ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกน้อยถ่ายเหลววันละหลายรอบ: สถานการณ์เร่งด่วนที่พ่อแม่ต้องตั้งสติและรับมืออย่างถูกวิธี

อาการถ่ายเหลวหรือท้องเสียในเด็กเล็กและทารก เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่มากที่สุด เนื่องจากร่างกายของเด็กมีความบอบบางและสูญเสียน้ำและเกลือแร่ได้รวดเร็วกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า การที่ลูกน้อยถ่ายเหลววันละหลายรอบไม่เพียงแต่ทำให้ก้นแดงระคายเคือง แต่ยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที ในฐานะกุมารแพทย์ บทความนี้จึงรวบรวมแนวทางการดูแลลูกน้อยที่บ้านอย่างถูกหลักการแพทย์ วิธีการป้องกันการขาดน้ำ และสังเกตสัญญาณอันตรายที่ต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลทันที

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการถ่ายเหลวในเด็ก

อาการถ่ายเหลวในเด็กเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่แบ่งออกเป็นกลุ่มโรคติดเชื้อและกลุ่มที่ไม่ใช่การติดเชื้อ การทำความเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้พ่อแม่รับมือได้อย่างตรงจุด

การติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย

สาเหตุส่วนใหญ่กว่าร้อยละแปดสิบถึงเก้าสิบเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะเชื้อโรตาไวรัส (Rotavirus) และโนโรไวรัส (Norovirus) ซึ่งติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อน หรือการรับประทานอาหารและน้ำที่ไม่สะอาด เชื้อเหล่านี้จะเข้าไปทำลายเซลล์เยื่อบุลำไส้ ทำให้การดูดซึมน้ำและเกลือแร่ลดลง ส่งผลให้อุจจาระเหลวเป็นน้ำ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือปรสิต ซึ่งมักมีอาการไข้สูงร่วมด้วย

ปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่ใช่การติดเชื้อ

อาการถ่ายเหลวอาจเกิดจากการแพ้อาหาร เช่น การแพ้นมวัว การแพ้น้ำตาลแลคโตผลจากการที่ลำไส้ยังสร้างเอนิมย่อยได้ไม่สมบูรณ์หลังหายจากท้องเสีย หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะที่ไปทำลายแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้

อาการสำคัญและลำดับขั้นความรุนแรงของโรค

อาการของเด็กที่ถ่ายเหลวจะมีพัฒนาการตามระยะเวลา หากพ่อแม่สังเกตเห็นตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้มาก

  • ระยะเริ่มต้น: ลูกอาจเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียนนำมาก่อน ตามด้วยการถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำวันละสองถึงสามรอบ เด็กอาจมีไข้ต่ำๆ และงอแงมากกว่าปกติ
  • ระยะลุกลาม: หากไม่ได้รับการทดแทนน้ำที่เสียไป ลูกจะถ่ายเหลวถี่ขึ้นเรื่อยๆ อาจเกินวันละห้าถึงสิบรอบ อุจจาระมีกลิ่นเแรงหรือมีมูกเลือดปน (กรณีติดเชื้อแบคทีเรีย) ร่างกายเริ่มอ่อนเพลีย ปัสสาวะเริ่มน้อยลงและมีสีเข้ม
  • ระยะวิกฤต (ภาวะขาดน้ำ): ลูกจะซึมลงมาก ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ ตาโหล กระหม่อมบุ๋ม (ในทารก) ผิวหนังแห้งและมีความยืดหยุ่นลดลง ปัสสาวะไม่ องเลยนานเกินหกถึงแปดชั่วโมง ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาลูกพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากลูกน้อยมีอาการเหล่านี้ ห้ามรอช้าเด็ดขาด ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที
  • มีไข้สูงมาก หรือไข้ไม่ลดเกินสามวัน
  • ถ่ายเหลวเป็นน้ำพุ่งจำนวนมาก หรือมีมูกเลือดปนในอุจจาระ
  • อาเจียนทุกครั้งที่ดื่มน้ำหรือกินอาหาร ไม่สามารถรับประทานอะไรได้เลย
  • มีอาการของภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ซึมมากปลุกตื่นยาก
  • หายใจหอบเหนื่อย ซี่โครงบุ๋ม หรือตัวเขียว

วิธีดูแลรักษาและฟื้นฟูร่างกายที่บ้านอย่างถูกวิธี

การดูแลลูกน้อยที่ถ่ายเหลวไม่จำเป็นต้องให้ยาหยุดถ่ายทันที เพราะร่างกายต้องขับเชื้อโรคออก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันและรักษาภาวะขาดน้ำ

การให้น้ำเกลือแร่สำหรับเด็ก (Oral Rehydration Salts: ORS)

เมื่อลูกถ่ายเหลว สิ่งที่สูญเสียไปไม่ใช่แค่น้ำแต่เป็นเกลือแร่สำคัญ การให้ดื่มสารละลายเกลือแร่ ORS สูตรสำหรับเด็กจะช่วยทดแทนได้อย่างสมดุล วิธีการผสมต้องทำตามฉลากอย่างเคร่งครัด ห้ามผสมเจือจางหรือเข้มข้นเกินไป ให้ลูกจิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันการอาเจียนกระตุ้น ห้ามให้เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา น้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้สำเร็จรูปเด็ดขาด เพราะมีน้ำตาลสูงเกินไปจะทำให้ถ่ายเหลวมากขึ้น

โภชนาการที่เหมาะสมในช่วงท้องเสีย

เด็กไม่ควรอดอาหาร การให้ทานอาหารอ่อนย่อยง่ายจะช่วยฟื้นฟูเยื่อบุลำไส้ได้เร็วขึ้น

  • สำหรับทารกที่ดื่มนมแม่: ให้ดูดนมแม่ต่อได้ตามปกติและบ่อยขึ้น เพราะนมแม่มีภูมิคุ้มกันและย่อยง่าย
  • สำหรับทารกที่ดื่มนมผสม: อาจปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนเป็นนมสูตรปราศจากน้ำตาลแลคโตสชั่วคราว
  • สำหรับเด็กโต: ให้รับประทานอาหารอ่อน เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก เนื้อปลา กล้วยสุก แอปเปิ้ลบด หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด นมวัว และอาหารที่มีกากใยสูงชั่วคราว

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาหยุดถ่าย (Anti-motility drugs) หรือยาปฏิชีวนะให้เด็กทานเองเด็ดขาด การใช้ยาหยุดถ่ายจะทำให้เชื้อโรคค้างอยู่ในลำไส้และเกิดพิษเป็นอันตรายร้ายแรง ส่วนยาปฏิชีวนะไม่มีผลต่อเชื้อไวรัสและอาจทำให้เชื้อดื้อยาได้ การใช้ยาใดๆ ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของแพทย์เท่านั้น

สำหรับการใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) สามารถให้ได้ตามขนาดที่เหมาะสมคือน้ำหนักตัวคูณด้วยสิบถึงสิบห้ามิลลิกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้ และห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเล็กเด็ดขาดเนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการรายย์ (Reye syndrome)

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันสามารถทำได้โดยการรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ก่อนเตรียมอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ฆ่าเชื้อโรคของเล่นและสิ่งของที่ลูกนำเข้าปาก นอกจากนี้ ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคท้องเสียจากเชื้อโรตาไวรัส ซึ่งสามารถปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับวัคซีนหยอดตั้งแต่ทารกอายุยังน้อย เพื่อลดความรุนแรงหากติดเชื้อในอนาคต

คำแนะนำจากคุณหมอ: ลูกน้อยถ่ายเหลวส่วนใหญ่เกิดจากไวรัสซึ่งหายได้เองภายในสามถึงเจ็ดวัน หัวใจสำคัญคือการจิบเกลือแร่ ORS ให้เพียงพอ สังเกตอาการขาดน้ำ และประคับประคองตามอาการ หากลูกสดชื่นดี เล่นได้ และปัสสาวะปกติ ก็สามารถดูแลต่อเนื่องที่บ้านได้อย่างปลอดภัยครับ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down