ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกน้อยติดเชื้อหนองในจากคุณแม่ได้หรือไม่ ความจริงที่พ่อแม่ต้องรู้

โรคหนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า ไนซีเรีย โกโนร์เรียอี (Neisseria gonorrhoeae) ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทารกแรกเกิดสามารถติดเชื้อชนิดนี้จากคุณแม่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญของการคลอดบุตร

ความกังวลใจของคนเป็นแม่เมื่อทราบว่าตนเองอาจมีความเสี่ยง หรือพบว่าลูกน้อยแสดงอาการผิดปกติหลังคลอด คือสิ่งที่คุณกุมารแพทย์และสูตินรีแพทย์ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการติดเชื้อ อาการเริ่มต้น และแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง จึงเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องทารกจากการติดเชื้อรุนแรงที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนระยะยาวได้

สาเหตุและกลไกการติดเชื้อหนองในจากแม่สู่ลูก

การติดเชื้อหนองในในทารกแรกเกิด ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นขณะที่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาผ่านทางรก แต่เกิดขึ้นในขั้นตอนของการคลอดธรรมชาติ (Vaginal Delivery) เมื่อทารกต้องเคลื่อนผ่านช่องคลอดที่มีเชื้อแบคทีเรียนี้สะสมอยู่ เชื้อโรคจะสัมผัสกับเยื่อบุต่างๆ ของทารกโดยตรง โดยเฉพาะบริเวณดวงตา เยื่อบุผิวทางเดินหายใจส่วนบน หรือเยื่อบุอวัยวะเพศ

ในกรณีที่คุณแม่ตั้งครรภ์แล้วติดเชื้อหนองในแต่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที ความเสี่ยงที่ทารกจะติดเชื้อในระหว่างคลอดจะมีสูงมาก ซึ่งตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุดที่เชื้อแบคทีเรียจะเข้าสู่ร่างกายของทารกคือดวงตา ส่งผลให้เกิดโรคเยื่อบุตาอักเสบจากหนองในในทารกแรกเกิด (Ophthalmia Neonatorum) ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน อาจทำให้เกิดแผลที่กระจกตาและสูญเสียการมองเห็นได้ถาวร

อาการเริ่มต้นและสัญญาณเตือนของโรคหนองในในทารก

อาการของการติดเชื้อหนองในในทารกแรกเกิดมักจะปรากฏให้เห็นในช่วงไม่กี่วันแรกหลังคลอด โดยระยะเวลาการฟักตัวของโรคสั้นมาก มักแสดงอาการภายในสองถึงห้าวันหลังคลอด พ่อแม่และผู้ดูแลจึงต้องเฝ้าระวังอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

อาการทางดวงตาที่ต้องสังเกต

  • เปลือกตาบวมแดงอย่างรุนแรงทั้งสองข้าง
  • มีหนองสีเหลืองข้นหรือสีเขียวไหลออกจากตาตลอดเวลา
  • ทารกไม่ยอมลืมตาเพราะความเจ็บปวดและบวมตึง
  • เยื่อบุตาแดงจัดและมีความไวต่อแสง

อาการติดเชื้อในระบบอื่น

  • หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้ทารกมีไข้ ซึม ไม่ยอมดูดนม น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ในเด็กบางรายอาจพบการติดเชื้อที่ข้อต่อ ทำให้มีอาการบวมแดงที่ข้อต่อและขยับตัวด้วยความเจ็บปวด
  • การติดเชื้อบริเวณเยื่อบุอวัยวะเพศหรือทวารหนัก อาจพบมีสารคัดหลั่งผิดปกติหรือรอยแดงอักเสบ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากทารกแรกเกิดมีอาการตาแฉะ มีหนองข้นไหลออกจากตาในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด ห้ามซื้อยาหยอดตามาใช้เองเด็ดขาด เพราะอาจเป็นเชื้อหนองในที่รุนแรงและลุกลามจนกระจกตาุได้ ต้องรีบพาไปพบกุมารแพทย์ทันที

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อทารกมาพบแพทย์ด้วยอาการที่น่าสงสัยว่าอาจเกิดจากการติดเชื้อหนองใน แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อยืนยันโรค ดังนี้

  • การซักประวัติสุขภาพของคุณแม่ ประวัติการฝากครรภ์ และประวัติการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
  • การตรวจร่างกายทารกอย่างละเอียด โดยเฉพาะบริเวณดวงตา ผิวหนัง และข้อต่อ
  • การนำหนองหรือสารคัดหลั่งจากดวงตาไปทำการย้อมสีแกรม (Gram Stain) เพื่อหาเชื้อแบคทีเรียรูปถั่วที่เป็นลักษณะเฉพาะของหนองใน
  • การเพาะเชื้อ (Culture) จากสารคัดหลั่ง เพื่อยืนยันชนิดของเชื้อและตรวจสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคหนองในในทารกแรกเกิดจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของกุมารแพทย์อย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล เนื่องจากเชื้อนี้มีความรุนแรงและอาจกระจายตัวเข้าสู่กระแสเลือดได้

  • การใช้ยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษาของแพทย์ ทั้งในรูปแบบยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือทางหลอดเลือดดำ และยาหยอดตาปฏิชีวนะเฉพาะที่เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียอย่างเด็ดขาด
  • การล้างทำความสะอาดดวงตาด้วยน้ำเกลือทางการแพทย์อย่างถูกวิธี เพื่อกำจัดหนองและลดการอักเสบ
  • การตรวจคัดกรองและรักษาคุณแม่รวมถึงคู่นอนไปพร้อมกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อน
คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันที่ดีที่สุดคือการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ หากพบเชื้อสามารถรักษาให้หายขาดด้วยยาปฏิชีวนะที่ปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ได้ก่อนกำหนดคลอด ช่วยตัดวงจรการติดเชื้อสู่ลูกน้อยได้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพในระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อหนองในจากแม่สู่ลูกเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์และระหว่างการฝากครรภ์ คุณแม่ควรรับการตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามที่สูตินรีแพทย์แนะนำ หากพบความผิดปกติจะได้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีก่อนคลอด นอกจากนี้ ในปัจจุบันโรงพยาบาลทุกแห่งจะมีมาตรฐานในการหยอดตาป้องกันการติดเชื้อให้แก่ทารกแรกเกิดทุกคนทุกรายทันทีหลังคลอด เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคเยื่อบุตาอักเสบที่อาจเกิดขึ้นได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down