดื่มน้ำสะอาด น้ำเกลือแร่ (ORS) หรือนมแม่บ่อยๆ ในปริมาณทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากไข้สูงและการหายใจเร็ว
  • โภชนาการที่เหมาะสม: จัดเตรียมอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มโจ๊ก โจ๊กหมูสับ หรือซุปอุ่นๆ ที่มีสารอาหารครบถ้วน
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กอย่างเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดกลุ่มอาการรายน์ซินโดรม (Reye Syndrome) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อตับและสมอง และควรระมัดระวังการใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในช่วงที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออก

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กไข้หวัดใหญ่และไข้สูง

ความเชื่อที่ผิดๆ ในการดูแลเด็กไข้หวัดใหญ่อาจส่งผลให้อาการของเด็กทรุดหนักลงได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาดประกอบด้วย

  • ห้ามใช้ผ้าชุบน้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดตัว: เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้ และอาจทำให้เด็กหนาวสั่นมากขึ้น
  • ห้ามใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรือห่มผ้าห่มหนาเกินไป: เมื่อเด็กมีไข้สูง การใส่เสื้อผ้าหนาจะขัดขวางการระบายความร้อนจากผิวหนัง ทำให้ไข้สูงขึ้นกว่าเดิม
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ให้เด็กรับประทานเอง: โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลรักษาใดๆ ทั้งสิ้น และยังเป็นการสร้างเชื้อดื้อยาโดยไม่จำเป็น
  • ห้ามปล่อยให้เด็กขาดน้ำ: หากเด็กซึม ไม่ยอมดื่มน้ำ ปัสสาวะน้อยลงหรือมีสีเข้มจัด ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน

สัญญาณเตือนอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการเตือนภัย (Red Flag Symptoms) อย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน หรือไข้ไม่ยอมลดลงเลยแม้จะได้รับประทานยาลดไข้และเช็ดตัวแล้ว
  • มีอาการชักซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง หรืออาการชักกินเวลานานเกิน 5 นาที
  • ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือมีพฤติกรรมผิดปกติไปจากเดิม
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือริมฝีปากมีสีเขียวคล้ำ
  • มีสัญญาณของภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท ผิวหนังเหี่ยวย่น และไม่ได้ปัสสาวะนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • มีอาการอาเจียนพุ่งอย่างต่อเนื่อง ปวดท้องรุนแรง หรือปวดศีรษะรุนแรงร่วมด้วย

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์ในสถานพยาบาล

เมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะดำเนินการซักประวัติอย่างละเอียดและตรวจร่างกายอย่างครบถ้วน หากสงสัยว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ แพทย์อาจพิจารณาทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เช่น การเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ด้วยชุดตรวจวินิจฉัยเร็ว (Influenza Rapid Antigen Test) การตรวจเลือดเพื่อประเมินภาวะการติดเชื้อ หรือการเอกซเรย์ปอดในกรณีที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง

ในกรณีที่ยืนยันว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่และอยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือมีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสจำเพาะ (เช่น Oseltamivir) ซึ่งหากได้รับยาภายใน 48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการ จะช่วยลดความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการป่วย และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้การรักษาประคับประคองตามอาการในโรงพยาบาล

วิธีป้องกันและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่และการเกิดภาวะไข้สูงซ้ำซ้อนที่ดีที่สุดคือการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง

  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่: แนะนำให้เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์เป็นประจำทุกปี ปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์อยู่เสมอ
  • สุขอนามัยส่วนบุคคล: ฝึกฝนให้เด็กและทุกคนในครอบครัวล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชนแออัด และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคทางเดินหายใจ
  • การดูแลสุขภาพพื้นฐาน: ให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสมตามวัย เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down