ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกถ่ายเหลวบ่อยมาก ผิดปกติไหม: ความกังวลใจอันดับหนึ่งของพ่อแม่ยุคใหม่

อาการท้องเสียหรือการที่ลูกถ่ายเหลวบ่อยผิดปกติ ถือเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สร้างความตื่นตระหนกและกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด ในฐานะกุมารแพทย์ สิ่งแรกที่อยากทำความเข้าใจคือ ลูกถ่ายเหลวบ่อยมาก ผิดปกติไหม: วิธีดูแลเบื้องต้นที่บ้านอย่างถูกวิธี ปลอดภัย และช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็ว นั้นมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ภาวะถ่ายเหลวในเด็กอาจเป็นเรื่องปกติในทารกแรกเกิดที่กินนมแม่ แต่หากเกิดขึ้นกระทันหันและมีความถี่สูงในเด็กโต อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อหรือความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการถ่ายเหลวในเด็ก

ระบบทางเดินอาหารของเด็กมีความบอบบางและยังพัฒนาไม่เต็มที่ การเกิดอาการถ่ายเหลวหรือท้องเสียมักมีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย โดยเชื้อไวรัสที่พบบ่อยที่สุดคือโรตาไวรัส (Rotavirus) ซึ่งมักทำให้เกิดอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำร่วมกับไข้และอาเจียน นอกจากนี้ยังมีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การแพ้อาหาร การแพ้นมวัว หรือการได้รับยาปฏิชีวนะที่ไปทำลายสมดุลของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ เชื้อโรคเหล่านี้จะเข้าไปรบกวนการดูดซึมน้ำและเกลือแร่ของลำไส้ ทำให้ร่างกายขับน้ำออกทางอุจจาระปริมาณมากจนเกิดภาวะถ่ายเหลว

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินโรค

อาการถ่ายเหลวในเด็กมักเริ่มต้นด้วยอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ตามด้วยการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำหรือมีมูกเลือดปน ความถี่ในการถ่ายอาจเพิ่มขึ้นจากวันละหนึ่งถึงสองครั้งเป็นวันละหลายครั้ง หากเป็นการติดเชื้อไวรัส อาการมักจะดีขึ้นได้เองภายในสามถึงเจ็ดวัน แต่ในระหว่างนี้หากสูญเสียน้ำมากเกินไป อาจเข้าสู่ระยะวิกฤตที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาหยุดถ่ายให้เด็กรับประทานเองอย่างเด็ดขาด เพราะการใช้ยาหยุดถ่ายจะทำให้เชื้อโรคหรือสารพิษตกค้างอยู่ในร่างกายและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าลูกกำลังมีภาวะขาดน้ำรุนแรงหรือมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โดยด่วน ได้แก่

  • มีไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ลดลงหลังจากกินยาลดไข้
  • อาเจียนทุกครั้งที่ดื่มน้ำหรือกินอาหาร ไม่สามารถรับประทานอะไรได้เลย
  • มีอาการซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ร่าเริงเหมือนปกติ
  • ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้ง ลิ้นแห้ง กระหม่อมบุ๋มลงไปในทารก
  • ปัสสาวะไม่ออกเลยติดต่อกันนานเกินหกชั่วโมง หรือปัสสาวะมีสีเข้มจัด
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน มีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือมีอาการปวดท้องรุนแรง

วิธีดูแลรักษาเบื้องต้นที่บ้านอย่างถูกต้องและปลอดภัย

การดูแลเด็กที่มีอาการถ่ายเหลว หัวใจสำคัญที่สุดคือการป้องกันและแก้ไขภาวะขาดน้ำ โดยมีแนวปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักกุมารเวชศาสตร์ดังนี้

  • การดื่มเกลือแร่โออาร์เอส (Oral Rehydration Salts - ORS): ให้ลูกจิบสารละลายเกลือแร่ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการถ่ายและอาเจียน ห้ามผสมเกลือแร่ผิดสัดส่วนเด็ดขาด
  • โภชนาการที่เหมาะสม: หากเป็นทารกที่ดื่มนมแม่ ให้ดูดนมแม่ต่อได้ตามปกติเพราะในนมแม่มีภูมิคุ้มกัน หากกินนมผงอาจปรึกษาแพทย์เรื่องการเปลี่ยนเป็นนมสูตรปราศจากน้ำตาลแลคโตสชั่วคราว สำหรับเด็กโตให้ทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก เนื้อปลา กล้วยสุก โดยไม่ต้องงดอาหาร
  • การพักผ่อนและการลดไข้: ให้เด็กนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากมีไข้ร่วมด้วยให้เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น และให้รับประทานยาพาราเซตามอลตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง
คำแนะนำจากคุณหมอ: ขนาดยาพาราเซตามอลที่ปลอดภัยสำหรับเด็กคือ สิบถึงสิบห้าิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง เมื่อมีอาการไข้ และควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ทุกครั้งก่อนให้ยาใดๆ แก่เด็ก

สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลเด็กท้องเสีย

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อย มีข้อปฏิบัติที่ควรทราบดังนี้

  • สิ่งที่ควรทำ: ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนเตรียมอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ รักษาความสะอาดของภาชนะใส่อาหารและขวดนม
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามให้เด็กดื่มน้ำผลไม้รสหวานจัด น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มเกลือแร่นักกีฬาของผู้ใหญ่ เพราะมีปริมาณน้ำตาลสูงเกินไป ซึ่งจะดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้และทำให้อาการถ่ายเหลวแย่ลงกว่าเดิม ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะกินเองเพราะส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส

วิธีป้องกันการติดเชื้อและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารสามารถทำได้โดยการปลูกฝังสุขอนามัยที่ดี ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำเสมอ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารดิบหรือไม่สะอาด นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีวัคซีนป้องกันโรคท้องร่วงจากเชื้อโรตาไวรัส ซึ่งสามารถปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันให้กับบุตรหลานตั้งแต่ยังเป็นทารก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down