ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจภาวะลูกท้องเสียเรื้อรัง ปัญหาใหญ่ที่พ่อแม่กังวล

ภาวะท้องเสียเรื้อรังในเด็ก (Chronic Diarrhea in Children) ถือเป็นปัญหาสุขภาพระบบทางเดินอาหารที่สร้างความวิตกกังวลให้กับพ่อแม่เป็นอย่างมาก เมื่อลูกน้อยมีอาการถ่ายอุจจาระเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำติดต่อกันนานเกินกว่าสองสัปดาห์ขึ้นไป ทางการแพทย์ถือว่าเข้าข่ายภาวะเรื้อรัง ซึ่งแตกต่างจากอาการท้องเสียเฉียบพลันที่มักหายได้เองภายในไม่กี่วัน ภาวะนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่สะสม แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดูดซึมสารอาหาร การเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็กในระยะยาว การทำความเข้าใจสาเหตุและการจัดการโภชนาการที่ถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลรักษา

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการท้องเสียเรื้อรังในเด็ก

การที่เด็กคนหนึ่งมีอาการถ่ายเหลวเรื้อรัง เกิดจากความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารและการดูดซึมสารอาหาร โดยสาเหตุทางการแพทย์ที่พบบ่อยมีดังนี้

  • การแพ้อาหารหรือการแพ้นมวัว (Cow's Milk Protein Allergy) ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ในเด็กทารกและเด็กเล็ก โปรตีนในนมวัวไปกระตุ้นให้เยื่อบุลำไส้เกิดการอักเสบเรื้อรัง
  • ภาวะการขาดน้ำย่อยแลคเตสชั่วคราว (Secondary Lactose Intolerance) มักเกิดขึ้นตามหลังการติดเชื้อไวรัสลงกระเพาะและลำไส้ ทำให้ย่อยน้ำตาลในนมไม่ได้
  • โรคแพ้กลูเตนหรือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Celiac Disease and Inflammatory Bowel Disease)
  • การติดเชื้อปรสิตหรือแบคทีเรียเรื้อรังบางชนิดที่รักษาไม่หายขาด
  • การได้รับยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานานจนทำลายสมดุลของแบคทีเรียดีในลำไส้

อาการร่วมและสัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง

นอกจากอาการถ่ายเหลวเรื้อรังแล้ว พ่อแม่ควรสังเกตอาการร่วมอื่นๆ ที่บ่งบอกว่าลูกน้อยกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่รุนแรง และควรพาไปพบกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารทันที

  • น้ำหนักตัวลดลง หรือกราฟการเจริญเติบโตตกลงอย่างเห็นได้ชัด
  • มีไข้เรื้อรังร่วมด้วย อ่อนเพลีย ซึมลงอย่างผิดปกติ
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน หรือมีกลิ่นเหม็นรุนแรงผิดปกติ
  • มีผื่นแพ้ผิวหนังอย่างรุนแรงหรือมีภาวะซีด
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีภาวะขาดน้ำร่วมด้วย เช่น ปากแห้งแห้งผาก ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงมากหรือไม่ถ่ายปัสสาวะนานเกินห ชั่วโมง หรือซึมปลุกไม่ค่อยตื่น ต้องนำส่งโรงพยาบาลฉุกเฉินทันทีเพื่อรับการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ

อาหารชนิดใดควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาดเมื่อลูกท้องเสียเรื้อรัง

ในขณะที่ลำไส้ของเด็กกำลังอักเสบและอ่อนแอ การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมจะยิ่งทำให้อาการแย่ลงและลำไส้ฟื้นตัวช้าลง อาหารที่ต้องงดเว้นหรือหลีกเลี่ยงเด็ดขาดในช่วงนี้ประกอบด้วย

  • ผลิตภัณฑ์จากนมวัวทุกชนิด หากสงสัยว่ามีภาวะแพ้นมวัวหรือภาวะย่อยน้ำตาลแลคเตสบกพร่องชั่วคราว
  • อาหารที่มีรสจัด เผ็ดจัด เค็มจัด หรือเปรี้ยวจัด ซึ่งจะระคายเคืองเยื่อบุลำไส้ที่อักเสบอยู่
  • อาหารที่มีไขมันสูง ของทอด ของมัน เนื่องจากไขมันย่อยยากและอาจกระตุ้นให้เกิดอาการถ่ายพุ่ง
  • อาหารที่มีกากใยสูงมากเกินไป เช่น ผักใบเขียวแก่จัด ธัญพืชขัดสีน้อย ในช่วงที่ลำไส้อักเสบรุนแรง เพราะจะเร่งการบีบตัวของลำไส้
  • อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำผลไม้กล่อง น้ำอัดลม ลูกอม ขนมหวาน เนื่องจากน้ำตาลส่วนเกินจะดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ทำให้อาการท้องเสียรุนแรงขึ้น

เมนูอ่อนโยนอะไรที่ช่วยให้ลำไส้หายไวและฟื้นตัวได้ดี

การเลือกเมนูอาหารที่ย่อยง่ายและช่วยเคลือบทางเดินอาหาร จะช่วยลดการทำงานของลำไส้และฟื้นฟูเยื่อบุลำไส้ให้กลับมาแข็งแรงได้เร็วขึ้น อาหารที่แนะนำ ได้แก่

  • ข้าวต้มปลาเนื้อขาวต้มเปื่อย หรือโจ๊กเนื้อเนียนนุ่ม ย่อยง่ายและให้พลังงานเพียงพอ
  • กล้วยน้ำว้าสุกงอม ซึ่งมีสารเพคตินช่วยดูดซับสารพิษและช่วยให้อุจจาระเป็นก้อน
  • แอปเปิ้ลปอกเปลือกต้มสุกหรือบดละเอียด อุดมไปด้วยวิตามินและสารเพคตินอ่อนๆ
  • แครอทต้มสุกนิ่มบดละเอียด ช่วยเสริมสร้างเยื่อบุลำไส้
  • เนื้อสัตว์ไขมันต่ำย่อยง่าย เช่น เนื้อไก่ส่วนอกสับละเอียด หรือเต้าหู้อ่อนนึ่ง
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในช่วงที่ลูกท้องเสียเรื้อรัง ควรเน้นการให้รับประทานอาหารมื้อเล็กๆ แต่บ่อยครั้ง เพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานหนักจนเกินไป และควรจิบน้ำเกลือแร่สูตรสำหรับเด็ก (Oral Rehydration Salts) สลับกับน้ำอุ่นเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อพาเด็กมาพบแพทย์ กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติการรับประทานอาหาร ประวัติการขับถ่าย และตรวจร่างกายอย่างละเอียด หากจำเป็นแพทย์อาจพิจารณาตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การตรวจอุจจาระเพื่อหาเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว ไข่พยาธิ หรือเชื้อแบคทีเรีย การตรวจเลือดเพื่อคัดกรองโรคภูมิแพ้อาหารหรือภาวะขาดสารอาหาร และอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนสูตรนมหรือให้รับประทานโพรไบโอติกส์ (Probiotics) ชนิดที่ตรงกับสายพันธุ์เพื่อฟื้นฟูสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้

การป้องกันและแนวทางการดูแลระยะยาว

การป้องกันไม่ให้ลูกกลับมามีอาการท้องเสียเรื้อรังซ้ำ สามารถทำได้โดยการดูแลเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ปรุงอาหารให้สุกสะอาดและสดใหม่อยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการให้เด็กทดลองอาหารกลุ่มเสี่ยงทีละมากๆ และควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยาปฏิชีวนะทุกครั้งเพื่อป้องกันการเกิดลำไส้แปรปรวนจากการใช้ยาเกินจำเป็น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down