ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจภาวะลูกท้องเสียบ่อยเพราะติดเชื้อไวรัสและผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก

อาการท้องเสียในเด็กเล็กและทารกถือเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อลูกท้องเสียบ่อยเพราะติดเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในเด็ก ระบบทางเดินอาหารของเด็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ภูมิต้านทานโรคยังต่ำ ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและแสดงอาการรุนแรงได้รวดเร็วกว่าผู้ใหญ่ สถิติทางการแพทย์ระบุว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีโอกาสเผชิญกับภาวะท้องเสียจากการติดเชื้อไวรัสได้อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปี ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคเมื่อลูกท้องเสียบ่อยเพราะติดเชื้อไวรัส

การที่เด็กมีอาการท้องเสียบ่อยเกิดจากการรับเชื้อไวรัสเข้าสู่ทางเดินอาหารผ่านทางการรับประทานอาหาร น้ำดื่ม หรือการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนแล้วนำมือเข้าปาก เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักได้แก่ โรตาไวรัส (Rotavirus) และโนโรไวรัส (Norovirus) เมื่อเชื้อเข้าสู่ลำไส้ จะทำการ

เข้าทำลายเซลล์เยื่อบุผิวลำไส้เล็ก ทำให้ความสามารถในการดูดซึมน้ำและเกลือแร่ลดลงอย่างฉับพลัน ส่งผลให้น้ำและเกลือแร่ค้างอยู่ในลำไส้ปริมาณมาก เกิดเป็นอุจจาระเหลวเป็นน้ำ อาเจียน และมีไข้ร่วมด้วย เชื้อเหล่านี้มีความสามารถในการติดต่อสูงมากและแพร่กระจายได้รวดเร็วในสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกัน เช่น ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินโรค

เมื่อเด็กเริ่มได้รับเชื้อ ระยะฟักตัวมักกินเวลาประมาณ 1 ถึง 3 วัน ก่อนจะแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน อาการเริ่มต้นมักเริ่มด้วยไข้ต่ำๆ คลื่นไส้ และอาเจียน ซึ่งมักเกิดขึ้นก่อนอาการถ่ายเหลว จากนั้นเด็กจะมีอาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำบ่อยครั้ง บางรายอาจถ่ายมากกว่าสิบครั้งต่อวัน ร่วมกับอาการปวดท้อง งอแง และเบื่ออาหาร ระยะเวลาของโรคโดยทั่วไปหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้เองภายใน 5 ถึง 7 วัน แต่ในช่วงที่ท้องเสียบ่อย ร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

พ่อแม่ต้องสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนอันตรายเหล่านี้ ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที:

  • มีไข้สูงมากและไม่ยอมลดลงแม้จะเช็ดตัวและให้ยาลดไข้
  • อาเจียนทุกครั้งที่ดื่มน้ำหรือกินอาหาร ไม่สามารถรับประทานอะไรได้เลย
  • มีอาการของภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปแห้ง คอแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา กระหม่อมยุ๋มลึกในทารก
  • ปัสสาวะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หรือไม่มีปัสสาวะเลยติดต่อกันนานเกิน 6 ชั่วโมง
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือมีอาการปวดท้องรุนแรง
  • เด็กมีอาการซึมลง ปลุกตื่นยาก หรืออ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด

วิธีดูแลรักษาและการใช้ยาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาหลักเมื่อลูกท้องเสียบ่อยเพราะติดเชื้อไวรัสคือ การประคับประคองตามอาการและการป้องกันภาวะขาดน้ำ เนื่องจากโรคนี้เกิดจากไวรัส การให้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นและอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและการใช้ยาอย่างปลอดภัย

การใช้ยาในเด็กที่มีอาการท้องเสียต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด โดยมียาหลักดังนี้:

  • สารละลายเกลือแร่ (Oral Rehydration Salts - ORS): เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการอาเจียนและท้องเสีย การชงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด ห้ามเจือจางหรือเข้มข้นจนเกินไป และจิบบ่อยๆ ทีละน้อย
  • ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol): ใช้เมื่อมีไข้หรือปวดท้อง ขนาดยาที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัวคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
  • ยาแก้ท้องเสียกลุ่มซีโอทราคทิล (Racecadotril) หรือเกลือแร่ที่มีโพรไบโอติกส์ (Probiotics): อาจพิจารณาใช้ตามแพทย์สั่งเพื่อช่วยลดการหลั่งน้ำและเกลือแร่ในลำไส้และฟื้นฟูสมดุลจุลินทรีย์
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาหยุดถ่าย (Anti-motility drugs) เช่น โลเพอราไมด์ (Loperamide) ให้เด็กรับประทานเด็ดขาด เพราะจะทำให้เชื้อโรคและสารพิษค้างอยู่ในลำไส้ ส่งผลให้อาการแย่ลง เกิดลำไส้อักเสบติดเชื้อรุนแรงหรือลำไส้ใหญ่โป่งพองได้
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่มีไข้และท้องเสียเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Reye's syndrome) ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่องตับและสมองอย่างรุนแรง และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการระคายเคืองกระเพาะอาหารหรือไตวายหากเด็กมีภาวะขาดน้ำร่วมด้วย

การดูแลและพยาบาลที่บ้าน

การดูแลโภชนาการและการจัดการที่บ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยให้เด็กฟื้นตัวได้เร็ว:

  • การให้นม: หากเป็นทารกที่กินนมแม่ สามารถให้กินนมแม่ต่อได้ตามปกติเนื่องจากนมแม่ย่อยง่ายและมีภูมิคุ้มกัน หากกินนมผง อาจพิจารณาเปลี่ยนเป็นนมสูตรปราศจากน้ำตาลแลคโตส (Lactose-free formula) ชั่วคราวตามคำแนะนำของแพทย์
  • อาหารอ่อนย่อยง่าย: สำหรับเด็กที่ทานอาหารเสริมได้แล้ว ควรให้ทานอาหารอ่อน เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ กล้วยหอม หรือแอปเปิ้ลซอส หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด และอาหารที่มีกากใยสูงชั่วคราว
  • การรักษาความสะอาด: ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือเข้าห้องน้ำ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่คนในครอบครัว

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อไวรัสลงกระเพาะและลำไส้สามารถทำได้โดยการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัสด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโรตาไวรัส ซึ่งสามารถให้ทางปากในเด็กทารกตั้งแต่ช่วงอายุ 2 เดือนแรก เพื่อลดความรุนแรงของโรคและการนอนโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พ่อควรปรึกษากุมารแพทย์เกี่ยวกับกำหนดการรับวัคซีนที่เหมาะสมสำหรับลูกน้อย

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อมาให้เด็กทานเองอย่างเด็ดขาดเมื่อลูกมีอาการท้องเสียจากการติดเชื้อไวรัส เพราะยาปฏิชีวนะไม่มีผลต่อเชื้อไวรัสและจะไปทำลายจุลินทรีย์ตัวดีในลำไส้ ทำให้ลำไส้เสียสมดุลและอาการท้องเสียหายช้าลง รวมถึงอาจดื้อยาในอนาคต
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down