ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกถ่ายเหลวบ่อยและมีไข้ร่วมด้วย สัญญาณเตือนที่พ่อแม่นิ่งนอนใจไม่ได้

อาการท้องเสียหรือถ่ายเหลวร่วมกับมีไข้ในเด็กเล็กและทารก ถือเป็นปัญหาสุขภาพที่สร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากร่างกายของเด็กมีความเปราะบางและสูญเสียน้ำรวมถึงเกลือแร่ได้อย่างรวดเร็วกว่าผู้ใหญ่ อาการถ่ายเหลวบ่อยครั้งร่วมกับไข้สูงอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคติดเชื้อเฉียบพลันในระบบทางเดินอาหาร (Acute Gastroenteritis) ที่เกิดจากเชื้อโรคต่างๆ ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำรุนแรง ช็อก และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคติดเชื้อทางเดินอาหารในเด็ก

อาการถ่ายเหลวและมีไข้ในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อโรคผ่านทางระบบทางเดินอาหาร โดยรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค หรือการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อโรคแล้วนำมือเข้าปาก เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุหลักแบ่งออกได้ดังนี้

  • เชื้อไวรัส (Viral Gastroenteritis): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก โดยเฉพาะเชื้อไวรัสโรตา (Rotavirus) และโนโรไวรัส (Norovirus) มักทำให้เด็กมีอาการอาเจียนนำมาก่อน ตามด้วยถ่ายเหลวเป็นน้ำบ่อยครั้ง และมีไข้ต่ำถึงปานกลาง
  • เชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Gastroenteritis): เช่น เชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella), เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) และเชื้ออีโคไล (Escherichia coli) มักพบว่าเด็กมีไข้สูงร่วมด้วย อาการถ่ายเหลวอาจมีมูกเลือดปน ปวดท้องบิดเกร็ง และอ่อนเพลียมาก
  • ปรสิตหรือสาเหตุอื่นๆ: เช่น การติดเชื้อบิดมีตัว หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิดที่ไปทำลายเชื้อแบคทีเรียดีในลำไส้
คำแนะนำจากคุณหมอ: เมื่อเด็กมีอาการถ่ายเหลวและมีไข้ร่วมด้วย สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการประเมินความรุนแรงของอาการถ่ายและการสูญเสียน้ำในร่างกาย หากเด็กยังดื่มน้ำได้ดีและไม่อาเจียนพุ่ง สามารถดูแลเบื้องต้นที่บ้านได้ แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

อาการสำคัญและสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

ในระยะแรกเด็กอาจมีอาการซึมลง เบื่ออาหาร และตัวรุมๆ ก่อนจะเริ่มถ่ายเหลวเป็นน้ำและมีไข้สูง หากอาการลุกลามอาจเข้าสู่ภาวะวิกฤตที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีหากพบอาการดังต่อไปนี้

  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง: ปัสสาวะไม่ออกหรือไม่มีปัสสาวะเลยนานเกิน 6 ชั่วโมง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งและคอแห้งสนิท กระหม่อมบุ๋มลงไปในทารก และผิวหนังเหี่ยวย่นไม่ยืดหยุ่น
  • ไข้สูงต่อเนื่อง: มีไข้สูงเกิน 39องศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ยอมลดเลยแม้จะเช็ดตัวและทานยาลดไข้แล้ว นานเกิน 3 วัน
  • อาการทางระบบประสาท: เด็กซึมมาก ปลุกตื่นยาก สับสน หรือมีอาการชักจากไข้สูง
  • อาการปวดท้องรุนแรง: ท้องอืดมาก อาเจียนพุ่งทุกครั้งที่รับประทานอาหารหรือน้ำ หรืออุจจาระมีมูกเลือดปนจำนวนมาก

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบกุมารแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด เช่น ลักษณะอุจจาระ จำนวนครั้งที่ถ่าย อาหารที่รับประทานก่อนหน้า และประวัติการสัมผัสผู้ป่วย พร้อมกับการตรวจร่างกายเพื่อประเมินภาวะขาดน้ำและความรุนแรงของโรค ในบางรายที่มีอาการรุนแรงหรือไข้สูงเรื้อรัง แพทย์อาจพิจารณา ส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจอุจจาระ (Stool Examination and Culture) เพื่อหาเชื้อแบคทีเรียหรือเม็ดเลือดขาว, การตรวจเลือดเพื่อดูระดับเกลือแร่และความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด หรือการตรวจสารคัดหลั่งอื่นๆ เพื่อแยกโรคติดเชื้อเฉพาะทาง

วิธีดูแลรักษาและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่บ้าน

การรักษาหลักในเด็กที่ท้องเสียและมีไข้ คือการป้องกันและแก้ไขภาวะขาดน้ำ รวมถึงการรักษาตามอาการเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวโดยเร็ว

  • การดื่มสารละลายเกลือแร่ (Oral Rehydration Salts - ORS): ให้ลูกจิบน้ำเกลือแร่สำหรับเด็กทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการถ่ายเหลวและอาเจียน ห้ามผสมเกลือแร่เจือจางหรือเข้มข้นเกินไป และห้ามให้ดื่มน้ำเปล่าบริสุทธิ์ปริมาณมากๆ แทนเกลือแร่เด็ดขาด
  • การรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย: ในเด็กทารกยังสามารถดื่มนมแม่หรือนมสูตรเดิมต่อได้ตามปกติ สำหรับเด็กโตให้รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มโจ๊ก เนื้อสัตว์ไม่ไขมัน กล้วยสุก หรือแอปเปิ้ลบด หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด นมวัวสูตรปกติชั่วคราว หรืออาหารที่มีไขมันสูงและกากใยสูง
  • การเช็ดตัวลดไข้และการให้ยาลดไข้: เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นสะอาดเพื่อระบายความร้อน และให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดยาน้ำแขวนตะกอนที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาหยุดถ่าย (Anti-diarrheal drugs) หรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ให้เด็กรับประทานเองอย่างเด็ดขาด เนื่องจากยาหยุดถ่ายจะทำให้เชื้อโรคและสารพิษตกค้างอยู่ในลำไส้ ส่งผลให้อาการแย่ลงและติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ส่วนยาปฏิชีวนะไม่มีผลรักษาโรคที่เกิดจากไวรัส และอาจทำให้เชื้อดื้อยาได้หากใช้ไม่จำเป็น

ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องและการคำนวณตามน้ำหนักตัว

การให้ยาลดไข้พาราเซตามอลในเด็ก ต้องคำนวณจากน้ำหนักตัวจริงของเด็กเท่านั้น โดยขนาดที่แนะนำคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อครั้ง สามารถให้รับประทานซ้ำได้ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เฉพาะเวลาที่มีไข้สูงหรือปวดเท่านั้น ห้ามให้ยาเกินขนาดเพราะจะเป็นพิษต่อตับของเด็กอย่างรุนแรง

วิธีป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันการติดเชื้อซ้ำและลดความรุนแรงของโรคได้ด้วยการปฏิบัติสุขอนามัยที่ดี ดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนเตรียมอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำหรือเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ สะอาด และดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำที่ต้มสุกแล้วเท่านั้น
  • ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อของเล่น ของใช้ และพื้นผิวสัมผัสร่วมภายในบ้านเป็นประจำ
  • พิจารณาให้เด็กรับประทานวัคซีนป้องกันโรคท้องเสียจากเชื้อไวรัสโรตาตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ เนื่องจากสามารถลดความรุนแรงของการนอนโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

อาการถ่ายเหลวบ่อยและมีไข้ร่วมด้วยในเด็ก เป็นอาการป่วยที่ต้องอาศัยความใส่ใจและการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด การดูแลให้เด็กได้รับสารน้ำเกลือแร่อย่างเพียงพอ การเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกวิธี และการไม่ซื้อยาปฏิชีวนะทานเอง คือหัวใจสำคัญในการรักษาเบื้องต้น พร้อมทั้งจดจำสัญญาณอันตรายเพื่อนำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา จะช่วยปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down