ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจลูกเป็นหนองในติดจากอะไรได้บ้าง: ทำความเข้าใจโรคติดเชื้อในเด็ก

โรคหนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infection) ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้ใหญ่ที่มีเพศสัมพันธ์ แต่ในทางการแพทย์พบว่าโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในเด็กทุกช่วงวัย ตั้งแต่ทารกแรกเกิดไปจนถึงเด็กโต โดยมีสาเหตุและกลไกการติดต่อที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามช่วงอายุของเด็ก ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกัน วินิจฉัย และดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที

สาเหตุและเส้นทางการติดต่อของโรคหนองในในเด็ก

การที่เด็กตรวจพบการติดเชื้อหนองในไม่ได้หมายความว่าเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์เสมอไป โดยเฉพาะในเด็กเล็กและทารก แพทย์จะทำการวิเคราะห์เส้นทางการรับเชื้อตามช่วงอายุอย่างละเอียด ดังนี้

การติดเชื้อจากมารดาขณะตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร (Perinatal Transmission)

ในทารกแรกเกิด สาเหตุหลักมาจากการที่มารดามีการติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ในช่องคลอดขณะตั้งครรภ์ หรือในขณะที่ทารกคลอดผ่านช่องคลอดที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน ทำให้เชื้อเข้าสู่เยื่อบุตา ช่องปาก หรือระบบทางเดินหายใจส่วนบนของทารก ส่งผลให้ทารกแรกเกิดมีอาการเยื่อบุตาอักเสบจากหนองใน (Gonococcal Ophthalmia Neonatorum) ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนอาจลุกลามจนสูญเสียการมองเห็นได้

การติดเชื้อในเด็กโตและการล่วงละเมิดทางเพศ (Child Sexual Abuse)

สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาแล้ว เช่น วัยเด็กตอนต้นหรือวัยเรียน หากตรวจพบการติดเชื้อหนองใน จะต้องนึกถึงความเป็นไปได้ของการถูกล่วงละเมิดทางเพศ (Child Sexual Abuse) เป็นอันดับแรก ตามแนวทางเวชปฏิบัติทางการแพทย์ กุมารแพทย์และทีมสหวิชาชีพจะต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งในแง่ของการรักษาโรคและการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เนื่องจากเชื้อนี้ไม่สามารถติดต่อได้ผ่านการใช้สิ่งของร่วมกันทั่วไป เช่น การใช้ห้องน้ำ สระว่ายน้ำ หรือการรับประทานอาหารร่วมกัน เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ไม่สามารถมีชีวิตรอดได้นานเมื่ออยู่นอกร่างกายมนุษย์

อาการแสดงสำคัญของโรคหนองในในเด็ก

อาการของโรคหนองในในเด็กจะมีความแตกต่างกันไปตามอวัยวะที่มีการติดเชื้อและช่วงอายุ ดังนี้

  • ในทารกแรกเกิด: มักแสดงอาการทางตาภายในสองถึงห้าวันหลังคลอด มีอาการตาแดงจัด หนองไหลออกจากตาปริมาณมาก เปลือกตาบวมเป่งจนลืมตาไม่ขึ้น หรือมีแผลที่กระจกตา
  • ในเด็กโต: อาจมีอาการปัสสาวะแสบขัด มีหนองหรือสารคัดหลั่งสีเหลืองหรือเขียวไหลออกจากท่อปัสสาวะหรือช่องคลอด มีอาการปวดท้องน้อย หรือมีรอยโรคบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปาก ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ได้รับเชื้อ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบอาการผิดปกติ เช่น มีหนองไหลจากอวัยวะเพศหรือดวงตาในทารกแรกเกิด ห้ามซื้อยาหยอดตาหรือยาทานเองเด็ดขาด ต้องพาไปพบกุมารแพทย์หรือจักษุแพทย์เพื่อตรวจเพาะเชื้อและรับการรักษาที่จำเพาะเจาะจงทันที

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อเด็กมาพบแพทย์ด้วยอาการที่น่าสงสัย แพทย์จะมีกระบวนการตรวจวินิจฉัยที่รัดกุมและได้มาตรฐาน ดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามประวัติสุขภาพมารดา ประวัติการคลอด และประวัติความเป็นอยู่ของเด็กอย่างละเอียด เพื่อประเมินความเสี่ยงในการรับเชื้อ
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ทำการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากบริเวณที่มีอาการ เช่น หนองจากตา ช่องคลอด ท่อปัสสาวะ หรือทวารหนัก เพื่อนำไปย้อมสีแกรม (Gram Stain) และทำการเพาะเชื้อ (Culture) รวมถึงการตรวจด้วยวิธีพีซีอาร์ (Polymerase Chain Reaction - PCR) ซึ่งมีความแม่นยำสูง
  • การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย: เนื่องจากผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อหนองในอาจมีความเสี่ยงรับเชื้ออื่นร่วมด้วย แพทย์จึงอาจพิจารณาตรวจหาเชื้อคลามิเดีย ซิฟิลิส และเชื้อเอชไอวีเพิ่มเติม

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคหนองในจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด โดยหลักการรักษาประกอบด้วย

  • การให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มที่เหมาะสมกับอายุและน้ำหนักตัวของเด็ก เช่น ยาฉีดเซฟไตรอกโซน (Ceftriaxone) ร่วมกับยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียให้หมดสิ้น
  • การรักษาเฉพาะที่: ในกรณีที่เป็นเยื่อบุตาอักเสบ แพทย์จะทำการล้างตาด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้ออย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปริมาณหนองและป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางกระจกตา
  • การติดตามการรักษา: นัดหมายมาประเมินอาการและตรวจซ้ำหลังการรักษาเสร็จสิ้น เพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อถูกกำจัดออกไปจากร่างกายอย่างสมบูรณ์
คำแนะนำจากคุณหมอ: การรับประทานยาปฏิชีวนะต้องครบตามกำหนดของแพทย์ ห้ามหยุดยาเองแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ

การป้องกันและการดูแลระยะยาว

การป้องกันโรคหนองในในเด็กเริ่มต้นจากการดูแลสุขภาพมารดาฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อคัดกรองและรักษาโรคติดเชื้อในช่องคลอดก่อนคลอดบุตร สำหรับเด็กโต การสร้างความตระหนักรู้ การให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคล และการคุ้มครองเด็กจากความเสี่ยงของการล่วงละเมิดทางเพศถือเป็นมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down