ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้หวัดใหญ่คืออะไร และทำไมเราต้องทำความเข้าใจระยะเวลาการหายของโรค

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นการติดเชื้อไวรัสทางระบบทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ซึ่งมักมีความรุนแรงและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้สูงกว่าคนทั่วไป หลายคนมักสงสัยว่าอาการป่วยเหล่านี้จะดำเนินไปนานแค่ไหน และต้องกินยาอย่างไรจึงจะปลอดภัยและหายขาดจากโรคได้อย่างรวดเร็ว บทความนี้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คุณเข้าใจแนวทางการดูแลรักษาและการใช้ยาอย่างถูกต้องครบถ้วน

เป็นไข้หวัดใหญ่กี่วันหาย: ระยะเวลาการดำเนินโรคและไข้จะลดลงเมื่อไหร่

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มักจะมีอาการป่วยรวมทั้งหมดประมาณ 5 ถึง 7 วัน แต่อาการอ่อนเพลียหรือไออาจหลงเหลืออยู่ได้นาน 1 ถึง 2 สัปดาห์ โดยสามารถแบ่งระยะเวลาและอาการออกได้ดังนี้

  • ระยะมีไข้สูง (วันที่ 1 ถึง 3): อาการไข้จะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไข้สูงมาก ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ และอ่อนเพลียอย่างรุนแรง
  • ระยะอาการเด่นชัด (วันที่ 3 ถึง 5): ไข้เริ่มลดลง แต่จะเริ่มมีอาการทางระบบทางเดินหายใจเด่นชัดขึ้น เช่น ไอ เจ็บคอ น้ำูกไหล และคัดจมูก
  • ระยะฟื้นตัว (วันที่ 5 ถึง 7 เป็นต้นไป): อาการโดยรวมดีขึ้นมาก ไข้หายไป เหลือเพียงอาการไอหรืออ่อนเพลียเล็กน้อยที่ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาไข้หวัดใหญ่ตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่นั้นเน้นการรักษาตามอาการควบคู่กับการใช้ยาต้านไวรัสในกรณีที่จำเป็น เพื่อลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเจ็บป่วย โดยแบ่งกลุ่มยาออกเป็นหมวดหมู่ดังนี้

1. ยาต้านไวรัส (Antiviral Drugs)

ยาต้านไวรัส เช่น โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) มีประโยชน์อย่างมากหากเริ่มรับประทานภายใน 48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการ จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ควรอยู่ภายใต้คำสั่งและคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น

2. ยาลดไข้และแก้ปวด (Antipyretics and Analgesics)

ใช้สำหรับบรรเทาอาการไข้สูงและอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยยาหลักที่แนะนำคือ ยาพาราเซตามอล (Paracetamol)

3. ยาตามอาการอื่นๆ

เช่น ยาละลายเสมหะ ยาแก้ไอ ยาลดน้ำมูก หรือน้ำเกลือพ่นจมูก เพื่อช่วยบรรเทาความอึดอัดและช่วยให้ระบบทางเดินหายใจโล่งขึ้น

คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาต้านไวรัสให้ได้ผลดีที่สุดควรเริ่มต้นทันทีเมื่อแพทย์วินิจฉัย ไม่ควรซื้อยารับประทานเองโดยไม่จำเป็น และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนเริ่มใช้ยาชุดใหญ่

ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัย

การใช้ยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเป็นพิษต่อตับ โดยมีแนวทางดังนี้

  • ขนาดยาพาราเซตามอลสำหรับเด็ก: ขนาดยาที่แนะนำคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อครั้ง สามารถรับประทานซ้ำได้ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้ และห้ามทานเกิน 5 ครั้งใน 1 วัน
  • การใช้น้ำเกลือล้างจมูก: ในเด็กเล็กหรือผู้ที่มีเสมหะเหนียวข้น การใช้น้ำเกลือ (Normal Saline) หยอดหรือล้างจมูกจะช่วยลดการคั่งของน้ำมูกและช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น
  • การรับประทานยาต้านไวรัส: ต้องทานติดต่อกันให้ครบตามกำหนดของแพทย์แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา

ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลควรสังเกตอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้ยา ดังนี้

  • ยาพาราเซตามอลหากใช้เกินขนาดอาจทำให้เกิดพิษต่อตับ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเจ็บชายโครงด้านขวา
  • ยาต้านไวรัสบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย ซึ่งมักจะดีขึ้นเมื่อรับประทานพร้อมอาหาร

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาดในโรคไข้หวัดใหญ่

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่หรือสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออกเด็ดขาด เนื่องจากยาแอสไพรินในเด็กอาจกระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye Syndrome) ซึ่งมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ส่วนไอบูโพรเฟนอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหารและส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตในภาวะที่ร่างกายขาดน้ำ นอกจากนี้ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเองอย่างเด็ดขาด เนื่องจากไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่ช่วยรักษาโรคและยังก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาอีกด้วย

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องนำผู้ป่วยพบแพทย์ทันที

หากพบอาการเหล่านี้ในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตราย เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรง

  • ไข้สูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาสูงอีกรอบอย่างรวดเร็ว
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หน้าอกบุ๋ม หรือริมฝีปากและปลายนิ้วเขียวคล้ำ
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก สับสน หรือมีอาการชัก
  • อาเจียนมากจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ มีอาการขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อยลง ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา

วิธีดูแลรักษาและพยาบาลที่บ้านอย่างถูกวิธี

การดูแลผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่บ้านมีความสำคัญอย่างมากต่อการฟื้นตัวของร่างกาย

  • การเช็ดตัวลดไข้: ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องในการเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์เช็ดตัวเด็ดขาด
  • การดื่มน้ำและการชดเชยสารน้ำ: ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอบ่อยๆ หรือจิบเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • การรับประทานอาหาร: เลือกทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย รสชาติอ่อน เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุปอุ่นๆ และควรพักผ่อนให้เพียงพอในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง นอกจากนี้ควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาด และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกนอกบ้าน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down