ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความสำคัญทางการแพทย์และภาพรวมของอาการตกขาวผิดปกติในเด็ก

อาการตกขาวผิดปกติหรือการมีหนองไหลออกจากช่องคลอดในเด็ก (Abnormal Vaginal Discharge or Purulent Discharge in Children) เป็นภาวะที่สร้างความตกใจและกังวลใจให้กับผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วในวัยเด็กก่อนเข้าสู่วัยรุ่น เยื่อบุช่องคลอดจะมีความบางและไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) มากระตุ้น ทำให้มีความเป็นกรดต่ำและไม่มีแบคทีเรียประจำถิ่นชนิดแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) คอยป้องกันเชื้อโรคเหมือนในผู้ใหญ่ ภาวะนี้จึงเกิดขึ้นได้ง่ายจากหลายสาเหตุ และแพทย์จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อแยกแยะระหว่างการติดเชื้อทั่วไป โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือภาวะสิ่งแปลกปลอมตกค้างในช่องคลอด

สถิติทางการแพทย์พบว่าภาวะนี้มักเกิดขึ้นในเด็กหญิงอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึงแปดขวบ โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากสุขอนามัยส่วนบุคคล การติดเชื้อแบคทีเรียจากระบบทางเดินหายใจหรือทางเดินอาหารลุกลาม การใช้ผลิตภัณฑ์ระคายเคือง และในบางกรณีที่น่ากังวลอาจมีสาเหตุมาจากการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งแพทย์และทีมกุมารแพทย์จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการซักประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียดด้วยความนุ่มนวลและเข้าใจจิตใจของเด็กและครอบครัว

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคตกขาวผิดปกติหรือมีหนองในเด็ก

การเกิดหนองหรือตกขาวที่มีสีเขียว สีเหลือง มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปนในเด็ก เกิดจากกลไกการอักเสบและการติดเชื้อของเยื่อบุช่องคลอด (Vulvovaginitis) โดยสามารถแบ่งสาเหตุออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

  • การติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไป (Non-specific Vulvovaginitis): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากแบคทีเรียที่ปนเปื้อนจากบริเวณทวารหนักมายังช่องคลอด เนื่องจากเด็กมักจะเช็ดก้นจากหลังมาหน้า หรือมีสุขอนามัยที่ไม่ถูกวิธี แบคทีเรียเช่นสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) หรือสแตฟิโลคอคคัส (Staphylococcus) มักเป็นผู้ร้ายในกลุ่มนี้
  • การติดเชื้อทางเดินหายใจลุกลาม: เชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่ก่อโรคในระบบทางเดินหายใจ เช่น เชื้อStreptococcus pneumoniae หรือเชื้อที่ทำให้เกิดโรคคออักเสบ สามารถแพร่กระจายผ่านมือเด็กมาสัมผัสบริเวณอวัยวะเพศได้
  • สิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด (Foreign Body): เด็กเล็กมักมีความอยากรู้อยากเห็นและอาจแอบยัดวัสดุชิ้นเล็กๆ เช่น ชิ้นส่วนของเล่น กระดาษทิชชู หรือสำลี เข้าไปในช่องคลอดโดยที่ผู้ปกครองไม่รู้ตัว สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้จะไปขัดขวางการระบายของเหลว ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน มีหนองไหล และมีกลิ่นเหม็นรุนแรง
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections - STIs): หากตรวจพบเชื้อเช่นหนองในแท้ (Neisseria gonorrhoeae) หรือหนองในเทียม (Chlamydia trachomatis) ในเด็กโต หรือเด็กทารกตั้งแต่แรกเกิดที่ติดเชื้อจากมารดาขณะคลอด แพทย์ต้องเฝ้าระวังและสอบสวนโรคในประเด็นการถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างเข้มงวด
  • ปัจจัยกระตุ้นจากการระคายเคือง: การใช้สบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรง การแช่น้ำในอ่างอาบน้ำที่มีฟองสบู่เคมี หรือการสวมใส่กางเกงในที่อับชื้นและไม่ระบายอากาศ ทำให้ผิวหนังบริเวณอักเสบและติดเชื้อได้ง่าย

อาการสำคัญและระยะลุกลามของโรค

อาการแสดงของเด็กที่มีภาวะตกขาวผิดปกติหรือมีหนองมักเริ่มต้นจากการระคายเคืองเล็กน้อยและค่อยๆ พัฒนาความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

  • ระยะเริ่มต้น: เด็กจะมีอาการคัน แสบ หรือระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศภายนอก เริ่มสังเกตเห็นคราบตกขาวสีขาวขุ่นหรือใสปริมาณมากกว่าปกติเล็กน้อย เด็กอาจบ่นเจ็บเวลาน้ำปัสสาวะโดนแผล
  • ระยะลุกลามและติดเชื้อเด่นชัด: ตกขาวจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเขียว สีเขียวจัด หรือมีลักษณะเป็นหนองข้น มีกลิ่นคาวหรือกลิ่นเหม็นรุนแรง เด็กจะมีอาการแสบร้อนรุนแรงเวลากัสปัสสาวะ บางรายอาจมีเลือดจางๆ ปนออกมากับหนองเนื่องจากเยื่อบุช่องคลอดอักเสบและเปราะบางมาก
  • ระยะเรื้อรังหรือมีภาวะแทรกซ้อน: หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา เชื้อโรคอาจลุกลามขึ้นไปยังท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีไข้ต่ำๆ ปวดท้องน้อย หรือเกิดแผลอักเสบอย่างรุนแรงที่ผิวหนังรอบอวัยวะเพศ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบกุมารแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากผู้ปกครองพบอาการเหล่านี้ในเด็ก ควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์หรือสูตินรีแพทย์เด็กทันที ห้ามปล่อยทิ้งไว้หรือซื้อยามาสวนล้างเองเด็ดขาด
  • มีเลือดสดหรือเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอดนอกเหนือจากประจำเดือน (ในเด็กโต)
  • มีหนองไหลปริมาณมากร่วมกับมีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง
  • เด็กมีไข้สูง ปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง หรือปวดหลังส่วนล่างร่วมด้วย
  • มีประวัติหรือข้อสงสัยว่าเด็กอาจถูกล่วงละเมิดทางเพศ
  • พบก้อนเนื้อ บวมแดงอักเสบ หรือมีแผลลึกบริเวณอวัยวะเพศภายนอก

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การวินิจฉัยโรคตกขาวและมีหนองในเด็กต้องทำด้วยความระมัดระวัง ละเอียดอ่อน และคำนึงถึงสภาพจิตใจของเด็กเป็นสำคัญ แพทย์จะมีขั้นตอนการประเมินดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามลักษณะของตกขาว ระยะเวลาที่เป็น สุขอนามัยการขับถ่าย ประวัติการใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ระคายเคือง และประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัวหรือโรงเรียน
  • การตรวจร่างกายเฉพาะที่: กุมารแพทย์จะตรวจดูบริเวณอวัยวะเพศภายนอกอย่างนุ่มนวล โดยในเด็กเล็กมักจะไม่ทำการสอดเครื่องมือเข้าไปในช่องคลอด (Virgin Vagina) เว้นแต่มีความจำเป็นจริงๆ เช่น เพื่อค้นหาสิ่งแปลกปลอม
  • การเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ: แพทย์จะใช้ไม้พันสำลีป้ายบริเวณที่มีหนองเพื่อนำไปตรวจย้อมสีแกรม (Gram Stain) เพาะเชื้อแบคทีเรีย (Culture and Sensitivity) และตรวจหาเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกรณีที่จำเป็น
  • การตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม: หากสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมตกค้าง แพทย์อาจพิจารณาใช้อุปกรณ์ส่องตรวจขนาดเล็กพิเศษ (Vaginoscopy) หรืออัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนล่าง

วิธีดูแลรักษาและการใช้ยาอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาอาการตกขาวผิดปกติหรือมีหนองในเด็ก จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาสอดช่องคลอดมาใช้เองเด็ดขาด เนื่องจากขนาดยาและการเลือกใช้ยาในเด็กมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง

  • การรักษาตามสาเหตุของการติดเชื้อ: หากผลเพาะเชื้อพบเชื้อแบคทีเรียเฉพาะเจาะจง แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน (Oral Antibiotics) เช่น ยากลุ่มเพนิซิลลินหรือเซฟาโลสปอริน ในขนาดยาที่คำนวณตามน้ำหนักตัวของเด็กอย่างแม่นยำ
  • การใช้ยาทาเฉพาะที่: ในกรณีที่มีการอักเสบภายนอก แพทย์อาจสั่งจ่ายครีมปฏิชีวนะหรือครีมลดการอักเสบ (Topical Antibiotic or Mild Corticosteroid Cream) ทาบางๆ บริเวณอวัยวะเพศภายนอก
  • การกำจัดสิ่งแปลกปลอม: หากพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด แพทย์จะทำการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อและคีบเอาสิ่งแปลกปลอมออกอย่างนุ่มนวล ซึ่งอาจต้องทำภายใต้การดภวิลย์หรือยาระงับความรู้สึกในเด็กบางราย
  • การดูแลรักษาความสะอาดและการพยาบาลที่บ้าน: ผู้ปกครองต้องดูแลให้เด็กทำความสะอาดอวัยวะเพศด้วยน้ำเปล่าสะอาดหรือสบู่สูตรอ่อนโยนสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ซับให้แห้งสนิททุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ และฝึกให้เด็กเช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลังเสมอ เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคจากทวารหนักมาสู่ช่องคลอด

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาดและข้อควรระวังสำคัญ

คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามนำยาปฏิชีวนะชนิดน้ำหรือชนิดเม็ดที่เหลือจากคนในครอบครัวมาให้เด็กรับประทานเอง และห้ามใช้ยาสอดช่องคลอดสำหรับผู้ใหญ่กับเด็กเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เยื่อบุช่องคลอดของเด็กเกิดการระคายเคืองและอักเสบรุนแรงกว่าเดิม

ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ การใช้ยาปฏิชีวนะต้องครบตามกำหนดเวลาที่แพทย์สั่งแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้หลีกเลี่ยงการใช้แป้งฝุ่น สเปรย์ระงับกลิ่น หรือน้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือสารเคมีรุนแรงกับเด็กอย่างเด็ดขาด

วิธีป้องกันและการสร้างสุขอนามัยในระยะยาว

การป้องกันการเกิดซ้ำของอาการตกขาวผิดปกติในเด็กสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการสร้างสุขอนามัยที่ดีในชีวิตประจำวัน

  • สอนให้เด็กทำความสะอาดและเช็ดก้นจากหน้าไปหลังทุกครั้งหลังการขับถ่ายอุจจาระ
  • เลือกสวมใส่กางเกงในผ้าฝ้าย (Cotton 100%) ที่ระบายอากาศได้ดี ไม่คับแน่นจนเกินไป และเปลี่ยนกางเกงในทันทีหากเปียกชื้น
  • หลีกเลี่ยงการให้เด็กแช่ตัวในอ่างอาบน้ำที่มีฟองสบู่เคมีเข้มข้น
  • เสริมสร้างโภชนาการที่ดีและสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ปกครอง:
1. สังเกตลักษณะสีและกลิ่นของตกขาวหรือหนองอย่างสม่ำเสมอขณะอาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เด็ก
2. ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ ยาสอด หรือยาทาฆ่าเชื้อมาใช้เองโดยเด็ดขาด
3. รีบพาเด็กไปพบกุมารแพทย์ทันทีหากมีอาการตกขาวมีหนอง ร่วมกับมีเลือดออก ไข้สูง หรือปวดท้องน้อย
4. ปรับเปลี่ยนสุขอนามัยในการขับถ่ายและการสวมใส่เสื้อผ้าของเด็กให้ถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down