ไขความลับสุขภาพภายใน ตกขาวแบบไหนคือสัญญาณเตือนมะเร็งปากมดลูก
อาการตกขาวถือเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงทุกคน เนื่องจากเป็นกระบวนการทำความสะอาดตามธรรมชาติของช่องคลอดและปากมดลูก แต่ในทางการแพทย์ ตกขาวผิดปกติแบบไหนเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก คือคำถามที่สูตินรีแพทย์มักได้รับคำถามบ่อยครั้ง การสังเกตลักษณะ สี และกลิ่นของตกขาวที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จึงเป็นด่านแรกที่สำคัญอย่างยิ่งในการคัดกรองความผิดปกติของเซลล์เยื่อบุปากมดลูกก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นโรคร้ายแรง
กลไกการเกิดความผิดปกติและสาเหตุที่นำไปสู่มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูกไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มีพัฒนาการมาจากความผิดปกติของเซลล์บริเวณรอยต่อของปากมดลูก สาเหตุหลักมากกว่าร้อยละเก้าสิบเกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา หรือที่รู้จักกันในชื่อเชื้อเอชพีวี ซึ่งติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ เมื่อร่างกายได้รับเชื้อชนิดที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สายพันธุ์สิบหกและสิบแปด เชื้อไวรัสจะเข้าไปฝังตัวและรบกวนการทำงานของยีนในเซลล์ปากมดลูก ทำให้เซลล์มีการแบ่งตัวผิดปกติอย่างต่อเนื่อง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา เซลล์เหล่านี้จะพัฒนาจากรอยโรคระยะก่อนเป็นมะเร็ง และกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกลุกลามในที่สุด
ลักษณะของตกขาวผิดปกติที่เป็นสัญญาณเตือนอันตราย
การสังเกตลักษณะของตกขาวสามารถช่วยแยกแยะระหว่างการติดเชื้อทั่วไปในช่องคลอดกับความเสี่ยงจากมะเร็งปากมดลูกได้ โดยตกขาวที่เป็นสัญญาณเตือนมะเร็งปากมดลูกหรือรอยโรคก่อนลุกลามมักจะมีลักษณะเฉพาะดังต่อไปนี้
- ตกขาวปนเลือดหรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอย นอกรอบประจำเดือน ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์มะเร็งมีความเปราะบางและมีเส้นเลือดฝอยมาเลี้ยงจำนวนมาก ทำให้เลือดออกได้ง่ายเมื่อมีการเสียดสี
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือมีลักษณะคล้ายน้ำซาวข้าว หรือมีเศษเนื้อเยื่อปน เนื่องจากมีการอักเสบและการตายของเนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูก
- ตกขาวปริมาณมากผิดปกติ ไหลซึมจนต้องใส่แผ่นอนามัยตลอดเวลา และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาสอดช่องคลอดมาตรฐาน
สัญญาณเตือนอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องพบแพทย์โดยเร็ว
นอกจากตกขาวที่ผิดปกติแล้ว หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย แสดงว่าโรคอาจลุกลามไปมากแล้ว และจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวชทันที
- มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังวัยหมดประจำเดือนไปแล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายสูงสุด
- มีอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์อย่างรุนแรง
- มีอาการปวดหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกราน ปวดหลังส่วนล่าง หรือปวดร้าวลงไปที่ขา ซึ่งเกิดจากการที่ก้อนมะเร็งโตขึ้นและไปกดทับเส้นประสาทบริเวณอุ้งเชิงกราน
- ขาบวมข้างเดียว หรือมีอาการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระผิดปกติ เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือด จากการที่มะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง
วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่แม่นยำ
เมื่อมาพบแพทย์ด้วยอาการตกขาวผิดปกติที่น่าสงสัย สูตินรีแพทย์จะมีขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยที่ได้มาตรฐานสากล ดังนี้
- การซักประวัติอย่างละเอียด เกี่ยวกับลักษณะตกขาว ระยะเวลาที่เป็น ประวัติทางเพศสัมพันธ์ และประวัติการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกครั้งล่าสุด
- การตรวจภายในและใช้เครื่องมือส่องตรวจปากมดลูก เพื่อประเมินลักษณะของเนื้อเยื่อ สี และความผิดปกติบนผิวปากมดลูก
- การตรวจคัดกรองเอชพีวี ดีเอ็นเอ เพื่อหาเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุหลัก
- การทำแปปสเมียร์ เพื่อดูความผิดปกติของเซลล์เยื่อบุปากมดลูก
- การตัดชิ้นเนื้อบริเวณที่สงสัยส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อยืนยันการวินิจฉัยขั้นเด็ดขาดว่าเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่
วิธีรักษาทางการแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ
การรักษาความผิดปกติของปากมดลูกขึ้นอยู่กับระยะของโรคและความรุนแรงที่ตรวจพบทางพยาธิวิทยา
- ในกลุ่มที่เป็นรอยโรคก่อนมะเร็งระยะเริ่มต้น แพทย์อาจใช้วิธีการจี้ด้วยความเย็น การใช้ห่วงไฟฟ้าตัดชิ้นเนื้อออก หรือการเลเซอร์ เพื่อกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติออกไปโดยยังคงรักษาความสามารถในการมีบุตรไว้ได้
- ในกลุ่มที่เป็นมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม การรักษาจะซับซ้อนมากขึ้น อาจต้องอาศัยการผ่าตัดมดลูกร่วมกับการเลาะต่อมน้ำเหลือง การฉายรังสีรักษา หรือการให้เคมีบำบัดร่วมด้วย ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายบุคคลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว
มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันได้เกือบสมบูรณ์แบบด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
- การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี ซึ่งปัจจุบันมีประสิทธิภาพครอบคลุมหลายสายพันธุ์ แนะนำให้ฉีดตั้งแต่วัยเด็กก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก แต่ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังสามารถฉีดเพื่อป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่ได้รับเชื้อได้
- การเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์
- การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย เช่น การใช้ถุงยางอนามัยและการมีคู่นอนคนเดียว