ลูกน้อยติดเชื้อหนองในจากคุณแม่ได้หรือไม่ และเกิดขึ้นได้อย่างไร
คำถามที่ว่าลูกน้อยติดเชื้อหนองในจากคุณแม่ได้หรือไม่ เป็นความกังวลใจของคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่มือใหม่หลายท่าน คำตอบทางการแพทย์คือ สามารถเกิดขึ้นได้จริง โดยทารกสามารถรับเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย โกโนร์เรียอี (Neisseria gonorrhoeae) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหนองในแท้ ได้โดยตรงจากคุณแม่ในช่วงเวลาสำคัญของการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร
ช่องทางการติดต่อหลักแบ่งออกเป็นสองช่วงเวลาสำคัญ ได้แก่ การติดเชื้อระหว่างอยู่ในครรภ์ผ่านทางกระแสเลือดและรก แม้จะพบน้อยแต่มีความรุนแรงสูง และการติดเชื้อระหว่างกระบวนการคลอดธรรมชาติ โดยทารกต้องสัมผัสกับสารคัดหลั่งหรือหนองที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนบริเวณช่องคลอดของคุณแม่ขณะคลอดออกมา ซึ่งบริเวณที่มักแสดงอาการติดเชื้อเด่นชัดที่สุดในทารกแรกเกิดคือ ดวงตา เยื่อบุช่องปาก และระบบทางเดินหายใจส่วนบน
อาการแสดงและการสังเกตความผิดปกติในทารกแรกเกิด
การสังเกตอาการของลูกน้อยถือเป็นหัวใจสำคัญในการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยทั่วไปอาการติดเชื้อหนองในในทารกมักจะแสดงออกมาภายในสองถึงห้าวันหลังคลอด โดยมีอาการเตือนที่แตกต่างจากการติดเชื้อทั่วไปดังนี้
- การอักเสบที่ดวงตา (Gonococcal Ophthalmia Neonatorum): ลูกน้อยจะมีอาการตาแดงจัด หนังตาบวมเป่งอย่างเห็นได้ชัด มีหนองสีเหลืองหรือเขียวข้นไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างตลอดเวลา หากปล่อยไว้ไม่รีบรักษาอาจลุกลามจนเกิดแผลที่กระจกตาและสูญเสียการมองเห็นได้
- แผลหรือการติดเชื้อบริเวณเยื่อบุ: อาจพบรอยแดงหรือการอักเสบ บริเวณเยื่อบุช่องปากหรือผิวหนังที่มีการสัมผัสสารคัดหลั่ง
- อาการระบบหายใจหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด: ในกรณีที่เชื้อกระจายตัว ทารกอาจมีไข้ ซึม ไม่ยอมดูดนม หายใจหอบเหนื่อย
วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวเมื่อลูกน้อยได้รับการวินิจฉัย
เมื่อทารกได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อหนองใน แพทย์จะทำการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวและอายุของทารกอย่างเคร่งครัด โดยมักเป็นการให้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำหรือกล้ามเนื้อ ร่วมกับการล้างทำความสะอาดดวงตาด้วยน้ำเกลือทางการแพทย์อย่างถูกวิธี
การดูแลที่บ้านหลังจากออกจากโรงพยาบาล ผู้ดูแลต้องมีความใส่ใจในเรื่องความสะอาดอย่างสูงสุด ทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัสตัวลูกน้อยหรือทำความสะอาดดวงตา ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปยังอวัยวะอื่นหรือบุคคลในครอบครัว
สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลทารก
การดูแลทารกที่ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากมารดาต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
- สิ่งที่ควรทำ: ปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อเช็ดทำความสะอาดรอบดวงตารักษาความสะอาดของผ้าอ้อม เสื้อผ้า และสิ่งของเครื่องใช้ของทารกโดยการซักและตากแดดให้แห้งสนิท
- ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามใช้สมุนไพร น้ำยาฆ่าเชื้อรุนแรง หรือยาหยอดตาของคนในครอบครัวมาหยอดตาให้เด็กเด็ดขาด และห้ามละเลยการกินยาหรือฉีดยาตามนัดของแพทย์แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาลูกน้อยพบแพทย์ทันที
หากผู้ดูแลพบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบนำทารกกลับมาพบแพทย์เฉพาะทางกุมารเวชศาสตร์ในทันที
- ดวงตาบวมปิดสนิทจนไม่สามารถลืมตาได้ และมีหนองไหลออกมาไม่หยุด
- ทารกมีไข้สูง ตัวร้อนจัด หรือมีอาการตัวเย็นเฉียบ
- ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดูดนมหรือน้ำ
- มีอาการหายใจเร็ว หายใจมีเสียงครืดคราด หรือหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
วิธีป้องกันและการปฏิบัติตัวสำหรับคุณแม่เพื่อความปลอดภัยระยะยาว
การป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการดูแลสุขภาพในระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่และครอบครัวต้องให้ความใส่ใจ คุณแม่ควรรับการรักษาจนหายขาดสนิทร่วมกับคู่นอน เพื่อป้องกันการติดเชื้อวนซ้ำ นอกจากนี้ควรพาบุตรมาตรวจติดตามอาการตามนัดของกุมารแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของร่างกายและการมองเห็น