ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในเด็กและเยาวชน

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเด็กโตและวัยรุ่นถือเป็นประเด็นสุขภาพที่ครอบครัวและผู้ปกครองต้องให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่บริเวณอวัยวะเพศและทางเดินปัสสาวะ ซึ่งในทางการแพทย์มีการจำแนกออกเป็นกลุ่มโรคหลักๆ ที่ผู้ปกครองมักสับสนระหว่างโรคหนองในแท้และโรคหนองในเทียม การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้สามารถสังเกตอาการ ตระหนักถึงความรุนแรง และพาบุตรหลานเข้ารับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางได้อย่างทันท่วงที

ลูกเป็นหนองในเทียมต่างจากหนองในแท้อย่างไรในเชิงการแพทย์

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างโรคหนองในแท้และหนองในเทียมอยู่ที่ชนิดของเชื้อโรคต้นเหตุ กลไกการเกิดโรค และลักษณะของอาการที่แสดงออกมา ซึ่งส่งผลต่อแนวทางการรักษาและการใช้ยาปฏิชีวนะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

โรคหนองในแท้ (Gonorrhea)

โรคหนองในแท้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่าไนสซีเรีย โกโนร์เรียอี (Neisseria gonorrhoeae) เชื้อชนิดนี้มีความรุนแรงและมีระยะเวลาฟักตัวที่สั้นมาก โดยทั่วไปมักแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อเพียงสองถึงเจ็ดวันเท่านั้น อาการเด่นชัดคือมีหนองสีเหลืองข้นหรือสีเขียวไหลออกจากท่อปัสสาวะอย่างชัดเจน มีอาการปวดแสบรุนแรงขณะปัสสาวะ และหากปล่อยไว้ไม่ทำการรักษาอย่างถูกต้อง อาจลุกลามไปสู่การติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานหรือกระแสเลือดได้

โรคหนองในเทียม (Non-Gonococcal Urethritis - NGU)

สำหรับโรคหนองในเทียม หรือที่ในหัวข้อหลักระบุว่า ลูกเป็นหนองในเทียมต่างจากหนองในแท้อ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่เชื้อหนองในแท้ เชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือ คลามิเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) รวมถึงไมโคพลาสมา เจนิทาเลียม (Mycoplasma genitalium) ระยะเวลาฟักตัวของโรคหนองในเทียมจะนานกว่า โดยอาจใช้เวลาตั้งแต่หนึ่งถึงสามสัปดาห์หลังจากได้รับเชื้อ ลักษณะของหนองที่ขับออกมามักจะมีลักษณะใสหรือขาวขุ่นปริมาณไม่มากนัก อาการปวดแสบขณะปัสสาวะจะไม่รุนแรงเท่ากับหนองในแท้ แต่มีความเรื้อรังและอาจกลับมาเป็นซ้ำได้สูงหากไม่รักษาคู่ค้านอน

คำแนะนำจากคุณหมอ: แม้ว่าอาการของหนองในเทียมจะไม่รุนแรงเท่าหนองในแท้ในระยะแรก แต่หากปล่อยทิ้งไว้เรื้อรัง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระยะยาว เช่น การอักเสบเรื้อรังในระบบทางเดินปัสสาวะ และส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ในอนาคต

สาเหตุและกลไกการติดต่อของโรค

การติดเชื้อทั้งสองชนิดนี้ติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก โดยไม่มีการป้องกัน นอกจากนี้ ในเด็กทารกแรกเกิดยังสามารถติดเชื้อจากการคลอดผ่านช่องคลอดของมารดาที่มีการติดเชื้ออยู่ ซึ่งอาจทำให้เด็กทารกเกิดอาการเยื่อบุตาอักเสบรุนแรงหรือติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้

อาการแสดงและสัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของบุตรหลาน หากพบอาการดังต่อไปนี้ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยทันที

  • มีอาการเจ็บหรือแสบขัดอย่างรุนแรงขณะปัสสาวะ
  • มีสารหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะหรือช่องคลอดผิดปกติ
  • มีอาการบวมแดงบริเวณอวัยวะเพศหรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโต
  • มีอาการปวดท้องน้อยหรือปวดหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกรานโดยไม่ทราบสาเหตุ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากเชื้อทั้งสองชนิดต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่จำเพาะเจาะจงต่างกัน การใช้ยาไม่ถูกขนาดหรือผิดชนิดจะทำให้เชื้อดื้อยาและรักษายากขึ้น

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะดำเนินการซักประวัติอย่างละเอียดและตรวจร่างกายบริเวณอวัยวะเพศ พร้อมทั้งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันชนิดของเชื้อโรค วิธีการตรวจที่นิยมใช้ ได้แก่ การย้อมสีแกรมเพื่อหาเชื้อหนองในแท้ การเก็บตัวอย่างปัสสาวะช่วงแรก หรือการใช้ไม้พันสำลีป้ายเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งเพื่อตรวจด้วยวิธีปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (Polymerase Chain Reaction - PCR) ซึ่งมีความแม่นยำสูงมากในการตรวจหาเชื้อคลามิเดียและไมโคพลาสมา

โภชนาการทางการแพทย์ช่วยฟื้นฟูร่างกาย

นอกเหนือจากการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษาของแพทย์แล้ว การดูแลโภชนาการทางการแพทย์ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดอาการอักเสบ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยให้เนื้อเยื่อที่เสียหายจากการติดเชื้อฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อาหารที่ควรรับประทานเพื่อเร่งการฟื้นตัว

โภชนาการที่เหมาะสมในช่วงที่ร่างกายกำลังต่อ ู่กับการติดเชื้อควรเน้นอาหารที่ย่อยง่ายและอุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยต้านการอักเสบ

  • โปรตีนคุณภาพสูง: เช่น เนื้อปลา ไข่ และเต้าหู้ เพื่อนำไปใช้ในการซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อที่เกิดการอักเสบในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • อาหารที่มีวิตามินซีสูง: เช่น ฝรั่ง ส้ม และมะละกอ ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยลดกระบวนการอักเสบในร่างกาย
  • อาหารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: เช่น ผักใบเขียวและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายของอนุมูลอิสระที่เกิดจากภาวะการติดเชื้อ

อาหารแสลงและอาหารที่ควรเลี่ยงเด็ดขาด

ในระหว่างที่ร่างกายกำลังรักษาอาการติดเชื้อ มีอาหารบางประเภทที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เนื่องจากอาจไปกระตุ้นให้อาการอักเสบกำเริบหรือระคายเคืองระบบทางเดินปัสสาวะมากขึ้น

  • อาหารรสจัดและเผ็ดจัด: สารเคมีและรสเผ็ดสามารถขับออกทางปัสสาวะและสร้างความระคายเคืองต่อท่อปัสสาวะที่กำลังอักเสบ ทำให้มีอาการแสบขัดมากขึ้น
  • เครื่องดื่มที่มีคาเฟชาและแอลกอฮอล์: คาเฟอีนและแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะและทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ รวมถึงอาจกระตุ้นให้เยื่อบุทางเดินปัสสาวะระคายเคือง
  • อาหารแปรรูปและอาหารที่มีน้ำตาลสูง: น้ำตาลส่วนเกินสามารถส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อโรคและลดประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดเชื้อแบคทีเรีย

การรักษาสมดุลเกลือแร่และการดื่มน้ำ

การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ (อย่างน้อยแปดถึงสิบแก้วต่อวัน) เป็นหัวใจสำคัญในการขับเชื้อโรคและของเสียออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ ช่วยลดความเข้มข้นของปัสสาวะไม่ให้ไปกัดกร่อนหรือสร้างความระคายเคืองต่อแผลอักเสบภายในท่อปัสสาวะ ในกรณีที่มีไข้หรือมีภาวะขาดน้ำจากการอักเสบ การจิบเกลือแร่ทางการแพทย์ (ORS) ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยรักษาสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ในร่างกายให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ

การป้องกันและการดูแลตนเองในระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการแพร่กระจายของโรคทำได้โดยการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันตัว การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และการตรวจสุขภาพประจำปี นอกจากนี้หากพบว่าติดเชื้อ ควรพาคู่นอนเข้ามารับการตรวจและรักษาพร้อมกันเสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อวนกลับมาซ้ำอีก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคเรื้อรัง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down