ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจธรรมชาติของลูกน้อยงอแง ร้องไห้หนักหลังฉีดวัคซีน

การพาบุตรหลานมารับวัคซีนตามวัยถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค แต่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักพบกับความกังวลใจเมื่อลูกน้อยมีอาการงอแง ร้องไห้หนักกว่าปกติ ซึมลง หรือมีไข้ต่ำๆ หลังจากฉีดวัคซีน อาการเหล่านี้เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายตามธรรมชาติที่พบได้บ่อย แต่การสังเกตและทำความเข้าใจกลไกอย่างถ่องแท้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือได้อย่างถูกวิธีและลดความวิตกกังวลลงได้

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการหลังฉีดวัคซีน

อาการงอแง ร้องไห้ หรือไข้ต่ำหลังรับวัคซีนไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากกลไกทางภูมิคุ้มกันวิทยาอย่างเป็นระบบ เมื่อร่างกายของทารกหรือเด็กเล็กได้รับวัคซีน ซึ่งประกอบด้วยเชื้อโรคที่ถูกทำให้ตายหรืออ่อนฤทธิ์ลง หรือส่วนประกอบของโปรตีนจากเชื้อโรค ระบบภูมิคุ้มกันจะจดจำและเริ่มกระบวนการสร้างแอนติบอดี (Antibody) ขึ้นมาเพื่อต่อสู้ในอนาคต กระบวนการนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารสื่ออักเสบตามธรรมชาติ (Inflammatory Cytokines) ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการไข้ ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด และทำให้เด็กเกิดความรู้สึกไม่สบายตัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ จนแสดงออกมาเป็นอาการงอแงและร้องไห้กวนใจ

อาการแสดงที่พบได้และแนวทางการสังเกตอาการ

อาการข้างเคียงที่มักพบได้ทั่วไปหลังการฉีดวัคซีน ได้แก่ อาการปวด บวม แดง และร้อนบริเวณตำแหน่งที่ฉีดวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นต้นขาหรือหัวไหล่ เด็กอาจมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย นอนมากกว่าปกติ หรือตื่นมาร้องกวนบ่อยกว่าเดิม อาการเหล่านี้มักเริ่มปรากฏภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกหลังฉีด และสามารถหายไปได้เองภายในสองถึงสามวัน โดยทั่วไปอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ

คำแนะนำจากคุณหมอ: การที่เด็กมีอาการไข้ต่ำๆ หรือบวมแดงเล็กน้อยหลังฉีดวัคซีน เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำลังทำงานและตอบสนองต่อวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจ แต่ควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพามาพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการข้างเคียงส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่มีอาการบางประการที่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หรือปฏิกิริยาแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วน ได้แก่

  • ไข้สูงมากเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ที่ไม่ยอมลดลงหลังจากให้ยาลดไข้และเช็ดตัวแล้ว
  • เด็กมีอาการร้องไห้งอแงต่อเนื่องนานผิดปกติ (Incontrollable Persistent Crying) นานเกินสามชั่วโมงติดต่อกันโดยไม่มีท่าทีจะสงบ
  • มีอาการชักร่วมกับมีไข้สูง หรือมีอาการเกร็ง กระตุก
  • เด็กซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดูดนม หรือไม่ยอมดื่มน้ำเลย
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือริมฝีปากมีสีเขียวคล้ำ
  • มีผื่นขึ้นกระจายทั่วตัว หน้าบวม ตาบวม หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ

วิธีดูแลรักษาและบรรเทาอาการที่บ้านอย่างถูกต้อง

หากลูกน้อยมีอาการไข้หรือปวดบวมหลังฉีดวัคซีน คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลเบื้องต้นได้ตามหลักการแพทย์ดังนี้

  • การเช็ดตัวลดไข้: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เช็ดตามซอกพับ หน้าผาก และลำตัว เพื่อช่วยระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดเด็ดขาด
  • การประคบตำแหน่งที่ฉีด: ในช่วงยี่สิบสี่ชั่วโมงแรก หากมีอาการบวมแดง สามารถใช้ผ้าสะอาดห่อน้ำแข็งประคบเบาๆ บริเวณที่ฉีดครั้งละสิบถึงสิบห้านาที เพื่อลดอาการบวมและปวด
  • การให้ยาลดไข้: สามารถให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ชนิดน้ำเชื่อมตามขนาดยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของเด็ก (สิบถึงสิบห้ากิโลกรัมต่อมิลลิกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้หรือปวด) โดยต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยา
  • การชดเชยน้ำและสารอาหาร: ควรให้เด็กดื่มนมแม่ นมผสม หรือน้ำเปล่าให้บ่อยขึ้น เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาแอสไพรินหรือยาไอบูโพรเฟนให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรย์เย่ (Reye Syndrome) หรือระคายเคืองกระเพาะอาหาร และห้ามใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อเด็ดขาดเพราะอาการหลังฉีดวัคซีนไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การรับวัคซีนตามกำหนดนัดหมายของกุมารแพทย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันโรคติดเชื้ออันตราย คุณพ่อคุณแม่ควรเก็บบันทึกประวัติการรับวัคซีนของบุตรหลานไว้อย่างสม่ำเสมอ และหากในเข็มก่อนหน้าเด็กมีอาการแพ้รุนแรง ควรแจ้งกุมารแพทย์ผู้ตรวจประวัติก่อนรับวัคซีนในเข็มถัดไปทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินความปลอดภัยและพิจารณาให้ยาป้องกันล่วงหน้าหากจำเป็น

คำแนะนำจากคุณหมอ: การเตรียมตัวเด็กก่อนไปรับวัคซีนด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี และเตรียมของเล่นชิ้นโปรดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ จะช่วยลดความเครียดและลดอาการร้องไห้งอแงในห้องฉีดวัคซีนได้เป็นอย่างดี
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down