ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความสำคัญทางการแพทย์และภาพรวมของภาวะแผลอักเสบเรื้อรังมีหนองในเด็ก

ภาวะแผลอักเสบเรื้อรังที่มีหนองในเด็ก (Chronic Infected Wound in Children) เป็นปัญหาทางศัลยกรรมและผิวหนังที่พบได้บ่อยและมีความซับซ้อนมากกว่าแผลถลอกหรือแผลสดทั่วไป แผลอักเสบเรื้อรังหมายถึงรอยโรคที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังซึ่งไม่สามารถสมานตัวหรือหายได้ภายในระยะเวลาปกติ (มักกินเวลาเกินสองถึงสี่สัปดาห์ขึ้นไป) ร่วมกับการพบการติดเชื้อแบคทีเรียจนเกิดเป็นหนอง (Pus) ซึ่งเกิดจากเม็ดเลือดขาวที่ตายไปต่อสู้กับเชื้อโรค ในเด็กเล็กและทารก ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ความสามารถในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและการจำกัดวงของการติดเชื้อด้อยกว่าผู้ใหญ่ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาที่ตรงจุด เชื้อโรคอาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุและกลไกการเกิดแผลอักเสบเรื้อรังมีหนอง

การที่แผลธรรมดาพัฒนาไปเป็นแผลเรื้อรังและมีหนองสะสม เกิดจากปัจจัยร่วมหลายประการทั้งจากตัวเชื้อโรคและสภาพร่างกายของเด็กเอง:

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย: ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือ สตาฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) และ สเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านรอยแผลถลอก แมลงสัตว์กัดต่อย หรือรอยขีดข่วนเล็กๆ ที่เด็กเกาจนเกิดแผล
  • สิ่งแปลกปลอมในแผล: ในเด็กมักเกิดจากการหกล้มแล้วมีเศษดิน เสี้ยนไม้ เศษแก้ว หรือเส้นใยเสื้อผ้าตกค้างอยู่ก้นแผล ซึ่งร่างกายจะมองเป็นสิ่งแปลกปลอมและพยายามขับออก ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและมีหนองไหลไม่หยุด
  • ปัจจัยด้านภูมิคุ้มกันและโรคประจำตัว: เด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเบาหวานในเด็ก หรือภาวะทุพโภชนาการ จะมีกระบวนการหายของแผลที่ช้าลงอย่างมาก
  • การดูแลรักษาแผลที่ไม่ถูกสุขลักษณะ: การปล่อยให้แผลอับชื้น โดนน้ำสกปรก หรือใช้ยาใส่แผลที่ไม่เหมาะสม ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมดังกล่าว
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากเด็กมีแผลที่บริเวณข้อพับหรือจุดที่ต้องขยับตัวบ่อย แผลจะหายยากขึ้นเนื่องจากผิวหนังถูกดึงรั้งตลอดเวลา พ่อจึงควรสังเกตว่าแผลมีการขยายตัวลึกขึ้นหรือไม่

อาการแสดงสำคัญและระยะของโรค

อาการของแผลอักเสบเรื้อรังมีหนองมักดำเนินไปเป็นขั้นตอน หากสังเกตเห็นตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยลดความรุนแรงลงได้มาก:

  • ระยะเริ่มแรก: ผิวหนังรอบแผลจะบวม แดง ร้อน และเด็กจะมีอาการเจ็บปวดระบมบริเวณแผลอย่างชัดเจน เริ่มมีน้ำเหลืองปนเลือดซึมออกมา
  • ระยะลุกลามและมีหนอง: แผลเริ่มมีขนาดกว้างและลึกขึ้น ก้นแผลมีหนองสีเหลืองข้นหรือสีเขียวปนเลือด มีกลิ่นเหม็น ขอบแผลอาจมีความแข็งกระด้างหรือมีสีคล้ำลง เด็กอาจเริ่มมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย
  • ระยะเรื้อรัง: แผลไม่ยอมปิดปากเป็นเวลาหลายสัปดาห์ มีหนองไหลซึมออกมาเรื่อยๆ ผิวหนังรอบแผลเริ่มเปื่อยยุ่ย และอาจเกิดเนื้อเยื่อส่วนเกิน (Granulation Tissue) ที่ผิดปกติ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

เมื่อลูกมีแผลอักเสบเรื้อรัง พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอาการทางระบบที่บ่งชี้ว่าการติดเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน:

  • มีไข้สูงหนาวสั่น หรือไข้ไม่ยอมลดแม้เช็ดตัวและกินยาลดไข้
  • อาการบวม แดง และร้อนที่แผลลุกลามขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว มีเส้นสีแดงลามออกจากแผล
  • เด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือนม งอแงผิดปกติ
  • หายใจหอบเหนื่อย ชีพจรเต้นเร็ว หรือมีภาวะขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อยลง ปากแห้ง ไม่มีน้ำตาเวลา ร้องไห้

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรม แพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยอย่างเป็นระบบดังนี้:

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามระยะเวลาที่เป็น ลักษณะการเกิดแผล โรคประจำตัว และประวัติการรับวัคซีนบาดทะยัก พร้อมทั้งประเมินความลึกและขนาดของแผล
  • การเพาะเชื้อจากแผล (Wound Swab and Culture): ใช้ไม้พันสำลีป้ายหนองส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาชนิดของแบคทีเรียและทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ (Sensitivity Test)
  • การตรวจเลือด: เพื่อดูระดับเม็ดเลือดขาวที่อาจสูงขึ้นจากการติดเชื้อ และประเมินภาวะการอักเสบในร่างกาย (Complete Blood Count and Inflammatory Markers)
  • การเอกซเรย์หรืออัลตราซาวนด์: ในกรณีที่แผลลึกเรื้อรังเพื่อตรวจสอบว่ามีการติดเชื้อลามไปถึงกระดูก (Osteomyelitis) หรือมีสิ่งแปลกปลอมซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังหรือไม่

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาแผลอักเสบเรื้อรังมีหนองต้องทำร่วมกันระหว่างการรักษาทางการแพทย์และการพยาบาลแผลที่ถูกต้อง:

  • การใช้ยาปฏิชีวนะ: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะชนิดทาหรือชนิดรับประทานตามผลการเพาะเชื้อ หากมีการติดเชื้อรุนแรงอาจต้องได้รับยาปฏิชีวนะผ่านทางหลอดเลือดดำ
  • การทำแผลและล้างแผลอย่างถูกวิธี (Wound Debridement): แพทย์หรือพยาบาลอาจต้องทำการตัดเนื้อตายและหนองออก (Debridement) เพื่อเปิดทางให้เนื้อเยื่อใหม่เติบโตได้ดีขึ้น พร้อมทั้งใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) ในการล้างแผล
  • การบรรเทาอาการปวด: ให้ยาลดปวดกลุ่มพาราเซตามอลหรือยาต้านการอักเสบตามคำสั่งแพทย์
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามบีบ เค้น หรือพยายามกดหนองออกจากแผลด้วยตนเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เชื้อโรคทะลักเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและแพร่กระจายไปทั่วร่างกายได้ง่ายขึ้น

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาทาฆ่าเชื้อรุนแรงมาใช้เอง: การใช้ยาไม่ตรงกับชนิดของเชื้ออาจทำให้แบคทีเรียดื้อยาและแผลยิ่งเรื้อรังมากขึ้น
  • ห้ามใช้สมุนไพรพอกแผล: ภูมิปัญญาพื้นบ้านบางชนิดอาจไม่ผ่านกระบวนการปลอดเชื้อ ทำให้เพิ่มสิ่งสกปรกและแบคทีเรียเข้าสู่แผลโดยตรง
  • การใช้ยาลดไข้: ควรใช้พาราเซตามอลในขนาดที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัวของเด็ก (สิบถึงสิบห้ากิโลกรัมต่อมิลลิกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง) และหลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟนในเด็กที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อบางชนิดโดยไม่ปรึกษาแพทย์

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้แผลกลับมาอักเสบซ้ำทำได้โดยการดูแลสุขอนามัยพื้นฐาน:

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ก่อนและหลังทำแผลทุกครั้ง
  • ตัดเล็บเด็กให้สั้นอยู่เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเกาแผลจนเกิดแผลเปิดใหม่
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ โดยเฉพาะโปรตีนและวิตามินซี เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อผิวหนัง
กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ดูแล: 1. ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสแผลลูกทุกครั้ง 2. ล้างแผลด้วยน้ำเกลือและซับให้แห้งเบาๆ 3. ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาดเพื่อป้องกันสิ่งสกปรก 4. สังเกตอาการผิดปกติเช่นไข้หรือบวมแดงลาม 5. พาไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินการหายของแผล
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down