ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจทารกถ่ายบ่อยแค่ไหนถึงเรียกว่าท้องเสีย

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อมักมีความกังวลใจเป็นอย่างมากเมื่อลูกน้อยมีอาการขับถ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในวัยทารกที่ระบบทางเดินอาหารยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ การทำความเข้าใจว่า ทารกถ่ายบ่อยแค่ไหนถึงเรียกว่าท้องเสีย จึงเป็นความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ที่สำคัญอย่างยิ่งในการแยกแยะระหว่างลักษณะอุจจาระปกติของทารกกับอาการท้องเสียที่แท้จริง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้

ในทารกแรกเกิดที่ดื่มนมแม่เป็นหลัก ลักษณะอุจจาระปกติมักจะมีเนื้อเหลว มีสีเหลืองทอง มีฟองเล็กน้อย หรือมีเม็ดมะเขือเทศปนได้ และอาจถ่ายบ่อยถึงวันละ 6 ถึง 10 ครั้ง หรือถ่ายทุกครั้งหลังดื่มนม ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติเนื่องจากน้ำนมแม่ย่อยง่ายและกระตุ้นการทำงานของลำไส้ แต่หากทารกมีลักษณะอุจจาระที่เหลวเป็นน้ำมากขึ้นอย่างชัดเจน มีปริมาณน้ำมากกว่าเนื้ออุจจาระ มีกลิ่นเรนทร์หรือมีมูกเลือดปนร่วมด้วย หรือมีความถี่ในการถ่ายเพิ่มขึ้นกะทันหันเกินกว่ากิจวัตรปกติของลูกอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือสัญญาณเตือนของภาวะท้องเสีย (Diarrhea) ที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวัง

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการท้องเสียในทารก

อาการท้องเสียในทารกเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร (Gastroenteritis) ซึ่งแบ่งออกเป็น

  • การติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะเชื้อไวรัสโรตา (Rotavirus) และโนโรไวรัส (Norovirus) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก ทำให้เกิดอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำร่วมกับมีไข้และอาเจียน
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย เกิดจากการรับประทานอาหารหรือนมที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น เชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) หรือเชื้ออีโคไล (Escherichia coli) มักมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือดและมีไข้สูงร่วมด้วย
  • การแพ้อาหารหรือโปรตีนนมวัว ทารกบางรายอาจมีภาวะแพ้โปรตีนในนมสูตรผสมหรือแพ้อาหารที่แม่รับประทานเข้าไปแล้วส่งผ่านทางน้ำนมแม่
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น การได้รับยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ซึ่งไปทำลายแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ทำให้สมดุลของลำไส้เสียไปและเกิดอาการถ่ายเหลวตามมา

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาทารกพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ทารกที่มีอาการท้องเสียมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีสัดส่วนของน้ำในร่างกายสูงกว่าผู้ใหญ่ หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนด
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น รกระหม่อมบุ๋มลึก ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท
  • ปัสสาวะไม่ออกหรือไม่มีการเปลี่ยนผ้าอ้อมเปียกเลยนานเกิน 6 ชั่วโมง
  • มีไข้สูงร่วมด้วย ซึมมาก ปลุกตื่นยาก หรือไม่ยอมดูดนมและน้ำเลย
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรืออาเจียนพุ่งทุกครั้งหลังดื่มนม
  • ท้องอืดแน่นท้องมาก ท้องแข็ง หรือแสดงอาการปวดท้องรุนแรงตลอดเวลา

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและแนวทางการใช้ยาอย่างปลอดภัย

การรักษาอาการท้องเสียในทารกเน้นการรักษาตามอาการและการป้องกันภาวะขาดน้ำเป็นสำคัญ โดยแนวทางการใช้ยาที่ถูกต้องตามหลักกุมารเวชศาสตร์มีรายละเอียดดังนี้

  • สารละลายเกลือแร่สำหรับเด็ก (Oral Rehydration Salts - ORS) เป็นการรักษาหลักที่สำคัญที่สุด เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการถ่ายเหลวและการอาเจียน โดยควรใช้ชนิดสำหรับเด็กตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด
  • ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ห้ามซื้อให้ทารกรับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากร้อยละ 80 ของอาการท้องเสียในเด็กเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยาฆ่าเชื้อไม่สามารถรักษาได้ และอาจทำให้โรคแย่ลงหรือเกิดเชื้อดื้อยาได้ การใช้ยาฆ่าเชื้อจะพิจารณาโดยแพทย์เฉพาะทางเมื่อตรวจพบการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชัดเจนเท่านั้น
  • ยาหยุดถ่าย (Anti-motility drugs) ห้ามใช้ในทารกและเด็กเล็กเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้เชื้อโรคและสารพิษคั่งค้างอยู่ในลำไส้ ส่งผลให้อาการรุนแรงขึ้นและเป็นอันตรายถึงชีวิต

ขนาดยาพาราเซตามอลและการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการไข้

ในกรณีที่ทารกมีไข้ร่วมกับอาการท้องเสีย การใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของทารกอย่างแม่นยำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

คำแนะนำจากคุณหมอ: ขนาดยาพาราเซตามอลสำหรับทารกคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อครั้ง สามารถให้รับประทานทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเฉพาะเวลาที่มีไข้ และห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือแอสไพริน (Aspirin) ในทารกที่มีอาการท้องเสียหรือสงสัยว่าอาจเป็นไข้เลือดออกเด็ดขาด

การดูแลพยาบาลทารกท้องเสียที่บ้านอย่างถูกวิธี

การดูแลทารกในช่วงที่มีอาการท้องเสีย นอกจากการให้สารละลายเกลือแร่ ORS สลับกับนมแม่อย่างต่อเนื่องแล้ว พ่อแม่ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้

  • หมั่นทำความสะอาดก้นและอวัยวะเพศของทารกทุกครั้งหลังขับถ่าย เพื่อป้องกันปัญหาผื่นผ้าอ้อมจากการระคายเคืองของอุจจาระที่มีความเป็นกรด
  • ทาครีมป้องกันผื่นผ้าอ้อมที่มีส่วนผสมของซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide) ทุกครั้งหลังทำความสะอาดและเช็ดให้แห้ง
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำทุกครั้งก่อนเตรียมอาหาร ชงนม หรือสัมผัสตัวทารก เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายของเชื้อโรค

วิธีป้องกันการติดเชื้อและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การป้องกันอาการท้องเสียที่ดีที่สุดคือการสร้างสุขอนามัยที่ดีในครอบครัว สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อรับภูมิคุ้มกันทางธรรมชาติ และการพาบุตรหลานมารับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโรตาตามกำหนดนัดหมายของกุมารแพทย์ ซึ่งสามารถลดความรุนแรงของการติดเชื้อในทางเดินอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down