ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทารกถ่ายบ่อยแค่ไหนถึงเรียกว่าท้องเสีย และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบขับถ่ายของลูกน้อย

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อมักมีความกังวลใจเป็นอย่างมากเมื่อสังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีอาการขับถ่ายผิดปกติ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับความถี่และลักษณะของอุจจาระ คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือทารกถ่ายบ่อยแค่ไหนถึงเรียกว่าท้องเสีย ซึ่งในทางการแพทย์ การวินิจฉัยภาวะท้องเสียในทารกไม่ได้พิจารณาจากจำนวนครั้งเพียงอย่างเดียว เนื่องจากทารกในช่วงวัยแรกเกิดจนถึงขวบปีแรกจะมีพฤติกรรมการขับถ่ายที่แตกต่างจากผู้ใหญ่และเด็กโตอย่างสิ้นเชิง

ทารกที่กินนมแม่อย่างเดียวมักจะมีอุจจาระเหลว มีเนื้อเยลลี่หรือมีเม็ดมะเขือปน และอาจถ่ายบ่อยทุกครั้งหลังกินนม หรืออาจวันละสิบครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติหากเด็กยังร่าเริง กินนมได้ดี น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ แต่ในทางกลับกัน หากทารกเริ่มมีลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างกะทันหัน เช่น เหลวเป็นน้ำ มีมูกเลือดปน มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวรุนแรง ร่วมกับปริมาณอุจจาระที่มากกว่าปกติและมีความถี่ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นี่คือสัญญาณเตือนที่แท้จริงของภาวะท้องเสียที่ผู้ปกครองต้องใส่ใจ

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคท้องเสียในทารก

ภาวะท้องเสียในทารกเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่ในเด็กเล็กมักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจำแนกออกเป็นกลุ่มหลักๆ ดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะเชื้อไวรัสโรตา ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของอาการท้องเสียรุนแรงในเด็กเล็กและทารก ทำให้เกิดอาการอาเจียนร่วมกับถ่ายเหลวเป็นน้ำ
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมักมาจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน หรือการไม่รักษาความสะอาดของขวดนม จุกนม และของเล่นเด็ก
  • การแพ้อาหารหรือการแพ้นมวัว ซึ่งพบได้บ่อยในทารกที่มีระบบทางเดินอาหารยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดอาการท้องเสียเรื้อรังหรือมีมูกเลือดปน
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยาปฏิชีวนะ เนื่องจากยาฆ่าเชื้ออาจไปทำลายแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ทำให้สมดุลระบบทางเดินอาหารเสียไปและเกิดอาการท้องเสียตามมา
คำแนะนำจากคุณหมอ: การสังเกตลักษณะอุจจาระร่วมกับพฤติกรรมโดยรวมของทารกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากลูกถ่ายเหลวแต่น้ำหนักยังขึ้นดีและไม่มีไข้ อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของนมหรืออาหาร แต่หากมีอาการซึมร่วมด้วยควรพบแพทย์ทันที

อาการสำคัญและลำดับขั้นความรุนแรงของโรค

อาการท้องเสียในทารกมักเริ่มต้นด้วยอาการเบื่ออาหาร ซึมลงเล็กน้อย หรือมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย จากนั้นจะเริ่มถ่ายอุจจาระเหลวบ่อยขึ้น หากอาการดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป ทารกจะเข้าสู่ระยะอันตรายคือภาวะขาดน้ำ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่น่ากลัวที่สุดในเด็กเล็ก

คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพราะทารกไม่สามารถบอกความรู้สึกเจ็บป่วยของตนเองได้ การประเมินความรุนแรงจึงต้องอาศัยการสังเกตสัญญาณทางร่างกายเป็นหลัก

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

ในกรณีที่ทารกมีอาการท้องเสีย ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวังอาการที่เป็นสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้ ห้ามรอให้รุ่งเช้าและควรนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วนประกอบด้วย

  • มีไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ลดลงแม้ว่าจะให้ยาลดไข้และเช็ดตัวแล้ว
  • ทารกมีอาการซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดูดนมหรือดื่มน้ำเลย
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา กระหม่อมบุ๋มลึก ปากแห้ง ผิวหนังแห้งกร้าน และไม่มีปัสสาวะนานเกินหกถึงแปดชั่วโมง
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน มีสีดำคล้ายยางมะตอย หรือมีอาเจียนพุ่งออกมาทุกครั้งที่กินน้ำหรือนม
  • ท้องอืดแน่น ท้องแข็ง หรือร้องกวนด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะขาดน้ำในทารกเกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่าในผู้ใหญ่มาก หากทารกเริ่มมีปัสสาวะออกน้อยลงหรือซึมลง ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาโดยการให้สารน้ำทดแทนทางหลอดเลือดดำทันที

วิธีดูแลรักษาและฟื้นฟูร่างกายทารกที่บ้านอย่างถูกวิธี

หากทารกมีอาการท้องเสียในระดับที่ไม่รุนแรงและไม่มีสัญญาณอันตราย การดูแลเบื้องต้นที่บ้านสามารถทำได้โดยเน้นการป้องกันการขาดน้ำและการประคับประคองอาการ

การให้นมควรดำเนินต่อไปตามปกติ หากทารกกินนมแม่ให้ดูดนมแม่บ่อยขึ้นเพราะนมแม่มีภูมิคุ้มกันและย่อยง่าย หากกินนมผงและมีอายุเกินกว่าที่กำหนด แพทย์อาจพิจารณาให้เปลี่ยนเป็นนมสูตรไม่มีแลคโตสชั่วคราว นอกจากนี้ การให้สารละลายเกลือแร่สำหรับเด็ก (Oral Rehydration Salts - ORS) ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป ห้ามใช้วิธีผสมเกลือแร่เองเด็ดขาดเพราะอาจทำให้สัดส่วนเกลือแร่ผิดพลาดและเป็นอันตรายต่อไตของทารก

สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลทารกท้องเสีย

การดูแลทารกในช่วงที่ป่วยเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีข้อปฏิบัติที่ถูกต้องและข้อห้ามที่เด็ดขาดซึ่งผู้ปกครองต้องจำให้ขึ้นใจ

  • ห้ามซื้อยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะให้ทารกกินเองเด็ดขาด การใช้ยาหยุดถ่ายจะทำให้เชื้อโรคค้างอยู่ในลำไส้และเป็นอันตรายรุนแรง ส่วนยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ใช้รักษาโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย หากทารกติดเชื้อไวรัสการกินยาฆ่าเชื้อจะไม่มีประโยชน์และทำให้เชื้อดื้อยา
  • รักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนเตรียม นม หรือสัมผัสตัวเด็ก รวมถึงการล้างและนึ่งขวดนม จุกนมให้สะอาดปราศจากเชื้อโรค
  • ทำความสะอาดก้นทารกอย่างอ่อนโยนทุกครั้งหลังถ่ายอุจจาระเพื่อป้องกันอาการผื่นผ้าอ้อมกำเริบ ทาครีมเคลือบผิวเพื่อป้องกันการระคายเคืองจากกรดในอุจจาระ

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การป้องกันการเกิดโรคท้องเสียในทารกที่ดีที่สุดคือการสร้างเสริมสุขอนามัยที่ดีและการรับวัคซีนป้องกันโรค ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไวรัสโรตาซึ่งเป็นสาเหตุหลักของท้องเสียรุนแรงในเด็กเล็ก โดยเป็นวัคซีนหยอดทางปากที่สามารถเริ่มให้ได้ตั้งแต่ทารกอายุยังน้อย

นอกจากนี้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานอย่างน้อยหกเดือนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในลำไส้ ทำให้ทารกมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น และลดความรุนแรงของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down