ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในคุณแม่ตั้งครรภ์

ช่วงเวลาตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและระบบภูมิคุ้มกันอย่างมาก เพื่อให้สามารถรองรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ได้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้ภูมิต้านทานต่อโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจลดลงโดยธรรมชาติ ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่หากได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) แล้ว อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่าคนทั่วไป เช่น โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) ภาวะหายใจล้มเหลว และเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด หรือทารกมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงเป็นมาตรการทางการแพทย์ที่มีความสำคัญสูงสุดในการปกป้องสุขภาพทั้งของมารดาและทารกในครรภ์

เชื้อก่อโรคและการติดต่อของโรคไข้หวัดใหญ่ในหญิงตั้งครรภ์

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ซึ่งแบ่งออกเป็นสายพันธุ์หลักคือเอ (A) และบี (B) เชื้อนี้ติดต่อได้ง่ายผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสาร secretions ของผู้ติดเชื้อ เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับเชื้อ ไวรัสจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและก่อให้เกิดการอักเสบอย่างรวดเร็ว เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงตั้งครรภ์ เชื้อโรคจึงสามารถลุกลามลงสู่ปอดได้ง่ายกว่าปกติ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางปอดที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อาการสำคัญและสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

อาการเริ่มต้นของการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มักมีความรุนแรงฉับพลัน ต่างจากไข้หวัดธรรมดา อาการเด่นชัดประกอบด้วยไข้สูง อาการปวดเมื่อยตามตัวอย่างรุนแรง อ่อนเพลีย อาการไอแห้ง เจ็บคอ และปวดศีรษะ หากคุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการเหล่านี้ ควรสังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิด

  • ไข้สูงเกินสามสิบแปดองศาเซลเซียสที่ไม่ยอมลดลงหลังจากทานยาพาราเซตามอล
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หรือเจ็บแน่นหน้าอก
  • รู้สึกเวียนศีรษะมาก หน้ามืด หรือสับสน
  • ลูกในครรภ์ดิ้นน้อยลงอย่างผิดปกติ
  • มีอาการขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะมีสีเข้มมากหรือไม่ถ่ายปัสสาวะนานหลายชั่วโมง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบสัญญาณอันตรายดังระบุข้างต้น ห้ามรอจนครบกำหนดนัดฝากครรภ์เด็ดขาด ต้องรีบเดินทางไปพบสูติแพทย์ที่โรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการประเมินและรักษาอย่างเร่งด่วน

วิธีใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ในหญิงตั้งครรภ์

องค์การอนามัยโลกและราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย แนะนำอย่างยิ่งให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย (Inactivated Influenza Vaccine) โดยสามารถฉีดได้ในทุกไตรมาสของการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นไตรมาสแรก ไตรมาสที่สอง หรือไตรมาสที่สาม วัคซีนชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงมากสำหรับทารกในครรภ์ และนอกจากจะช่วยป้องกันคุณแม่จากการติดเชื้อที่รุนแรงแล้ว แอนติบอดีที่สร้างขึ้นยังสามารถส่งผ่านรกไปยังทารก ช่วยปกป้องทารกหลังคลอดในช่วงหลายเดือนแรกที่ยังไม่สามารถรับวัคซีนเองได้อีกด้วย

กลุ่มยาและแนวทางการรักษาเมื่อเกิดอาการไข้หวัดใหญ่

หากคุณแม่ตั้งครรภ์ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ การรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาอาการและการใช้ยาต้านไวรัสภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด

  • ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): เป็นยาหลักสำหรับลดไข้และบรรเทาอาการปวดในหญิงตั้งครรภ์ โดยต้องใช้ในขนาดยาที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัว
  • ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir): หากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่และอยู่ในช่วงเริ่มต้น การพิจารณาให้ยาต้านไวรัสจะช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำแนะนำจากคุณหมอ: ขนาดยาพาราเซตามอลที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์คือสิบถึงสิบห้ามิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีอาการ และไม่ควรทานติดต่อกันเกินขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนด

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เด็ดขาดในคุณแม่ตั้งครรภ์

การใช้ยาในช่วงตั้งครรภ์ต้องมีความระมัดระวังสูงสุด มีกลุ่มยาหลายชนิดที่ห้ามซื้อทานเองเด็ดขาดเนื่องจากอาจส่งผลกระทบอันตรายต่อทารกในครรภ์และความผิดปกติทางพิษวิทยา

  • ยาแอสไพริน (Aspirin) และไอบูโพรเฟน (Ibuprofen): ห้ามใช้เด็ดขาดโดยเฉพาะในไตรมาสที่สาม เนื่องจากอาจทำให้ท่อปัสสาวะของทารกปิดก่อนกำหนด เลือดออกไม่หยุด และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตกเลือดในมารดา
  • ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): ห้ามซื้อทานเองเด็ดขาดเนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัส การทานยาปฏิชีวนะจึงไม่ช่วยรักษาโรคและยังอาจเกิดเชื้อดื้อยา
  • ยาแก้แพ้และยาลดน้ำมูกบางชนิด: ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้งก่อนใช้ยาลดน้ำมูกกลุ่มที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว

การดูแลตนเองและการพยาบาลเบื้องต้นที่บ้าน

นอกจากการทานยาตามแพทย์สั่งแล้ว การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

  • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับอย่างน้อยแปดถึงสิบชั่วโมงต่อวัน
  • ดื่มน้ำเปล่าสะอาดในปริมาณที่มากพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้เสมหะเจือจางลง
  • รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย และมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
  • เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น (Tepid Sponge) หากมีไข้สูงร่วมกับอาการหนาวสั่น

วิธีป้องกันการติดเชื้อและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ทำได้โดยการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาด และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องออกนอกเคหสถาน ควบคู่กับการรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามกำหนดเวลา

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down