ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

โรคเรื้อรังไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Diseases) หรือโรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) ถือเป็นกลุ่มโรคประจำตัวที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ลดลง เมื่อผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) เข้าสู่ร่างกาย จะมีความเสี่ยงสูงมากที่อาการของโรคเรื้อรังที่เป็นอยู่จะกำเริบรุนแรง เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน หรือระดับน้ำตาลในเลือดวิกฤต การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีจึงไม่ใช่เพียงแค่การป้องกันไข้หวัดธรรมดา แต่เป็นการเกราะคุ้มกันชีวิตที่ช่วยลดอัตราการนอนโรงพยาบาลและลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญทางการแพทย์

กลไกการติดเชื้อและการกำเริบของโรคเรื้อรังเมื่อเผชิญกับไข้หวัดใหญ่

เมื่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ มันจะกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบทั่วร่างกาย (Systemic Inflammation) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออวัยวะเป้าหมายในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ดังนี้

  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน: ภาวะการติดเชื้อจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอลและอะดรีนาลีน เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมได้ยาก และเสี่ยงต่อภาวะเลือดเป็นกรดจากสารคีโตน (Diabetic Ketoacidosis)
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ: การอักเสบและไข้สูงทำให้หัวใจต้องเต้นเร็วขึ้นและทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด ซึ่งอาจกระตุ้นให้คราบไขหลุดลอก เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือภาวะหัวใจล้มเหลว
  • ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง: ความเครียดทางสรีรวิทยาจากการเจ็บป่วยทำให้ความดันโลหิตแปรปรวน ควบคุมได้ยาก และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง

ด้วยเหตุผลทางพยาธิสรีรวิทยาเหล่านี้ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) และกระทรวงสาธารณสุข จึงกำหนดให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังทุกกลุ่มอายุเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่สุดที่ต้องได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์เป็นประจำทุกปี

อาการสำคัญและสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ อาการมักจะรุนแรงและหายช้ากว่าคนทั่วไป อาการเริ่มต้นมักมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ไอ คัดจมูก และอ่อนเพลียอย่างมาก แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

  • หายใจลำบาก หายใจหอบเหนื่อย หรือรู้สึกแน่นหน้าอก
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำผิดปกติและไม่สามารถควบคุมได้ด้วยยาเดิม
  • เจ็บหน้าอก ใจสั่น หรือมีความดันโลหิตสูง/ต่ำผิดปกติอย่างรุนแรง
  • มีอาการสับสน ซึมลง หรือหมดสติ
  • ไข้สูงติดต่อกันเกินสามวัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาไข้สูงซ้ำอีก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ป่วยโรคเรื้อรังห้ามรอให้อาการรุนแรงแล้วค่อยมาพบแพทย์ เนื่องจากโรคประจำตัวอาจทำให้ทรุดหนักลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง การมาพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มที่มีอาการไข้หวัดจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนหนักได้

วิธีดูแลรักษาและปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเมื่อป่วยที่บ้าน

สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีอาการไข้หวัดใหญ่ไม่รุนแรงและแพทย์อนุญาตให้รักษาตัวที่บ้านได้ มีแนวทางปฏิบัติที่เคร่งครัดดังนี้

  • การพักผ่อนและควบคุมโรค: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วัดอุณหภูมิร่างกายและตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์
  • การรับประทานยา: ใช้ยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด สำหรับยาลดไข้สามารถใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามน้ำหนักตัวและความเหมาะสม ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาชุดมารับประทานเองเด็ดขาด
  • การดื่มน้ำและโภชนาการ: ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ รับประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่ายและมีประโยชน์ครบถ้วน
คำแนะนำจากคุณหมอ: การเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น (Tepid Sponge) เป็นวิธีเสริมที่ดีในการช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย หลีกเลี่ยงการใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและไข้สูงขึ้นกว่าเดิม

สิ่งที่ไม่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่บ้าน

การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในช่วงที่ติดเชื้อไวรัส มีข้อควรระวังที่ไม่ควรปฏิบัติอย่างยิ่งเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

  • ห้ามหยุดยาโรคประจำตัวเด็ดขาด: ยกเว้นแต่แพทย์ผู้รักษาจะสั่งให้ปรับเปลี่ยนขนาดยา การหยุดยาเบาหวานหรือยาลดความดันเองจะทำให้โรคกำเริบอันตราย
  • ห้ามใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเซด (NSAIDs) หรือแอสไพรินโดยไม่ปรึกษาแพทย์: เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตและเพิ่มความเสี่ยงเรื่องเลือดออกในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไตหรือโรคหัวใจ
  • ห้ามซื้อยาชุดหรือยาปฏิชีวนะทานเอง: เพราะไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัส การทานยาปฏิชีวนะไม่มีผลรักษาและอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

วิธีป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

นอกจากการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีแล้ว การป้องกันการติดเชื้อในชีวิตประจำวันยังมีความสำคัญไม่แพ้กัน ผู้ป่วยโรคเรื้อรังควรปฏิบัติตนดังนี้

  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องเดินทางไปในสถานที่แออัดหรือมีความเสี่ยงสูง
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วยทางระบบทางเดินหายใจ
  • รักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเบาๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down