ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการวินิจฉัยโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในเด็ก

การเจ็บป่วยในเด็กโดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายปัสสาวะ เป็นเรื่องที่ผู้ปกครองต้องให้ความใส่ใจอย่างใกล้ชิด การแยกให้ออกระหว่างอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection) และโรคหนองใน (Gonorrhea) ถือเป็นโจทย์ท้าทายทางการแพทย์ เนื่องจากอาการแสดงบางอย่างอาจมีความคล้ายคลึงกัน แต่มีสาเหตุ กลไกการเกิดโรค และแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การวินิจฉัยที่แม่นยำและการใช้ยาอย่างถูกต้องตามหลักกุมารเวชศาสตร์จึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจส่งผลต่อการทำงานของไตในระยะยาว

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคระ่างการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและหนองใน

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากการที่เชื้อแบคทีเรียจากลำไส้ เช่น เชื้อเอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia coli) เล็ดลอดเข้าสู่ท่อปัสสาวะและลุกลามไปยังกระเพาะปัสสาวะหรือกรวยไต ปัจจัยเสี่ยงมักเกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางกายภาพ นิสัยการกลั้นปัสสาวะ หรือสุขอนามัยส่วนบุคคล ในขณะที่โรคหนองในในเด็กเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อจากมารดาในระหว่างคลอด หรือกรณีที่น่ากังวลคือการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียไนซีเรีย โกโนร์เรียอี (Neisseria gonorrhoeae) จะเข้าสู่เยื่อบุทางเดินปัสสาวะและอวัยวะเพศ ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงและมีหนองไหล

อาการสำคัญและข้อแตกต่างทางคลินิก

การสังเกตอาการทางคลินิกช่วยให้แพทย์สามารถประเมินเบื้องต้นได้ว่าเด็กป่วยด้วยโรคใด โดยมีรายละเอียดของอาการดังนี้

  • อาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ: เด็กจะมีอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะมีกลิ่นฉุนหรือขุ่น บางครั้งมีเลือดปน ในเด็กเล็กหรือทารกอาจแสดงออกด้วยอาการไข้สูงลอยโดยไม่ทราบสาเหตุ ร้องกวน งอแงขณะปัสสาวะ และน้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์
  • อาการหนองใน: อาการเด่นชัดคือมีมูกหรือหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะหรือช่องคลอดอย่างชัดเจน มีอาการเจ็บปวดรุนแรงขณะปัสสาวะ บริเวณอวัยวะเพศบวมแดงและอักเสบอย่างมาก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบอาการมีหนองไหลร่วมกับไข้ในเด็กที่ไม่ใช่ทารกแรกเกิด แพทย์ต้องประเมินประเด็นการถูกล่วงละเมิดทางเพศร่วมด้วยเสมอ เพื่อให้การดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างครอบคลุม

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการเหล่านี้ ผู้ปกครองต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เนื่องจากอาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือภาวะแทรกซ้อนทางไต

  • ไข้สูงมากหนสั่น หรือไข้ไม่ลดลงเลยแม้จะให้ยาลดไข้แล้ว
  • อาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ อาเจียนทุกครั้งที่รับประทานอาหาร
  • ปัสสาวะไม่ออกเลย หรือปัสสาวะน้อยมากร่วมกับริมฝีปากแห้ง ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำ
  • อาการปวดหลังส่วนล่างหรือปวดเอวอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสัญญาณของการติดเชื้อลุกลามไปที่กรวยไต

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

แพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด การตรวจร่างกายทั่วไปและการตรวจบริเวณอวัยวะเพศ การเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ (Urinalysis) และการเพาะเชื้อปัสสาวะ (Urine Culture) เพื่อระบุชนิดของแบคทีเรีย ในกรณีสงสัยโรคหนองใน แพทย์จะทำการป้ายสารคัดหลั่งหรือหนองเพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธีสเมียร์และเพาะAเชื้อเฉพาะเจาะจง รวมถึงการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ที่อาจติดร่วมด้วย

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและการคำนวณขนาดยาที่ถูกต้อง

การรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและหนองในมีความแตกต่างกันอย่างมากในแง่ของชนิดยาปฏิชีวนะที่เลือกใช้

  • การรักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ: แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะตามผลการเพาะเชื้อและความไวของยา เช่น ยากลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporins) หรืออะม็อกซิซิลลิน (Amoxicillin) ร่วมกับกรดคลาวฟูลานิก ขนาดยาจะคำนวณตามน้ำหนักตัวของเด็กอย่างเคร่งครัด (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน) โดยต้องรับประทานติดต่อกันจนครบกำหนด 7 ถึง 14 วัน แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการดื้อยาและโรคกลับมาเป็นซ้ำ
  • การรักษาโรคหนองใน: ต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับเชื้อไนซีเรีย โกโนร์เรียอี เช่น การฉีดยาเซฟไตรอาโซน (Ceftriaxone) ในขนาดที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว ร่วมกับการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มไมโคพลาสมาหรือคลาไมเดียที่อาจพบร่วมด้วย
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามหยุดยาปฏิชีวนะเองเด็ดขาดเมื่ออาการของลูกดีขึ้น เพราะเชื้อแบคทีเรียอาจยังไม่หมดไปและอาจกลับมาติดเชื้อซ้ำในรูปแบบที่ดื้อยามากกว่าเดิม ซึ่งจะรักษายากขึ้นอย่างมาก

ผลข้างเคียงของยาและข้อควรระวังสำคัญทางการแพทย์

การใช้ยาปฏิชีวนะในเด็กอาจส่งผลข้างเคียงเช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือเกิดผื่นแพ้ยา ผู้ปกครองต้องสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้มีข้อควรระวังสำคัญคือ ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเองเด็ดขาด การใช้ยาพาราเซตามอลสำหรับลดไข้ต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้องคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง และห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเพราะเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซีนด์ (Reye Syndrome) ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

วิธีดูแลและพยาบาลเด็กที่บ้านอย่างถูกวิธี

การดูแลเด็กในช่วงระหว่างการรักษาที่บ้านมีความสำคัญไม่แพ้การรับประทานยา

  • ส่งเสริมให้เด็กดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยขับแบคทีเรียออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ดูแลความสะอาดของอวัยวะเพศอย่างสลัดและถูกสุขลักษณะ สอนให้เด็กหญิงเช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลังหลังการขับถ่าย
  • หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อับชื้นหรือคับแน่นจนเกินไป เพื่อลดการสะสมของความชื้นและแบคทีเรีย
  • ติดตามอาการและพาเด็กมาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อตรวจซ้ำว่าเชื้อโรคหายไปอย่างสมบูรณ์

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อซ้ำสามารถทำได้โดยการปลูกฝังสุขอนามัยที่ดี ไม่ควรปล่อยให้เด็กกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานานขณะทำกิจกรรมต่างๆ ดูแลให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และในกรณีของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในเด็กโตหรือวัยรุ่น การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาที่ถูกต้องและการป้องกันตัวถือเป็นเกราะคุ้มครองที่ดีที่สุด

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ดูแลในการแยกโรคและดูแลเด็ก

  • สังเกตลักษณะอาการเด่น หากมีหนองไหลชัดเจนให้สงสัยโรคหนองใน หากมีไข้และปัสสาวะแสบขัดให้สงสัยการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • รีบพาเด็กพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจปัสสาวะและหาเชื้อโรคที่แท้จริง ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง
  • ให้ยาปฏิชีวนะตามขนาดและระยะเวลาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามหยุดยาเอง
  • ดูแลให้เด็กดื่มน้ำมากๆ และรักษาความสะอาดส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down