ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกท้องเสียบ่อยช่วงฟันขึ้นจริงไหม: ไขข้อข้องใจจากมุมมองกุมารแพทย์

ในช่วงที่ทารกและเด็กเล็กเริ่มมีฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น คุณพ่อแม่มักสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในตัวลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นอาการงอแง น้ำลายไหลมากกว่าปกติ ชอบกัดนิ้วหรือสิ่งของ และบ่อยครั้งที่มีอาการขับถ่ายผิดปกติ เช่น อุจจาระเหลวหรือท้องเสีย ความเชื่อที่ว่าฟันขึ้นทำให้เด็กท้องเสียนั้นมีมาอย่างยาวนานในสังคมไทยและหลายวัฒนธรรมทั่วโลก จนทำให้เกิดคำถามว่าอาการท้องเสียช่วงฟันขึ้นนี้เป็นเรื่องจริงตามหลักสรีรวิทยา หรือเป็นเพียงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากความบังเอิญในช่วงอายุเดียวกัน

ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารในเด็กระบุชัดเจนว่า กระบวนการงอกของฟันน้ำนมไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย อย่างไรก็ตาม ช่วงอายุที่ฟันน้ำนมซี่แรกเริ่มขึ้น (มักอยู่ในช่วงอายุหกเดือนถึงหนึ่งปี) เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่ได้รับจากแม่เริ่มลดน้อยลง ประกอบกับเด็กเริ่มมีความอยากรู้อยากเห็น เริ่มหยิบจับสิ่งของเข้าปากตามพัฒนาการ ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อโรค ไวรัส หรือแบคทีเรียเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียจากการติดเชื้อ ไม่ใช่จากตัวฟันที่กำลังงอกขึ้นมาแต่อย่างใด

กลไกและสาเหตุที่แท้จริงของอาการขับถ่ายผิดปกติในช่วงฟันขึ้น

เมื่อเด็กอยู่ในวัยฟันขึ้น เหงือกจะระคายเคืองและคัน ทำให้เด็กพยายามหาวัตถุ ของเล่น หรือแม้แต่มือของตนเองเข้าปากเพื่อบรรเทาอาการระคายเคือง พฤติกรรมนี้เองที่เป็นช่องทางหลักในการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยเฉพาะเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในเด็กเล็ก เช่น โรตาไวรัส (Rotavirus) หรือโนโรไวรัส (Norovirus) รวมถึงเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมรอบตัว

นอกจากนี้ การที่เด็กมีอาการน้ำลายไหลปริมาณมากในช่วงฟันขึ้น น้ำลายส่วนเกินเหล่านี้เมื่อถูกกลืนลงสู่กระเพาะอาหารในปริมาณมาก อาจไปกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ลำไส้บีบตัวเร็วขึ้นและส่งผลให้อุจจาระนิ่มกว่าปกติเล็กน้อยได้ แต่จะไม่ถึงขั้นเกิดอาการท้องเสียรุนแรง ถ่ายเป็นน้ำหลายครั้ง มีไข้สูง หรือมีมูกเลือดปน หากเด็กมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ย่อมเป็นสัญญาณบ่งชี้ของการติดเชื้อในทางเดินอาหารอย่างแน่นอน ไม่ใช่ผลข้างเคียงจากการงอกของฟัน

สัญญาณเตือนอันตรายและอาการร่วมที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

อาการท้องเสียไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด สิ่งสำคัญที่สุดคือการสังเกตภาวะแทรกซ้อนและความรุนแรงของโรค โดยเฉพาะในเด็กทารกและเด็กเล็กที่ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ได้อย่างรวดเร็ว หากพบอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ ผู้ปกครองควรรีบนำบุตรหลานไปพบกุมารแพทย์ทันที

  • อุจจาระเป็นน้ำจำนวนมากติดต่อกันหลายครั้ง หรือมีมูกเลือดปนในอุจจาระ
  • มีไข้สูงเกินสามสิบแปดองศาเซลเซียสร่วมด้วย
  • อาเจียนรุนแรง ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำเกลือแร่ได้เลย
  • มีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้ง กระหม่อมบุ๋มลงไปในทารก ปัสสาวะน้อยลงหรือผ้าอ้อมไม่เปียกนานเกินหกชั่วโมง
  • เด็กมีอาการซึมลง อ่อนเพลีย ไม่ร่าเริง หรือปลุกตื่นยาก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามชะล่าใจว่าอาการท้องเสียของลูกเกิดจากฟันขึ้นเด็ดขาด หากเด็กมีอาการถ่ายเหลวร่วมกับไข้สูงหรือซึมลง ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพราะอาจเป็นการติดเชื้อที่รุนแรงและนำไปสู่ภาวะช็อกจากการขาดน้ำได้

วิธีรักษาและดูแลลูกน้อยเมื่อมีอาการท้องเสีย

การรักษาอาการท้องเสียในเด็กเล็กจะเน้นการประคับประคองตามอาการและการป้องกันภาวะขาดน้ำเป็นสำคัญ เนื่องจากส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่สามารถหายได้เองเมื่อร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาจัดการกับเชื้อโรคได้ แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์มีดังนี้

  • การให้น้ำเกลือแร่สำหรับเด็ก (Oral Rehydration Salts - ORS) เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการถ่ายเหลวและอาเจียน ควรจิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง ห้ามให้เกลือแร่สำหรับออกกำลังกายของผู้ใหญ่เด็ดขาด
  • การให้รับประทานอาหารอ่อนย่อยง่ายตามวัย เช่น ข้าวต้มโจ๊ก เนื้อปลา หรือกล้วยหั่นชิ้นเล็กๆ สำหรับเด็กที่ทานนมแม่ สามารถให้กินนมแม่ต่อได้ตามปกติเนื่องจากช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
  • การใช้ยาเสริมโพรไบโอติก (Probiotics) บางชนิดภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้และช่วยลดระยะเวลาของอาการท้องเสีย
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในเด็กที่มีอาการท้องเสีย ไม่จำเป็นต้องงดนม ยกเว้นในกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่ามีภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสบกพร่องชั่วคราว ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาให้ใช้นมสูตรปราศจากน้ำตาลแลคโตสเป็นระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษา ขนาดยาที่ถูกต้อง และข้อควรระวังสำคัญ

การใช้ยาในเด็กเล็กต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากระบบการทำงานของตับและไตยังพัฒนาไม่เต็มที่ การใช้ยาผิดประเภทหรือผิดขนาดอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ยาพาราเซตามอล (Paracetamol)

ใช้สำหรับลดไข้และบรรเทาอาการปวดเหงือกจากฟันขึ้นหรืออาการปวดท้อง ขนาดยาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ให้กินทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเฉพาะเวลาที่มีไข้หรือปวดเท่านั้น ห้ามให้ถี่เกินไปและต้องคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักตัวจริงของเด็กในปัจจุบัน

ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ (Antibiotics)

ห้ามหาซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากโรคท้องเสียในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีฤทธิ์ในการรักษา การใช้ยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็นนอกจากจะไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นแล้ว ยังส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยาและทำลายแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ทำให้ท้องเสียรุนแรงขึ้นไปอีก

ยาหยุดถ่าย (Anti-diarrheal drugs)

ห้ามใช้ยาหยุดถ่ายในเด็กเล็กเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้เชื้อโรคและสารพิษค้างอยู่ในลำไส้ ไม่ถูกขับถ่ายออกมา ซึ่งเป็นอันตรายมากและอาจทำให้เด็กมีอาการลำไส้เน่าหรือติดเชื้อในกระแสเลือดได้

วิธีป้องกันและการสร้างเสริมสุขอนามัยในเด็กวัยฟันขึ้น

เนื่องจากสาเหตุที่แท้จริงของการเจ็บป่วยในช่วงฟันขึ้นคือการได้รับเชื้อโรคจากการสัมผัส การป้องกันที่ดีที่สุดจึงเป็นการรักษาความสะอาดรอบตัวเด็ก

  • หมั่นทำความสะอาดของเล่น ยางกัด และสิ่งของที่เด็กอาจนำเข้าปากด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัยและล้างออกด้วยน้ำสะอาดอย่างทั่วถึง
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนเตรียมอาหาร ป้อนอาหาร หรือหลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกน้อย
  • ดูแลความสะอาดในช่องปากของเด็กอย่างสม่ำเสมอ แม้ฟันจะเพิ่งขึ้นซี่แรก ก็ควรใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นเช็ดเหงือกและฟันเบาๆ เพื่อป้องกันฟันผุและลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down