ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาการร้องกวนและงอแงหลังรับวัคซีน

การนำทารกหรือเด็กเล็กไปรับวัคซีนตามวัยถือเป็นกระบวนการสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค แต่ในขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ลูกน้อยร้องไห้งอแงหนักมากหลังฉีดวัคซีน ซึ่งอาการดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลใจให้แก่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก ในทางการแพทย์ อาการร้องกวน งอแง หรือมีไข้ต่ำหลังฉีดวัคซีนถือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายตามธรรมชาติ (Common Side Effects) ที่เกิดขึ้นได้จากการที่ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มทำงานและจดจำเชื้อโรคที่ถูกนำเข้าสู่ร่างกายผ่านตัววัคซีน

สถิติทางการแพทย์ระบุว่า ทารกและเด็กเล็กกว่าร้อยละแปดสิบอาจมีอาการข้างเคียงเหล่านี้ได้ภายในยี่สิบสี่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงแรกหลังฉีดวัคซีน กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสแสดงอาการร้องกวนมากกว่าปกติได้แก่ ทารกแรกเกิดถึงหนึ่งขวบปี เนื่องจากระบบประสาทและการรับรู้ความรู้สึกยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เด็กรับรู้ความเจ็บปวดบริเวณที่ฉีด และความรู้สึกไม่สบายตัวจากไข้ได้ไวและรุนแรงกว่าเด็กโต

กลไกการเกิดอาการข้างเคียงและปฏิกิริยาหลังฉีดวัคซีน

เมื่อบุตรหลานของท่านได้รับวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย (Inactivated Vaccines) หรือวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (Live Attenuated Vaccines) ระบบภูมิคุ้มกันจะเริ่มกระบวนการตอบสนองทันที เซลล์เม็ดเลือดขาวและสารสื่ออักเสบในร่างกายจะถูกหลั่งออกมาเพื่อต่อ and จัดการกับสิ่งแปลกปลอมจำลองที่ฉีดเข้าไป กระบวนการทางชีววิทยานี้ส่งผลให้เกิดการอักเสบเฉพาะที่บริเวณกล้ามเนื้อที่ฉีด (มักเป็นบริเวณต้นขาหรือหัวไหล่) รวมถึงกระตุ้นศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นกลายเป็นไข้

ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เด็กร้องกวนหนักมากยังมีสาเหตุมาจากความเจ็บปวดจากเข็มฉีดวัคซีน ความตึงตัวของกล้ามเนื้อบริเวณที่ถูกฉีด และอาการปวดเมื่อยเนื้อตัวคล้ายกับเวลาที่ผู้ใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่แต่เด็กไม่สามารถสื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้ จึงแสดงออกผ่านการร้องไห้ งอแง กระสับกระส่าย และเกาะติดผู้เลี้ยงดูตลอดเวลา

อาการสำคัญที่พบได้และลำดับความรุนแรงตามระยะเวลา

อาการหลังฉีดวัคซีนสามารถแบ่งออกเป็นระยะเวลาเพื่อให้ผู้ปกครองสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้อย่างใกล้ชิด ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก (ศูนย์ถึงสิบสองชั่วโมงแรก): เด็กจะมีอาการเจ็บแปลบหรือบวมแดงร้อนบริเวณที่ฉีดทันที เด็กมักจะร้องกวนเมื่อมีผู้ไปสัมผัสโดนบริเวณนั้น เริ่มมีไข้ต่ำๆ และมีความอยากอาหารลดลงเล็กน้อย
  • ระยะอาการเด่นชัด (สิบสองถึงสามสิบหุกชั่วโมง): เป็นช่วงที่เด็กมักจะงอแงหนักมากที่สุด ไข้ขึ้นสูงได้แต่ไม่ควรเกินสามสิบแปดจุดห้าองศาเซลเซียส เด็กอาจตื่นบ่อยในเวลากลางคืน ร้องไห้ปลอบยาก และต้องการการอุ้มปลอบประโลมตลอดเวลา
  • ระยะฟื้นตัว (สามสิบหกถึงเจ็ดสิบสองชั่วโมง): อาการไข้จะค่อยๆ ลดลงจนเป็นปกติ อาการบวมแดงที่ขาหรือแขนเริ่มยุบลง ความสดใสเริ่มกลับคืนมา และเด็กสามารถรับประทานนมหรืออาหารได้ตามปกติ
คำแนะนำจากคุณหมอ: อาการร้องกวนจากวัคซีนส่วนใหญ่จะดีขึ้นและหายไปได้เองภายในสองถึงสามวัน หากเด็กยังคงร่าเริงได้บ้างเมื่อไข้ลดลง ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลจนเกินไป แต่ควรดูแลอย่างใกล้ชิดและวัดไข้สม่ำเสมอ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาเด็กพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการงอแงหลังฉีดวัคซีนจะเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยถือเป็นสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  • ไข้สูงมากกว่าสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ที่ไม่ยอมลดลงเลยแม้จะเช็ดตัวและให้ยาลดไข้แล้ว และเป็นต่อเนื่องนานเกินสามวัน
  • มีอาการชักจากไข้ (Febrile Seizure) ตัวเกร็ง ตาค้าง หรือหมดสติ
  • เด็กร้องไห้กรี๊ดเสียงแหลมสูงต่อเนื่องนานผิดปกติเกินสองชั่วโมง (Inconsolable Continuous Screaming) ซึ่งอาจบ่งบอกถึงอาการปวดรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท
  • เด็กซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่สบตา หรือไม่ยอมดูดนมและดื่มน้ำเลยนานเกินหกชั่วโมง
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกหรือมีสีเข้มจัดนานเกินหกถึงแปดชั่วโมง
  • มีผื่นขึ้นกระจายทั่วตัวอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก หายใจมีเสียงหวีด หอบเหนื่อย หรืออกบุ๋ม ซึ่งอาจเป็นอาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis)

วิธีดูแลรักษาและบรรเทาอาการที่บ้านอย่างถูกวิธี

เมื่อลูกรักมีอาการงอแงและไข้หลังฉีดวัคซีน ผู้ปกครองสามารถให้การดูแลเบื้องต้นที่บ้านเพื่อบรรเทาอาการและความเจ็บปวดได้อย่างปลอดภัย ดังนี้

  • การให้ยาลดไข้ที่ถูกต้อง: สามารถให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol Syrup) ชนิดน้ำเชื่อมสำหรับเด็ก ตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง โดยคำนวณในปริมาณสิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเฉพาะเวลาที่มีไข้หรือปวดงอแงเท่านั้น ห้ามให้ยาเกินขนาดเด็ดขาด
  • การเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกวิธี: ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นในการเช็ดตัว (Tepid Sponge) โดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดตามซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ และลำตัว เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย
  • การดูแลผิวหนังบริเวณที่ฉีด: หากมีอาการบวมแดง ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นประคบบริเวณที่ฉีดครั้งละสิบถึงสิบห้านาทีในช่วงยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกเพื่อลดการบวม ห้ามประคบร้อนเด็ดขาดในวันแรก
  • การให้น้ำและสารอาหาร: ส่งเสริมให้ทารกดูดนมแม่บ่อยขึ้น หรือให้ดื่มน้ำสะอาดเพิ่มขึ้นในเด็กโต เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้ร่างกายขับความร้อนได้ดีขึ้น
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเด็ดขาด เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ส่งผลต่อตับและสมอง และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาแก้แพ้ชนิดอื่นให้เด็กกินเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

ข้อห้ามเด็ดขาดและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการดูแลเด็กหลังฉีดวัคซีน

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเด็ก ผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยงการกระทำเหล่านี้อย่างเด็ดขาด

  • ห้ามใช้นวด ทาแอลกอฮอล์ ยาหม่อง หรือประคบสมุนไพรใดๆ บริเวณรอยเข็มฉีดวัคซีนเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนและทำให้แผลอักเสบรุนแรงขึ้น
  • ห้ามให้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่าหกเดือน หรือเด็กที่มีภาวะสงสัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออก เนื่องจากอาจทำให้เลือดออกง่ายและกัดกระเพาะอาหาร
  • ห้ามบังคับให้เด็กกินอาหารหรือนมปริมาณมากๆ ในคราวเดียว หากเด็กงอแงและปฏิเสธ ให้แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ แต่ให้บ่อยครั้งแทน
  • ห้ามใส่เสื้อผ้าหนาเตอะหรือห่อตัวเด็กจนแน่นเกินไปในขณะที่มีไข้ เพราะจะทำให้ระบายความร้อนออกได้ยากและเสี่ยงต่อการชักจากไข้สูง

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การเตรียมตัวก่อนและหลังรับวัคซีนมีความสำคัญไม่แพ้กัน ในวันนัดฉีดวัคซีนควรให้เด็กสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย ถอดออกง่ายเพื่อความสะดวกในการฉีดบริเวณต้นขาหรือแขน ผู้ปกครองควรเตรียมของเล่นชิ้นโปรดหรือผ้าห่มผืนเก่งไปที่สถานพยาบาลเพื่อช่วยเบี่ยงเบนความสนใจและปลอบประโลมเด็กทันทีหลังฉีดเสร็จ นอกจากนี้ การบันทึกอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นในแต่ละเข็มจะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินและวางแผนการรับวัคซีนในเข็มถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

คำแนะนำจากคุณหมอ: ความรักความเข้าใจ และความใกล้ชิดจากคุณพ่อคุณแม่คือยาวิเศษที่ดีที่สุดในการเยียวยาลูกน้อย การโอบกอด การอุ้มแนบเนื้อ และน้ำเสียงที่อ่อนโยนจะช่วยลดความเครียดและความเจ็บปวดของเด็กได้อย่างรวดเร็ว
สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล: เตรียมยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวให้พร้อม วัดไข้และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดตลอดสี่สิบแปดชั่วโมงแรก ประคบเย็นบริเวณที่ฉีดหากมีรอยบวมแดง ให้ลูกดื่มนมหรือน้ำบ่อยๆ และรีบพาไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติรุนแรงตามสัญญาณเตือนอันตราย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down