ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วทำไมยังมีไข้ พร้อมแนวทางดูแลที่ถูกต้อง

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) ถือเป็นมาตรการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงเช่นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ผู้ปกครองและผู้รับการฉีดวัคซีนหลายท่านมักมีความกังวลใจเมื่อพบว่า หลังจากฉีดวัคซีนไปแล้วกลับมีอาการไข้เกิดขึ้น จนเกิดคำถามว่า ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วทำไมยังมีไข้ อาการนี้ถือเป็นความผิดปกติหรือไม่ และควรมีแนวทางการใช้ยา ตลอดจนการดูแลรักษาอย่างไรให้ปลอดภัยตามหลักการแพทย์

ทำความเข้าใจกลไกของวัคซีนและสาเหตุของการเกิดไข้หลังฉีด

เพื่อตอบคำถามที่ว่า ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วทำไมยังมีไข้ จำเป็นต้องเข้าใจกลไกการทำงานของวัคซีนก่อน วัคซีนไข้หวัดใหญ่ผลิตมาจากเชื้อไวรัสที่ถูกทำให้ตายแล้ว (Inactivated Vaccine) หรือใช้ส่วนประกอบของไวรัส จึงไม่สามารถทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ได้ แต่สารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Antigen) ในวัคซีนจะไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมา ซึ่งกระบวนการทางภูมิคุ้มกันนี้จะหลั่งสารสื่ออักเสบที่เรียกว่า ไซโตไคน์ (Cytokines) ออกมา ส่งผลให้ศูนย์ควบคุมความร้อนในสมองสั่งการให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น เกิดเป็นอาการไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตามตัว หรือปวดบวมบริเวณที่ฉีด ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาข้างเคียงที่พบได้ปกติและมักหายได้เองภายในสองถึงสามวัน

ในทางกลับกัน หากมีไข้สูงร่วมกับมีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ หรือมีอาการของโรคทางเดินหายใจอย่างชัดเจน อาจเกิดจากสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น การรับเชื้อไวรัสไข้หวัดชนิดอื่น หรือเชื้อไวรัสตัวอื่นก่อนหรือหลังมารับวัคซีนในช่วงที่ภูมิคุ้มกันยังไม่ทันสร้างขึ้น ซึ่งต้องอาศัยการสังเกตอาการและแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสม

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและขนาดยาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

เมื่อมีอาการไข้หรือปวดเมื่อยหลังการฉีดวัคซีน การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการตามความรุนแรงเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องอยู่ภายใต้ขนาดยาที่แม่นยำ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด

  • ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): เป็นยาหลักในการลดไข้และบรรเทาอาการปวดสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้อง: สำหรับเด็ก ขนาดยาที่ปลอดภัยคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทานทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ และห้ามทานเกินขนาดสูงสุดต่อวันตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

การคำนวณขนาดยาในเด็กตามน้ำหนักตัวมีความสำคัญมาก เพื่อป้องกันการได้รับยาเกินขนาดซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของตับ หรือการได้รับยาไม่เพียงพอทำให้ไข้ไม่ลด

ข้อควรระวังสำคัญและยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กและวัยรุ่นเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Reye Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ทำให้สมองและตับบวมอักเสบถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อมาทานเอง เพราะไข้หลังฉีดวัคซีนหรือไข้จากไวรัสไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ และอาจก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการไข้หลังฉีดวัคซีนส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรพาผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยเพิ่มเติม

  • ไข้สูงมากเกิน 39 องศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ยอมลดลงเลยหลังจากผ่านไป 3 วัน
  • มีอาการชักจากไข้ (Febrile Seizure)
  • ซึมลงมาก ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มนม
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนอกบุ๋ม
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยลง หรือไม่มีปัสสาวะนานหลายชั่วโมง

วิธีดูแลและพยาบาลผู้ป่วยที่บ้านอย่างถูกวิธี

การดูแลผู้ที่มีไข้หลังฉีดวัคซีนสามารถทำได้ด้วยการเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น (Tepid Sponge) เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ให้ผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำสะอาดหรือเกลือแร่ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ หากมีอาการปวดบวมบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นได้ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกเพื่อลดอาการบวม

สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ดูแลและแนวทางป้องกันในอนาคต

การเกิดไข้หลังฉีดวัคซีนเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าร่างกายกำลังสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ผู้ดูแลควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและใช้ยาด้วยความระมัดระวังตามเกณฑ์น้ำหนักตัว สำหรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในครั้งต่อๆ ไป แนะนำให้ฉีดเป็นประจำทุกปีเพื่อรักษาระดับภูมิคุ้มกันให้สูงเพียงพอในการป้องกันสายพันธุ์ของไวรัสที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down