ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบัน

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ถือเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาล แต่ในปัจจุบันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มักทวีความรุนแรงและรวดเร็วยิ่งขึ้น เชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ชนิดเอและชนิดบีมีการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันเดิมในร่างกายอาจไม่สามารถป้องกันได้อย่างเต็มที่ การติดเชื้อจึงกระจายตัวเป็นวงกว้างในโรงเรียน ที่ทำงาน และชุมชนแออัด

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็กอายุต่ำกว่าห้าปี หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่หก puluh ปีขึ้นไป ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง บุคคลเหล่านี้หากได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

สาเหตุ กลไกการเกิดโรค และการติดต่อ

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา ซึ่งแบ่งออกเป็นสายพันธุ์หลักคือเอ (Type A) บี (Type B) และซี (Type C) สำหรับสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดมักเป็นสายพันธุ์เอที่พัฒนาโครงสร้างผิวเปลือกไวรัสให้หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น เชื้อไวรัสนี้ติดต่อผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการพูดคุยในระยะใกล้ รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อนแล้วนำมือมาสัมผัสบริเวณใบหน้า ตา จมูก หรือปาก

เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายจะเดินทางไปเกาะกับเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจส่วนต้นและส่วนล่าง จากนั้นจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและทำลายเซลล์เยื่อบุ ส่งผลให้เกิดกระบวนการอักเสบทั่วร่างกาย ร่างกายจะหลั่งสารกระตุ้นการอักเสบที่ทำให้เกิดไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว และอ่อนเพลียอย่างรุนแรง

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินโรค

การแสดงออกของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีความรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา (Common Cold) อย่างเห็นได้ชัด โดยมีระยะฟักตัวสั้นเพียงหนึ่งถึงสี่วัน ผู้ป่วยจะมีอาการตามลำดับดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: มีไข้สูงฉับพลัน (มักสูงกว่าสามสิบแปดจุดห้าองศาเซลเซียส) หนาว หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง อ่อนเพลียมาก และเบื่ออาหาร
  • ระยะอาการเด่นชัด: มีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่ออย่างรุนแรง เจ็บคอ ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะ น้ำมูกไหล คัดจมูก บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
  • ระยะฟื้นตัว: อาการไข้และอาการปวดเมื่อยจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในสามถึงเจ็ดวัน แต่ออาการไอและอ่อนเพลียอาจหลงเหลืออยู่ได้นานถึงสองสัปดาห์

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาผู้ป่วยพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบอาการเหล่านี้ในผู้ป่วย โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อ สมองอักเสบ หรือภาวะหายใจล้มเหลว
  • ไข้สูงต่อเนื่องเกินสามวัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาสูงอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หายใจมีเสียงดัง หรือชายโครงบุ๋มเวลาหายใจ
  • ริมฝีปากหรือปลายนิ้วมีสีเขียวคล้ำ (ภาวะขาดออกซิเจน)
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือมีอาการชัก
  • อาเจียนมากจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ มีอาการขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อยลง ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา

วิธีดูแลรักษาเบื้องต้นที่บ้านอย่างถูกวิธี

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงและไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถรักษาและดูแลตัวเองเบื้องต้นที่บ้านตามหลักการแพทย์ได้ ดังนี้

  • การพักผ่อน: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยแปดถึงสิบชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายนำพลังงานไปใช้ในการต่อสู้กับเชื้อโรค
  • การดื่มน้ำ: ดื่มน้ำสะอาด น้ำอุ่น หรือน้ำเกลือแร่ (ORS) ในปริมาณมากๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยให้เสมหะอ่อนตัวลงขับออกได้ง่าย
  • การรับประทานอาหาร: เลือกรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย รสชาติไม่จัด เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุปอุ่นๆ พร้อมทั้งทานอาหารที่มีวิตามินซีสูงเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน
  • การควบคุมอุณหภูมิร่างกาย: หากมีไข้สูง ให้เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น (Tepid Sponge) เป็นเวลาสิบห้าถึงยี่นาทีเพื่อระบายความร้อน และสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี

สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการรักษาที่บ้าน

คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาอย่างถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันอันตรายจากผลข้างเคียงของยาที่อาจทำให้อาการทรุดหนักลงได้

สิ่งที่ควรปฏิบัติ:

  • รับประทานยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ขนาดตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง คือ สิบถึงสิบห้ามิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเฉพาะเวลาที่มีไข้สูงหรือปวดเมื่อย
  • แยกของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม และผ้าเช็ดตัว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่สมาชิกในครอบครัว
  • สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาหากต้องอยู่ใกล้ผู้อื่น และล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ

ข้อห้ามเด็ดขาด:

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งส่งผลให้ตับและสมองบวมอักเสบรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ และยังเพิ่มความเสี่ยงในโรคไข้เลือดออกอีกด้วย
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) รับประทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัส การใช้ยาโดยไม่จำเป็นจะทำให้เกิดเชื้อดื้อยาและเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหาร

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดสี่สายพันธุ์เป็นประจำทุกปี (แนะนำให้ฉีดก่อนช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว) นอกจากนี้ควรปฏิบัติตนตามสุขอนามัยพื้นฐานอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาด และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารครบห้าหมู่

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down