ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกท้องเสียบ่อยช่วงฟันขึ้นจริงไหม ไขข้อข้องใจจากกุมารแพทย์

ปัญหาเรื่องฟันน้ำนมซี่แรกของลูกน้อยกำลังจะโผล่พ้นเหงือก มักมาพร้อมกับความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่เสมอ หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานคือ ลูกท้องเสียบ่อยช่วงฟันขึ้นจริงไหม หรือฟันกำลังจะขึ้นทำให้ระบบย่อยอาหารของทารกแปรปรวน ในมุมมองทางการแพทย์และหลักกุมารเวชศาสตร์สมัยใหม่ พบว่ากระบวนการงอกของฟันอาจทำให้เด็กมีอาการระคายเคืองเหงือก น้ำลายไหลเยอะขึ้น และมีความอยากกัดสิ่งของเพื่อลดอาการคันเหงือก ซึ่งพฤติกรรมเอามือหรือสิ่งของเข้าปากเหล่านี้เองที่เป็นตัวนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียตามมา ไม่ใช่ผลโดยตรงจากความเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนหรือสรีรวิทยาของการงอกของฟันแต่อย่างใด

เข้าใจสาเหตุและกลไกการเกิดอาการท้องเสียในเด็กเล็ก

อาการถ่ายเหลวหรือท้องเสียในทารกและเด็กเล็กช่วงวัยหัดเดิน (อายุระหว่างหกเดือนถึงสองปี) ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับการขึ้นของฟัน มักมีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ปนเปื้อนมากับอาหาร น้ำดื่ม หรือจากการที่เด็กหยิบจับสิ่งของเข้าปากตามธรรมชาติของพัฒนาการ ช่วงวัยนี้ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของอาหารเสริมตามวัยหรือการแพ้อาหารบางชนิดก็อาจเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้ลักษณะอุจจาระเปลี่ยนแปลงไป

อาการสำคัญและระยะเวลาของโรคอุจจาระร่วง

การสังเกตลักษณะอุจจาระและความถี่ในการขับถ่ายเป็นสิ่งสำคัญมาก อาการท้องเสียมักเริ่มต้นด้วยอุจจาระที่มีลักษณะเหลวหรือเป็นน้ำมากกว่าปกติ ร่วมกับอาการร่วมอื่นๆ เช่น ไข้ต่ำ คลื่นไส้ อาเจียน หรือเบื่ออาหาร หากเป็นการติดเชื้อไวรัสทั่วไป อาการมักจะดีขึ้นและหายได้เองภายในสามถึงเจ็ดวัน หากอาการถ่ายเหลวยังคงดำเนินติดต่อกันเกินกว่าสองสัปดาห์จะถือว่าเป็นอาการท้องเสียเรื้อรัง ซึ่งต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่ละเอียดขึ้นจากแพทย์เฉพาะทาง

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามชะล่าใจคิดว่าอาการท้องเสียเกิดจากการฟันขึ้นเสมอไป หากเด็กมีไข้สูง อาเจียนพุ่ง หรือถ่ายมีมูกเลือดปน ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงหรือโรคบิด

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตสัญญาณอันตรายหรือภาวะวิกฤตที่บ่งบอกว่าลูกน้อยกำลังสูญเสียน้ำอย่างรุนแรงและต้องการการรักษาจากแพทย์โดยด่วน ได้แก่

  • ภาวะขาดน้ำ: ปแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา กระหม่อมบุ๋มลึกในเด็กทารก ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่, ปัสสาวะสีเข้มจัด หรือไม่มีปัสสาวะนานเกินหกชั่วโมง
  • อาการซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ
  • มีไข้สูงต่อเนื่องเกินสามวัน หรือไข้ไม่ยอมลดแม้ว่าจะเช็ดตัวและให้ยาลดไข้แล้ว
  • อาเจียนทุกครั้งที่รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน หรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติรุนแรง

วิธีดูแลรักษาและพยาบาลที่บ้านอย่างถูกวิธี

การดูแลเด็กท้องเสียที่บ้านเน้นการป้องกันภาวะขาดน้ำและการประคับประคองตามอาการ

  • การให้น้ำเกลือแร่ (Oral Rehydration Salts - ORS): เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาอาการท้องเสีย เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป ห้ามใช้น้ำเกลือแร่สำหรับออกกำลังกายเพราะมีน้ำตาลสูงเกินไป
  • โภชนาการที่เหมาะสม: ควรให้เด็กกินนมแม่ต่อได้ตามปกติ หรือนมสูตรเดิมที่เคยทาน หากเด็กโตแล้วให้อาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มโจ๊ก ซุปใส กล้วยหอม สุกี้เนื้อปลา โดยหลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด และอาหารที่มีน้ำตาลสูง
  • การดูแลความสะอาด: ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนเตรียมอาหารและหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคในครอบครัว
คำแนะนำจากคุณหมอ: การให้เด็กดื่มน้ำเกลือแร่ ORS ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง จะช่วยลดอาการอาเจียนและทำให้ร่างกายดูดซึมสารน้ำได้ดีขึ้น หลีกเลี่ยงการงดอาหารเพราะจะทำให้เด็กซูบผอมและฟื้นตัวช้า

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กท้องเสีย

การปฏิบัติที่ผิดวิธีอาจทำให้อาการของลูกน้อยทรุดหนักลงได้ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงมีดังนี้

  • ห้ามซื้อยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ให้เด็กรับประทานเองโดยเด็ดขาด ยกเว้นแต่แพทย์จะเป็นผู้สั่งจ่าย การใช้ยาหยุดถ่ายจะทำให้เชื้อโรคค้างอยู่ในลำไส้และเป็นอันตรายมาก
  • ห้ามให้เด็กอดอาหารด้วยความเชื่อที่ว่าลำไส้จะได้พักผ่อน เพราะเด็กต้องการพลังงานในการซ่อมแซมร่างกาย
  • ห้ามให้เด็กดื่มน้ำผลไม้กล่องหรือน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลสูง เพราะจะทำให้อาการท้องเสียแย่ลงจากภาวะออสโมซิส

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารทำได้โดยการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ล้างของเล่นและสิ่งของที่เด็กชอบอมเข้าปากเป็นประจำ สร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ และรับวัคซีนป้องกันโรคติดต่อในวัยเด็กตามกำหนดเวลานัดหมายของแพทย์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down