ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขความจริงทางการแพทย์ ทำไมฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วยังป่วยซ้ำ

คำถามที่กุมารแพทย์และอายุรแพทย์มักได้ยินบ่อยครั้งในช่วงที่โรคทางเดินหายใจระบาดคือ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีนี้ ทำไมยังเป็นซ้ำ ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนมักคิดว่าวัคซีนป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในความเป็นจริง ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) มีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา และในแต่ละปีองค์การอนามัยโลกจะคาดการณ์สายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาดมากที่สุดมาผลิตเป็นวัคซีนชนิดสามสายพันธุ์หรือสี่สายพันธุ์ นอกจากนี้ อาการป่วยที่คุณพ่อแม่หรือผู้ป่วยเข้าใจว่าเป็นไข้หวัดใหญ่นั้น อาจเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดอื่นที่มีอาการคล้ายคลึงกัน เช่น ไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus) ไรโนไวรัส (Rhinovirus) หรือเชื้อโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่สามารถป้องกันได้ครอบคลุมถึงเชื้อกลุ่มนี้

แม้ว่าวัคซีนจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทุกสายพันธุ์ แต่ประโยชน์สูงสุดและสำคัญที่สุดของวัคซีนไข้หวัดใหญ่คือ การลดความรุนแรงของโรค ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือการเสียชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่ติดต่อได้อย่างรวดเร็วผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนแล้วนำมือมาสัมผัสใบหน้า เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเยื่อบุจมูก ตา หรือปาก จากนั้นจะฟักตัวและเพิ่มจำนวนในเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจ ส่งผลให้เกิดการอักเสบ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้หลั่งสารอักเสบออกมา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว และอ่อนเพลียอย่างรุนแรง

อาการแสดงสำคัญและระยะของโรค

อาการของไข้หวัดใหญ่มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและมีความรุนแรงมากกว่าไข้หวัดธรรมดา แบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก: มีไข้สูงลอย 38 ถึง 40 องศาเซลเซียสอย่างกะทันหัน หนา ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามตัวอย่างมาก อ่อนเพลีย
  • ระยะอาการเด่นชัด: เริ่มมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอแห้ง เจ็บคอ คัดจมูก น้ำูกไหล บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
  • ระยะฟื้นตัว: ไข้จะค่อยๆ ลดลงภายใน 3 ถึง 5 วัน แต่ออาการอ่อนเพลียและอาการไออาจหลงเหลืออยู่ได้นาน 1 ถึง 2 สัปดาห์

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากผู้ป่วยหรือบุตรหลานมีอาการเหล่านี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เนื่องจากอาจเข้าสู่ภาวะวิกฤต
  • ไข้สูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาสูงอีกครั้งอย่างรุนแรง
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดื่มน้ำหรือนม ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่มีปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว ปีกจมูกบาน หรือหายใจจนหน้าอกบุ๋ม
  • มีอาการชักจากไข้สูง
  • ริมฝีปาก ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

แพทย์จะวินิจฉัยจากประวัติอาการและการตรวจร่างกายเป็นหลัก ในช่วงที่มีการระบาด แพทย์อาจพิจารณาทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยชุดตรวจคัดกรองอย่างรวดเร็ว (Rapid Influenza Diagnostic Test) โดยการ Swab สารคัดหลั่งจากโพรงจมูก เพื่อยืนยันชนิดของเชื้อไวรัส นอกจากนี้ ในรายที่มีอาการรุนแรงหรือสงสัยภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ แพทย์อาจส่งตรวจเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) และตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อประเมินการอักเสบในร่างกาย

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการและการดูแลประคับประคองเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น

  • การให้ยาต้านไวรัส: หากมาพบแพทย์ภายใน 48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส เช่น โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) เพื่อช่วยลดความรุนแรงและย่นระยะเวลาการป่วย
  • การให้ยาลดไข้และบรรเทาอาการ: ให้รับประทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดและน้ำหนักตัวที่ถูกต้องทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้
  • การเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกวิธี: ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นบิดหมาด เช็ดบริเวณหน้า ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ เพื่อช่วยระบายความร้อน
  • การดื่มน้ำและสารอาหาร: ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือแร่ (ORS) ในปริมาณที่เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุปอุ่นๆ
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่มีไข้สูงเด็ดขาด จนกว่าจะได้รับการวินิจฉัยแน่ชัดว่าไม่ใช่โรคไข้เลือดออก เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการรายส์ซินโดรม (Rye's syndrome) หรือเลือดออกในทางเดินอาหารได้

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในการดูแลผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ มีข้อปฏิบัติสำคัญที่ต้องระมัดระวังอย่างเคร่งครัด ได้แก่

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเอง เนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการรักษาและอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยา
  • ห้ามปล่อยให้ผู้ป่วยมีภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
  • หลีกเลี่ยงการพาผู้ป่วยไปในสถานที่แออัดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สอดคล้องกับสายพันธุ์ไวรัสที่กำลังระบาดในแต่ละปี ควบคู่ไปกับการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะ และการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down