ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขปมความกังวลใจเมื่อประจำเดือนไม่มาตามนัดหลังใช้ยาคุมฉุกเฉิน

การใช้ยาคุมฉุกเฉิน (Emergency Contraceptive Pill) ถือเป็นทางเลือกเร่งด่วนในการป้องกันการตั้งครรภ์หลังการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน หรือเกิดความผิดพลาดจากวิธีคุมกำเนิดปกติ เช่น ถุงยางอนามัยรั่ว หรือการคำนวณวันปลอดภัยผิดพลาด อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดและสร้างความวิตกกังวลให้กับผู้หญิงเป็นอย่างมากคือ การที่ประจำเดือนเลื่อนหรือมาไม่ตรงเวลา จนทำให้เกิดคำถามตามมาว่าหากซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจตอนนี้ ผลที่ได้จะเชื่อถือได้จริงหรือไม่ และความเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกายเกิดขึ้นได้อย่างไร

กลไกการออกฤทธิ์ของยาคุมฉุกเฉินและสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนเลื่อน

ยาคุมฉุกเฉินส่วนใหญ่ในท้องตลาดประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin) ในปริมาณสูง โดยกลไกหลักคือการยับยั้งหรือชะลอการตกไข่ออกไป รวมทั้งทำให้สภาพเยื่อบุโพรงมดลูกเปลี่ยนแปลงไปเพื่อไม่ให้เกิดการฝังตัวของไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว และยังทำให้มูกที่ปากมดลูกมีความเหนียวข้นขึ้นเพื่อขวางกั้นไม่ให้ตัวอสุจิเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่ได้

เนื่องจากปริมาณฮอร์โมนโปรเจสตินที่ได้รับเข้าไปในปริมาณสูงทันทีทันใดนี้ จะไปรบกวนและส่งผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนเพศตามธรรมชาติในรอบเดือนนั้น ส่งผลให้กระบวนการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกเกิดความแปรปรวน ประจำเดือนจึงอาจมาช้ากว่าปกติ เร็วกว่าปกติ หรือมีลักษณะกะปริดกะปรอยได้ โดยทั่วไปประจำเดือนอาจเลื่อนออกไปได้ราวหนึ่งสัปดาห์ถึงสองสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นผลข้างเคียงที่พบได้เป็นปกติ แต่หากเกินกว่าสามสัปดาห์ไปแล้วยังไม่มา ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ชัดเจนเพิ่มเติม

ตรวจปัสสาวะตอนนี้จะเจอผลจริงไหม ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจ

นี่คือคำถามยอดฮิตที่หลายคนต้องการคำตอบที่แม่นยำที่สุด หลักการทำงานของชุดตรวจการตั้งครรภ์ทางปัสสาวะ คือการตรวจหาฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin หรือที่เรียกว่าฮอร์โมน hCG ซึ่งร่างกายจะผลิตขึ้นก็ต่อเมื่อมีการฝังตัวของตัวอ่อนเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น

หากเพิ่งรับประทานยาคุมฉุกเฉินไปไม่กี่วันแล้วรีบตรวจทันที ผลที่ได้อาจยังไม่สามารถบอกความจริงได้ เนื่องจากร่างกายยังไม่มีการสร้างฮอร์โมน hCG หรือปริมาณฮอร์โมนยังน้อยเกินกว่าที่ชุดตรวจจะจับสัญญาณได้ (เกิดผลลบลวง หรือ False Negative) ช่วงเวลาที่เหมาะสมและให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดคือ ควรตรวจหลังจากวันที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งนั้นอย่างน้อยสิบสี่วัน (สองสัปดาห์) ขึ้นไป หรือรอให้ประจำเดือนขาดหายไปจากรอบปกติประมาณหนึ่งสัปดาห์ จึงจะมีความน่าเชื่อถือสูง หากตรวจเร็วเกินไปแม้จะใจร้อนเพียงใดก็อาจจะต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจซ้ำอีกรอบ

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณมีเลือดออกกะปริดกะปรอยหลังทานยาคุมฉุกเฉิน 3 ถึง 5 วัน เลือดนั้นมักไม่ใช่ประจำเดือนจริง แต่เป็นเลือดที่เกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกจากฤทธิ์ของฮอร์โมนที่สูงขึ้นฉับพลัน (Withdrawal Bleeding) ซึ่งไม่ได้ยืนยันว่าไม่ท้อง ดังนั้นการนับวันเพื่อตรวจปัสสาวะจึงต้องยับยั้งจากวันที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่จากวันที่มีเลือดกะปริดกะปรอยนี้

สัญญาณอันตรายและอาการผิดปกติที่ต้องไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าการกินยาคุมฉุกเฉินจะมีผลข้างเคียงเรื่องประจำเดือนเลื่อนได้ แต่หากมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่ผลข้างเคียงธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะการตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางนรีเวชที่อันตรายถึงชีวิต

  • ปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงและฉับพลัน โดยเฉพาะปวดแปล๊บลงไปข้างใดข้างหนึ่งอย่างรุนแรง
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดปริมาณมากผิดปกติ หรือมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม
  • มีไข้หนาวสั่นร่วมกับมีตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ
  • ตรวจปัสสาวะแล้วขึ้นสองขีดจางๆ หรือขึ้นสองขีดชัดเจน แต่มีอาการปวดท้องร่วมด้วย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ยาคุ้มฉุกเฉินไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ และประสิทธิภาพของยาไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ หากคุณมีอาการปวดท้องน้อยร่วมกับประจำเดือนเลื่อนนานเกินสองสัปดาห์ ควรรีบไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อทำการตรวจอัลตร้าซาวด์ยืนยันตำแหน่งการตั้งครรภ์ทันที

วิธีดูแลตนเองและการป้องกันระยะยาว

การใช้ยาคุมฉุกเฉินควรใช้เฉพาะในยามจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เช่น กรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือถุงยางอนามัยแตกฉีกขาดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ไม่ควรใช้เป็นวิธีคุมกำเนิดหลักในชีวิตประจำวัน เนื่องจากมีปริมาณฮอร์โมนสูงและมีประสิทธิภาพต่ำกว่าวิธีคุมกำเนิดมาตรฐาน เช่น การกินยาคุมกำเนิดแบบรายเดือน การฉีดยาคุม หรือการใช้ถุงยางอนามัย

หากจำเป็นต้องใช้ยาคุมฉุกเฉิน ควรรับประทานให้เร็วที่สุดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ (ยิ่งเร็วยิ่งมีประสิทธิภาพสูง) และไม่ควรรับประทานเกินสองครั้งต่อเดือน เพราะจะส่งผลกระทบต่อรอบเดือนและการทำงานของรังไข่ในระยะยาว สำหรับการป้องกันในระยะยาว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกใช้วิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงกว่า เพื่อความสบายใจและสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ที่ดีของตัวคุณเอง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down