ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องปัญหาท้องเสียเรื้อรังและภาวะน้ำหนักไม่ขึ้นในเด็ก

ภาวะลูกท้องเสียบ่อยร่วมกับน้ำหนักไม่ขึ้นเป็นหนึ่งในความกังวลใจสูงสุดของพ่อแม่ยุคใหม่ เนื่องจากระบบทางเดินอาหารของเด็กในวัยเจริญเติบโตมีความเปราะบางสูง เมื่อเกิดอาการท้องเสียซ้ำซ้อน ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นได้เต็มที่ ส่งผลให้พลังงานที่ควรนำไปใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อและพัฒนาการของสมองถูกดึงออกไปต่อสู้กับการอักเสบและการสูญเสียน้ำแทน ปัญหานี้จึงอาจนำไปสู่ภาวะทุโภชนาการ (Malnutrition) และการเจริญเติบโตหยุดชะงัก (Stunting) ที่พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

กลไกการเกิดโรคและสาเหตุที่ทำให้เด็กท้องเสียเรื้อรัง

อาการท้องเสียบ่อยมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร ภาวะแพ้อาหารแฝง เช่น การแพ้โปรตีนนมวัว (Cow Milk Protein Allergy) หรือภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสบกพร่องชั่วคราว (Secondary Lactose Intolerance) ซึ่งมักเกิดขึ้นตามหลังการติดเชื้อในลำไส้ เมื่อเยื่อบุลำไส้ถูกทำลาย เอนไซม์ย่อยอาหารจะลดลง ทำให้อาหารที่รับประทานเข้าไปไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ เกิดการหมักหมมและดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ ทำให้เกิดอุจจาระร่วงเรื้อรัง ร่างกายสูญเสียสารอาหารอย่างต่อเนื่อง และน้ำหนักตัวลดลงหรือหยุดนิ่ง

โภชนาการทางการแพทย์ที่เหมาะสมสำหรับการฟื้นฟูระบบทางเดินอาหาร

การจัดการโภชนาการสำหรับเด็กที่มีอาการท้องเสียเรื้อรังและน้ำหนักไม่ขึ้น จำเป็นต้องเน้นอาหารที่ย่อยง่ายแต่ให้พลังงานและสารอาหารสูง เพื่อซ่อมแซมเยื่อบุลำไส้ที่สึกหรอและกระตุ้นการเจริญเติบโต

  • โปรตีนคุณภาพสูงย่อยง่าย: เช่น เนื้อปลาขาว ไก่ต้มสุกเปื่อย ไข่ต้มสุกดี ซึ่งช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อและซ่อมแซมลำไส้โดยไม่เพิ่มภาระการทำงานให้ระบบทางเดินอาหาร
  • คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่อ่อนโยนต่อลำไส้: เช่น ข้าวต้ม ข้าวสวยนิ่มๆ มันฝรั่งบด หรือกล้วยหอมสุก ซึ่งให้พลังงานสูงและมีใยอาหารละลายน้ำที่ช่วยให้อุจจาระเป็นก้อนมากขึ้น
  • ไขมันดีในปริมาณที่เหมาะสม: เนื่องจากเด็กน้ำหนักไม่ขึ้นต้องการพลังงานหนาแน่น อาหารไขมันดี เช่น อะโวคาโด หรือน้ำมันมะกอกเล็กน้อยในอาหาร อาจช่วยเพิ่มพลังงานรวมต่อมื้อได้ แต่ต้องระวังไม่ให้มันจนเกินไปเพราะอาจกระตุ้นการขับถ่าย
คำแนะนำจากคุณหมอ: การงดอาหารเด็ดขาดหรือการให้เด็กทานเพียงข้าวต้มใส่เกลืออย่างเดียวเป็นเวลานานเกินไป จะยิ่งทำให้เด็กขาดสารอาหารและน้ำหนักดิ่งลงไปอีก โภชนาการทางการแพทย์ยุคใหม่สนับสนุนให้เด็กได้รับอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนตามความเหมาะสมของอาการอย่างต่อเนื่อง

อาหารแสลงและอาหารระคายเคืองที่ควรเลี่ยงเด็ดขาด

ในระหว่างที่ระบบทางเดินอาหารกำลังฟื้นฟู มีอาหารหลายประเภทที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้ลำไส้อักเสบรุนแรงขึ้น ดังนี้

  • อาหารที่มีน้ำตาลสูงและเครื่องดื่มรสหวานจัด: น้ำผลไม้กล่อง น้ำอัดลม หรือขนมหวาน เพราะน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวปริมาณมากจะดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้และทำให้อาการท้องเสียแย่ลง
  • นมวัวสูตรปกติหรือผลิตภัณฑ์จากนมที่มีแลคโตส: หากเด็กมีภาวะย่อยแลคโตสบกพร่องชั่วคราว การดื่มนมวัวปกติจะทำให้เกิดแก๊สในท้อง ปวดท้อง และถ่ายเหลวมากขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาเปลี่ยนเป็นนมสูตรปราศจากแลคโตส (Lactose-Free Formula) ชั่วคราว
  • อาหารที่มีไขมันสูงและอาหารทอด: ของทอด ของมัน อาหารฟาสต์ฟู้ด ย่อยยากและทำให้ลำไส้ต้องทำงานหนัก อาจกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้หรือถ่ายท้องเพิ่มขึ้น
  • อาหารรสจัดและอาหารที่มีกากใยหยาบสูง: ผักดิบ ผลไม้ดิบ หรือธัญพืชขัดสีน้อยที่มีกากใยแข็ง อาจไปขูดผนังลำไส้ที่อักเสบอยู่และทำให้ระคายเคืองมากขึ้น

การรักษาสมดุลเกลือแร่และการป้องกันภาวะขาดน้ำ

การสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากอาการท้องเสียบ่อยเป็นอันตรายถึงชีวิตในเด็กเล็ก การให้สารละลายเกลือแร่สำหรับเด็ก (Oral Rehydration Salts: ORS) ตามปริมาณที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ห้ามใช้เกลือแร่สำหรับนักกีฬาเพราะมีปริมาณน้ำตาลสูงและเกลือแร่ไม่สมดุลกับระบบทางเดินอาหารของเด็ก นอกจากนี้ควรสังเกตปริมาณปัสสาวะและความชุ่มชื้นในช่องปากร่วมด้วยเสมอ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาลูกพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ห้ามรอให้มีอาการรุนแรงที่บ้าน
  • มีไข้สูงร่วมกับอาเจียนรุนแรงทุกครั้งที่รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน หรือมีลักษณะเป็นน้ำซาวข้าวปริมาณมาก
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท กระหม่อมบุ๋ม (ในทารก) หรือซึม ไม่ตอบสนอง
  • เด็กไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำเลยติดต่อกันหลายชั่วโมง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down