ไขข้อข้องใจ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่พร้อมวัคซีนโควิดได้ไหม
ในยุคที่โรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการรับวัคซีนถือเป็นเกราะป้องกันชีวิตที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว คำถามที่กุมารแพทย์และอายุรแพทย์มักได้รับบ่อยครั้งในห้องตรวจคือ เราสามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาในเวลาเดียวกันได้หรือไม่ คำตอบทางการแพทย์ปัจจุบันคือ สามารถฉีดพร้อมกันได้ในคราวเดียว เพื่อความสะดวกรวดเร็วและช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโรคทั้งสองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำความเข้าใจโรคไข้หวัดใหญ่และโรคโควิดในมิติทางการแพทย์
โรคไข้หวัดใหญ่และโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันที่เกิดจากเชื้อไวรัสคนละชนิด แต่มีอาการแสดงคล้ายคลึงกันในระยะแรก ทำให้การวินิจฉัยแยกโรคด้วยอาการอย่างเดียวทำได้ยาก เชื้อไวรัสทั้งสองตัวนี้ติดต่อผ่านทางการไอ จาม หรือสัมผัสสาร secretions ของผู้ติดเชื้อ การติดเชื้อร่วมกันหรือติดเชื้อซ้อนกันในเวลาไล่เลี่ยกัน อาจทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานหนักขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะปอดอักเสบและอาการรุนแรงในกลุ่มเปราะบาง
สาเหตุและกลไกการแพร่กระจายเชื้อ
เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) มีการกลายพันธุ์ตามฤดูกาลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายจำเป็นต้องได้รับวัคซีนกระตุ้นทุกปี ในขณะที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ก็มีการพัฒนาสายพันธุ์ย่อยเพื่อหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน การฉีดวัคซีนจึงเป็นแนวทางหลักในการฝึกให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างแอนติบอดีจำเพาะ เพื่อพร้อมรับมือเมื่อได้รับเชื้อจริง ลดอัตราการนอนโรงพยาบาลและลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ
วิธีฉีดวัคซีนร่วมกันตามคำแนะนำสากล
องค์การอนามัยโลกและกรมควบคุมโรคได้ออกแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และวัคซีนโควิดพร้อมกันในวันเดียว สามารถทำได้อย่างปลอดภัย โดยแพทย์มักจะแนะนำให้ฉีดบริเวณกล้ามเนื้อต้นแขนคนละข้าง เพื่อลดอาการปวดบวมบริเวณที่ฉีดและประเมินอาการข้างเคียงได้ง่ายขึ้น การฉีดพร้อมกันช่วยลดจำนวนครั้งในการเดินทางมาโรงพยาบาลและทำให้ผู้รับบริการได้รับความคุ้มครองจากวัคซีนเร็วขึ้น ไม่ต้องรอระยะเวลาเว้นช่วงเหมือนในอดีต
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและการดูแลหลังฉีด
หลังการรับวัคซีนทั้งสองชนิดพร้อมกัน ผู้รับบริการอาจมีอาการข้างเคียงทั่วไปเช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนเดี่ยว ซึ่งเป็นสัญญาณปกติที่แสดงว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงาน อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายในสองถึงสามวัน
- มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ หรือเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว
- อาการปวด บวม แดง หรือร้อนบริเวณตำแหน่งที่ฉีดวัคซีน
- รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หรือนอนมากกว่าปกติ
วิธีบรรเทาอาการข้างเคียงเบื้องต้น
หากมีอาการปวดแขนสามารถใช้ผ้าเย็นประคบเบาๆ บริเวณที่ฉีด ห้ามกดนวดแรงๆ หากมีไข้ต่ำหรือปวดเมื่อย สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลตามขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ และควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ พักผ่อนให้เต็มที่เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
สัญญาณเตือนอันตรายหลังรับวัคซีนที่ต้องพบแพทย์
แม้ว่าอาการแพ้รุนแรงหลังฉีดวัคซีนจะพบได้น้อยมาก แต่ผู้ปกครองและผู้รับบริการควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในระยะสามสิบนาทีแรกขณะอยู่สถานพยาบาล และเฝ้าระวังต่อเนื่องที่บ้าน หากพบอาการผิดปกติในกลุ่ม Red Flags ต่อไปนี้ ควรพาไปพบแพทย์ทันที
- มีผื่นขึ้นกระจายทั่วตัว หน้าบวม หรือริมฝีปากบวม
- หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก หรือแน่นหน้าอก
- มีไข้สูงต่อเนื่องเกินสองวันโดยไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้
- มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง อาเจียนพุ่ง หรือหมดสติ
การป้องกันโรคทางเดินหายใจควบคู่กับการรับวัคซีน
นอกจากการฉีดวัคซีนป้องกันทั้งโรคไข้หวัดใหญ่และโควิดแล้ว การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลยังคงเป็นมาตรการเสริมที่สำคัญในการตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค
- ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ
- สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัดหรือปิดทึบ
- หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม หรือมีไข้
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้รับบริการ
แนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้คุณเตรียมตัวรับวัคซีนได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด
- ตรวจสอบสุขภาพของตนเองเบื้องต้น ไม่มีไข้สูงเฉียบพลันหรือเจ็บป่วยรุนแรงในวันที่มารับบริการ
- แจ้งประวัติการแพ้ยา แพ้วัคซีน และโรคประจำตัวให้แพทย์หรือพยาบาลทราบก่อนฉีดทุกครั้ง
- เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนและนัดหมายล่วงหน้าเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
- วางแผนการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง และวัคซีนโควิดตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข