ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไข้สูง ชักจากไข้หวัดใหญ่: ภัยเงียบที่พ่อแม่ต้องรู้เท่าทัน

อาการไข้สูงในเด็กเล็กนับเป็นความกังวลใจอันดับต้นๆ ของคุณพ่อคุณแม่ทุกคน โดยเฉพาะเมื่อลูกน้อยมีอาการไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ร่วมด้วย ซึ่งมักมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความน่ากลัวของไข้หวัดใหญ่ในเด็กไม่ใช่เพียงแค่การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนเท่านั้น แต่ยังมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างภาวะชักจากไข้สูง (Febrile Seizure) ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ดูแลอย่างมาก บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการแสดงที่ต้องสังเกต รวมถึงแนวทางการดูแลรักษาและการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อปกป้องลูกรักให้ปลอดภัยจากภาวะวิกฤตนี้

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการชักจากไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านทางการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่ง เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายของเด็ก ระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามต่อสู้กับเชื้อโรค ส่งผลให้ร่างกายหลั่งสารกระตุ้นไข้ (Pyrogens) ออกมา ทำให้ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) สั่งการให้ร่างกายเพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

กลไกการเกิดอาการชักจากไข้ (Febrile Seizure) ในเด็กอายุระหว่าง 6 เดือนถึง 5 ปี มักเกิดจากการที่สมองของเด็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ เมื่ออุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น จะไปกระตุ้นเซลล์สมองให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติชั่วคราว ส่งผลให้เด็กมีอาการชักเกร็ง กระตุก หรือหมดสติไปชั่วขณะ แม้ว่าอาการชักจากไข้ส่วนใหญ่จะไม่ทิ้งความเสียหายถาวรต่อสมองและไม่พัฒนไปเป็นโรคเรื้อรังอย่างลมชัก แต่สร้างความตกใจและอันตรายจากการสำลักได้หากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง

อาการสำคัญและระยะการดำเนินของโรค

การสังเกตอาการของลูกน้อยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือได้ทันท่วงที โดยโรคไข้หวัดใหญ่มักมีระยะการดำเนินของโรคดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: มีไข้สูงฉับพลัน (มักเกิน 38.5 องศาเซลเซียส) หนาสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด: มีอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่น ไอแห้ง เจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูก ในเด็กเล็กอาจมีอาการอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย
  • ระยะวิกฤต (ความเสี่ยงอาการชัก): ช่วงที่ไข้ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว เด็กอาจมีอาการตาลอย เกร็งกระตุกตามแขนขา ใบหน้ากระตุก และหมดสติไปประมาณ 1 ถึง 5 นาที
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากลูกมีไข้สูงร่วมกับอาการชัก ห้ามพยายามงัดปากเด็กหรือใส่วัตถุใดๆ เข้าไปในปากเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ฟันหักหรือเกิดแผลในช่องปาก และเสี่ยงต่อการสำลักลงปอด ให้จัดท่านอนตะแคงเพื่อป้องกันการสำลักน้ำลายและทางเดินหายใจโล่ง

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

หากพบว่าลูกน้อยมีอาการเหล่านี้ร่วมกับการเป็นไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนด:

  • มีอาการชักนานเกิน 5 นาที หรือชักซ้ำหลายครั้งในวันเดียว
  • ไข้สูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน หรือไข้ไม่ยอมลดแม้จะให้ยาลดไข้ร่วมกับการเช็ดตัว
  • ซึมมากปลุกตื่นยาก หรือไม่ยอมสบตา
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ
  • มีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท ปัสสาวะไม่ออกนานเกิน 6 ชั่วโมง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงสถานพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าอาการชักเกิดจากไข้หวัดใหญ่ธรรมดาหรือมีโรคแทรกซ้อนทางสมองอื่นๆ โดยขั้นตอนการตรวจอาจประกอบด้วย:

  • การซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับลักษณะการชัก ระยะเวลา และประวัติการรับวัคซีน
  • การตรวจร่างกายทั่วไปและระบบประสาทอย่างละเอียด
  • การตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ด้วยชุดตรวจแบบรวดเร็ว (Rapid Antigen Test) จากโพรงจมูก
  • การตรวจเลือดเพื่อดูระดับเม็ดเลือดขาวและการอักเสบ
  • ในกรณีที่แพทย์สงสัยว่าอาจมีการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมเช่นการเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture)

วิธีดูแลรักษาและการพยาบาลที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การดูแลรักษาเด็กที่เป็นไข้หวัดใหญ่และมีความเสี่ยงเรื่องอาการชัก แบ่งออกเป็นการรักษาทางการแพทย์และการดูแลที่บ้านอย่างถูกวิธี ดังนี้

1. การใช้ยาและการลดไข้ที่ปลอดภัย:

  • ให้รับประทานยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เฉพาะเวลาที่มีไข้
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเด็ดขาด เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ยส์ซินโดรม (Reye's Syndrome) ซึ่งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หากยังไม่แน่ชัดว่าเด็กเป็นไข้เลือดออกหรือไม่

2. การเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกวิธี:

  • ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นผสมเล็กน้อย ชุบผ้าให้หมาดแล้วเช็ดตามซอกพับ หน้าผาก ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย

3. การดูแลเรื่องโภชนาการและการดื่มน้ำ:

  • ให้เด็กดื่มน้ำสะอาดหรือสารละลายเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • เลือกทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือนมแม่สำหรับเด็กทารก
คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันที่ดีที่สุดคือการพาบุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี โดยสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสการเกิดอาการชักจากไข้สูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลยุทธ์การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

นอกจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วยแล้ว การป้องกันไม่ให้เด็กติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด คุณพ่อคุณแม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้ได้:

  • รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่ฤดูฝนหรือฤดูระบาด
  • ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรค
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกนอกบ้านหรือเมื่อมีคนในครอบครัวป่วย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down