ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดเชื้อหนองในทำอย่างไรดี: เช็กอาการสำคัญและแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้อง

การที่เด็กหรือทารกตรวจพบการติดเชื้อหนองใน หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในเด็ก ถือเป็นสถานการณ์ทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน ละเอียดอ่อน และถูกต้องตามหลักการแพทย์ 100เปอร์เซ็นต์ โรคหนองในหรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่า โกโนเรีย (Gonorrhea) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า ไนซีเรีย โกโนร์เรียอี (Neisseria gonorrhoeae) แม้โรคนี้จะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในผู้ใหญ่ แต่ในเด็กและทารกสามารถพบการติดเชื้อนี้ได้เช่นกัน ซึ่งมักเกิดขึ้นผ่านการติดเชื้อจากมารดาในระหว่างกระบวนการคลอดธรรมชาติ หรือในกรณีที่น่ากังวลและต้องได้รับการสอบสวนโรคอย่างละเอียดคือการล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก บทความฉบับนี้จะอธิบายถึงสาเหตุ อาการ การวินิจฉัย และแนวทางการดูแลรักษาอย่างครอบคลุมเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเด็ก

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคหนองในในเด็ก

เชื้อแบคทีเรีย ไนซีเรีย โกโนร์เรียอี (Neisseria gonorrhoeae) เป็นแบคทีเรียแกรมลบรูปถั่วที่เจริญเติบโตได้ดีในบริเวณเยื่อบุผิวที่ชื้นและอบอุ่น เช่น เยื่อบุช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก ตา ทวารหนัก และลำคอ กลไกการเกิดโรคและการรับเชื้อในเด็กสามารถแบ่งออกได้เป็นกรณีหลักดังนี้

  • การติดเชื้อจากมารดาขณะคลอด (Perinatal Transmission): ทารกแรกเกิดสามารถรับเชื้อได้โดยตรงขณะเคลื่อนตัวผ่านช่องคลอดของมารดาที่มีการติดเชื้อหนองในที่ยังไม่ได้รับการรักษา ซึ่งมักแสดงออกในรูปของการติดเชื้อที่เยื่อบุตาอักเสบจากหนองใน (Ophthalmia neonatorum) หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและอวัยวะเพศ
  • การติดเชื้อจากการสัมผัสหรือการล่วงละเมิด (Non-perinatal Transmission): ในเด็กโตหรือเด็กเล็กที่ไม่ใช่ทารกแรกเกิด การพบเชื้อหนองในถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญมากที่สุดถึงความเป็นไปได้ของการถูกล่วงละเมิดทางเพศ (Child Sexual Abuse) ซึ่งจำเป็นต้องมีการสอบสวนทางกุมารเวชศาสตร์และนิติเวชศาสตร์ร่วมด้วยเสมอ

เชื้อแบคทีเรียนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเกาะติดกับเยื่อบุผิว ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง มีการสร้างหนอง และหากปล่อยไว้ไม่รักษา เชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านกระแสเลือดไปยังข้อต่อหรืออวัยวะภายในอื่นๆ ได้

อาการแสดงสำคัญตามตำแหน่งที่ติดเชื้อ

อาการของโรคหนองในในเด็กจะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย โดยสามารถสังเกตอาการสำคัญได้ดังนี้

  • การติดเชื้อที่ตาในทารกแรกเกิด (Gonococcal Conjunctivitis): มักเกิดขึ้นในช่วงสองสัปดาห์แรกหลังคลอด เด็กจะมีอาการตาบวมแดงทั้งสองข้างอย่างรุนแรง มีหนองสีเหลืองหรือเขียวข้นไหลออกมาจากตาตลอดเวลา หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจลุกลามจนเกิดแผลที่กระจกตาและทำให้ตาบอดได้
  • การติดเชื้อที่อวัยวะเพศและทางเดินปัสสาวะ: เด็กอาจมีอาการปวดแสบเวลาปัสสาวะ มีตกขาวผิดปกติสีเหลืองหรือเขียวจากช่องคลอดในเด็กผู้หญิง หรือมีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะในเด็กผู้ชาย บริเวณอวัยวะเพศอาจมีอาการบวมแดงและระคายเคืองอย่างมาก
  • การติดเชื้อที่ทวารหนักและลำคอ: เด็กอาจมีอาการเจ็บคอเรื้อรังหากติดเชื้อบริเวณลำคอจากการรับประทานหรือสัมผัส หรือมีอาการคัน เจ็บ หรือมีมูกหนองปนเลือดออกจากทวารหนัก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบอาการตาอักเสบที่มีหนองข้นในทารกแรกเกิด หรือพบตกขาวผิดปกติในเด็ก ห้ามซื้อยาหยอดตาหรือยาปฏิชีวนะมาใช้เองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้โรคดื้อยาและเป็นอันตรายถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย จำเป็นต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลและพบแพทย์เฉพาะทางทันที:

  • ทารกแรกเกิดมีอาการตาบวมเป่งลืมตาไม่ขึ้น มีหนองไหลทะลักออกมาจากดวงตา
  • เด็กมีไข้สูงร่วมกับอาการปวดบวมตามข้อต่อต่างๆ ซึ่งอาจบ่งบอกว่าเชื้อกระจายเข้าสู่กระแสเลือด (Disseminated Gonococcal Infection)
  • เด็กซึมลง ไม่ยอมดื่มนมหรือรับประทานอาหาร มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อยลง ปากแห้ง ไม่มีน้ำตาเวลา ร้องไห้
  • มีเลือดออกผิดปกติจากอวัยวะเพศหรือทวารหนัก

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

แพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยอย่างละเอียดและเป็นระบบ เพื่อยืนยันโรคและค้นหาแหล่งที่มาของการติดเชื้อ

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะซักประวัติการคลอดของมารดา ประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว และประเมินร่องรอยการบาดเจ็บหรือการติดเชื้ออย่างละเอียด
  • การเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Culture and Nucleic Acid Amplification Tests - NAATs): แพทย์จะใช้ไม้พันสำลีป้ายเอาหนองหรือสารคัดหลอดจากบริเวณตา ช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ลำคอ หรือทวารหนัก เพื่อนำไปตรวจหาเชื้อแบคทีเรียหนองในด้วยวิธีเพาะเชื้อ (Culture) หรือวิธีตรวจหาพันธุกรรมของเชื้อ (NAATs) ซึ่งมีความแม่นยำสูงมาก
  • การตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ร่วมอื่นๆ: เนื่องจากโรคหนองในมักมาพร้อมกับการติดเชื้ออื่นๆ แพทย์อาจพิจารณาตรวจหาเชื้อคลามิเดีย ซิฟิลิส และเชื้อเอชไอวี (HIV) เพิ่มเติมด้วย

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคหนองในในเด็กต้องอยู่ภายใต้การดูแลของกุมารแพทย์และแพทย์เฉพาะทางด้านโรคติดเชื้ออย่างเคร่งครัด

  • การใช้ยาปฏิชีวนะที่ถูกต้อง: เนื่องจากปัจจุบันเชื้อหนองในมีความสามารถในการดื้อยาสูงมาก แพทย์จึงต้องให้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporins) เช่น ยาเซฟไตรอกโซน (Ceftriaxone) ในขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของเด็ก โดยให้ผ่านทางหลอดเลือดดำหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และอาจต้องให้ยาปฏิชีวนะชนิดอื่นร่วมด้วยหากพบการติดเชื้อคลามิเดียร่วมด้วย
  • การรักษาเฉพาะที่บริเวณดวงตา: ในกรณีทารกแรกเกิดที่มีการติดเชื้อที่ตา แพทย์จะทำการล้างตาด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้ออย่างสม่ำเสมอเพื่อกำจัดหนอง และหยอดตาด้วยยาปฏิชีวนะตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • การติดตามการรักษา: แพทย์จะนัดตรวจซ้ำหลังจากให้ยาครบถ้วน เพื่อยืนยันว่าเชื้อถูกกำจัดออกจากร่างกายอย่างหมดจดแล้ว
คำแนะนำจากคุณหมอ: การรักษาโรคหนองในจำเป็นต้องได้รับการรักษาพร้อมกันทั้งครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดที่มีความเสี่ยง เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการแพร่กระจายของโรคในชุมชน

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยของเด็ก:

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานหรือหยอดตาเอง: การใช้ยาไม่ถูกขนาดหรือไม่ตรงกับชนิดของเชื้อจะทำให้เชื้อดื้อยาและรักษาได้ยากยิ่งขึ้น
  • ห้ามละเลยการสอบสวนโรค: ในกรณีของเด็กโต การพบเชื้อหนองในไม่ใช่เรื่องปกติ จำเป็นต้องร่วมมือกับทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ในการปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็ก
  • ห้ามหยุดยาเอง: แม้ว่าอาการของเด็กจะดีขึ้นและหนองหายไปแล้ว แต่ต้องให้เด็กรับประทานยาหรือฉีดยาจนครบตามกำหนดของแพทย์เท่านั้น เพื่อป้องกันโรคกลับมาเป็นซ้ำ

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อหนองในสามารถทำได้ตั้งแต่ต้นทาง:

  • การฝากครรภ์และคัดกรองโรคในหญิงตั้งครรภ์: หญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับการรักษาก่อนคลอด ป้องกันการติดเชื้อสู่ทารก
  • การหยอดตาป้องกันการติดเชื้อในทารกแรกเกิด: โรงพยาบาลมาตรฐานจะมีการใช้ยาหยอดตาป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียให้แก่ทารกแรกเกิดทุกรายทันทีหลังคลอด
  • การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย: ในเด็กโต การดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ให้ความรู้เรื่องสุขอนามัย และการเฝ้าระวังความปลอดภัยจากบุคคลใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการป้องกันการล่วงละเมิด

สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ดูแลในการรับมือโรคหนองในในเด็ก

  • สังเกตความผิดปกติบริเวณดวงตา อวัยวะเพศ และทางเดินปัสสาวะของเด็กอย่างใกล้ชิด
  • รีบนำเด็กพบกุมารแพทย์ทันทีหากพบหนองหรือมีอาการอักเสบผิดปกติ
  • ปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัดและให้ยาจนครบโดส
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาหยอดตาเองโดยเด็ดขาด
  • ร่วมมือกับทีมแพทย์ในการสืบหาแหล่งโรคเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down