ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความต่างระหว่างหนองในเทียมและหนองในแท้ในเด็กและวัยรุ่น

ปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในเด็กโตและวัยรุ่นเป็นเรื่องที่แพทย์ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโรคหนองในซึ่งแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักที่มีความใกล้เคียงกันในแง่ของอาการแสดง แต่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแง่ของเชื้อโรค แนวทางการรักษา และกลุ่มยาที่ใช้ การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถสังเกตอาการและพาบุตรหลานมารับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

หนองในแท้คืออะไรและแตกต่างอย่างไร

หนองในแท้ หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่าโรคโกโนเรีย (Gonorrhea) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่าเนสซีเรีย โกโนร์เรียอี (Neisseria gonorrhoeae) โรคนี้มีระยะฟักตัวที่สั้นมาก มักแสดงอาการรวดเร็วภายในสองถึงห้าวันหลังได้รับเชื้อ ผู้ป่วยมักจะมีอาการอักเสบรุนแรง มีหนองสีเหลืองข้นหรือเขียวไหลออกมาจากอวัยวะเพศอย่างชัดเจน มีอาการแสบขัดขณะปัสสาวะอย่างรุนแรง

หนองในเทียมคืออะไรและแตกต่างอย่างไร

หนองในเทียม หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่านอนโกโนค็อกทัลยูรีไทรติส (Non-Gonococcal Urethritis - NGU) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นที่ไม่ใช่หนองในแท้ เชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือคลามัยเดีย ทราโชมาทิส (Chlamydia trachomatis) นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากเชื้อไมโคพลาสมา เจนิแทเลียม (Mycoplasma genitalium) หรือเชื้อไตรโคโมแนส (Trichomonas) ได้อีกด้วย ระยะฟักตัวของหนองในเทียมจะนานกว่าหนองในแท้ โดยมักใช้เวลาตั้งแต่หนึ่งถึงสามสัปดาห์ อาการมักจะไม่รุนแรงเท่าหนองในแท้ มีหนองใสๆ หรือขาวขุ่นไหลซึมออกมาเพียงเล็กน้อย และมีอาการแสบขัดปัสสาวะไม่มากนัก

สาเหตุและช่องทางการติดต่อในเด็กและวัยรุ่น

การติดเชื้อหนองในทั้งสองชนิดในเด็กและวัยรุ่นมีที่มาและช่องทางการติดต่อที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องซักประวัติอย่างละเอียดเพื่อให้การวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ

การติดต่อในทารกแรกเกิด

หากพบการติดเชื้อในทารกแรกเกิด มักเกิดจากการติดเชื้อจากมารดาในขณะที่ทารกคลอดผ่านช่องคลอดที่มีเชื้ออยู่ เชื้อสามารถเข้าสู่ตาของทารกทำให้เกิดโรคเยื่อบุตาอักเสบจากหนองใน (Ophthalmia neonatorum) ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

การติดต่อในเด็กโตและวัยรุ่น

ในกลุ่มเด็กโตและวัยรุ่น การติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดขึ้นผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ทั้งทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก อย่างไรก็ตาม ในเด็กเล็กที่ยังไม่ถึงวัยรุ่น หากตรวจพบการติดเชื้อหนองใน แพทย์จำเป็นต้องคัดกรองเรื่องการถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างละเอียดตามกระบวนการคุ้มครองเด็ก

อาการแสดงและสัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

อาการของโรคหนองในเทียมและหนองในแท้มีความคล้ายคลึงกันในแง่ของการมีสิ่งคัดหลั่งผิดปกติและความผิดปกติในการปัสสาวะ แต่มีความรุนแรงที่แตกต่างกัน ผู้ปกครองควรสังเกตอาการดังต่อไปนี้

  • มีหนองหรือสิ่งคัดหลั่งไหลออกจากท่อปัสสาวะหรือช่องคลอด
  • รู้สึกแสบขัดหรือร้อนบริเวณท่อปัสสาวะขณะขับถ่ายปัสสาวะ
  • มีอาการคันหรือระคายเคืองบริเวณปากท่อปัสสาวะ
  • ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโตและกดเจ็บ
  • ในเด็กผู้หญิงอาจมีอาการตกขาวผิดปกติ ปวดท้องน้อย หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอยนอกรอบเดือน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ป่วยจำนวนมากที่เป็นหนองในเทียมอาจไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย (Asymptomatic) โดยเฉพาะในเพศหญิง ทำให้เชื้อแพร่กระจายโดยไม่รู้ตัวและอาจลุกลามจนเกิดภาวะอุ้งเชิงกราน 0อักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease) ซึ่งส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากในอนาคต

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การวินิจฉัยโรคหนองในเทียมและหนองในแท้ให้แม่นยำ จำเป็นต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมกับการซักประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เนื่องจากอาการคล้ายคลึงกันมาก

การเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

แพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างหนองหรือสิ่งคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ ปากมดลูก ช่องคลอด ทวารหนัก หรือลำคอ ขึ้นอยู่กับประวัติความเสี่ยง เพื่อนำไปตรวจด้วยวิธีปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (Polymerase Chain Reaction - PCR) ซึ่งมีความแม่นยำสูงมากในการตรวจหาพันธุกรรมของเชื้อทั้งคลามัยเดียและหนองในแท้

การตรวจปัสสาวะ

การตรวจปัสสาวะด้วยวิธี NAATs (Nucleic Acid Amplification Tests) จากปัสสาวะส่วนแรกที่ขับถ่ายออกมา (First-catch urine) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สะดวกและมีความแม่นยำสูงในการวินิจฉัยโรค

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและการใช้อย่างปลอดภัย

เนื่องจากหนองในแท้และหนองในเทียมเกิดจากเชื้อแบคทีเรียคนละชนิด การรักษาจึงใช้ยาปฏิชีวนะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การใช้ยาผิดประเภทจะไม่สามารถรักษาโรคให้หายได้ และอาจทำให้เชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้น

กลุ่มยาสำหรับรักษาหนองในแท้

ตามแนวทางการรักษามาตรฐานสากล การรักษาหนองในแท้ปัจจุบันนิยมใช้ยาฉีดเซฟไตรแอกโซน (Ceftriaxone) ขนาดเดียวเข้ากล้ามเนื้อ ร่วมกับการรับประทานยาอะซิโทรมัยซิน (Azithromycin) หรือดอกซีซัยคลีน (Doxycycline) เพื่อครอบคลุมการติดเชื้อหนองในเทียมที่มักจะพบร่วมกันได้บ่อย (Co-infection)

กลุ่มยาสำหรับรักษาหนองในเทียม

สำหรับการรักษาหนองในเทียมที่ยืนยันแล้วว่าไม่ได้ติดเชื้อหนองในแท้ แพทย์จะเลือกใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อคลามัยเดีย ได้แก่

  • ยาอะซิโทรมัยซิน (Azithromycin) รับประทานเป็นขนาดเดียวตามแพทย์สั่ง
  • ยากลุ่มเตซัยคลีน เช่น ดอกซีซัยคลีน (Doxycycline) รับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลาเจ็ดวัน
คำแนะนำจากคุณหมอ: การรับประทานยาปฏิชีวนะต้องครบตามกำหนดของแพทย์อย่างเคร่งครัด แม้ว่าอาการจะหายไปหรือหนองจะหยุดไหลแล้วก็ตาม ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด เพราะเชื้ออาจยังไม่ถูกกำจัดหมดและกลับมาเป็นซ้ำรวมถึงดื้อยาได้ง่าย

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา

ยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาโรคหนองในอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ผู้ปกครองและผู้ป่วยต้องเฝ้าระวัง ได้แก่

  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือท้องเสีย ซึ่งมักเกิดจากการระคายเคืองกระเพาะอาหารจากยาบางชนิด
  • อาการแพ้ยา เช่น ผื่นคัน ลมพิษ หายใจลำบาก หากมีอาการเหล่านี้ต้องหยุดยาและพบแพทย์ทันที
  • ยาในกลุ่มดอกซีซัยคลีนอาจทำให้ผิวหนังไวต่อแสงแดดมากขึ้น และห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่าแปดปีเว้นแต่มีความจำเป็นสูงสุด เนื่องจากอาจทำให้ฟันเปลี่ยนสีอย่างถาวรและมีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูก

ยาอันตรายที่ห้ามซื้อทานเองเด็ดขาด

เนื่องจากโรคหนองในทั้งสองชนิดเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่มีความจำเพาะเจาะจงสูง มีข้อห้ามเด็ดขาดดังนี้

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเองตามร้านขายยาทั่วไป เพราะขนาดยาที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เชื้อดื้อยาและรักษาหายยากขึ้น
  • ห้ามใช้ยาทาภายนอกหรือยาสอดช่องคลอดโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะไม่สามารถกำจัดเชื้อที่ซ่อนอยู่ภายในท่อปัสสาวะหรือคอมดลูกได้
  • ห้ามใช้ยาแก้ปวดอักเสบกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เพื่อหวังจะรักษาโรค เพราะยาเหล่านี้ช่วยบรรเทาเพียงอาการปวดแต่ไม่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุได้

วิธีป้องกันและการปฏิบัติตัวระหว่างการรักษา

การป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการแพร่กระจายของโรคเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลรักษา

  • งดการมีเพศสัมพันธ์ในทุกรูปแบบจนกว่าจะได้รับการรักษาจนครบโดสและแพทย์ยืนยันว่าหายขาดแล้ว (โดยทั่วไปคืออย่างน้อยเจ็ดวันหลังเริ่มการรักษาและอาการหายเป็นปกติ)
  • คู่เพศสัมพันธ์ของผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการตรวจและรับการรักษาพร้อมกันด้วย แม้ว่าจะยังไม่มีอาการแสดงใดๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อวนกลับมาซ้ำ (Ping-pong infection)
  • ปฏิบัติตัวเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือให้สะอาดหลังเข้าห้องน้ำและหลังสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

เช็คลิสต์การปฏิบัติสำหรับผู้ดูแล:
1. สังเกตอาการผิดปกติ เช่น หนองหรืออาการแสบขัดปัสสาวะ รีบพามาพบแพทย์เฉพาะทางทันที
2. ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาด
3. ให้เด็กรับประทานยาตามขนาด เวลา และระยะเวลาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดครบถ้วน
4. พาคู่เพศสัมพันธ์มารับการตรวจและรักษาพร้อมกันเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
5. งดกิจกรรมทางเพศจนกว่าแพทย์จะยืนยันว่าหายขาด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down