ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกมีไข้ร่วมกับคอแข็งและซึม: สัญญาณเตือนภัยที่ผู้ปกครองต้องรู้

อาการไข้ในเด็กเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองต้องพบเจออยู่บ่อยครั้ง แต่หากอาการไข้นั้นมาพร้อมกับอาการคอแข็งและซึมลงอย่างผิดปกติ นี่ไม่ใช่เพียงไข้หวัดธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนเร่งด่วนที่บ่งบอกถึงภาวะความเจ็บป่วยรุนแรงในระบบประสาทส่วนกลาง ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์โดยเร็วที่สุด ลูกมีไข้ร่วมกับคอแข็งและซึม: เปรียบเทียบอาการและโรคที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถประเมินสถานการณ์เบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง

โรคและภาวะความผิดปกติที่ต้องเฝ้าระวัง

เมื่อเด็กมีอาการไข้สูง คอแข็งร่วมกับซึม มีโรคสำคัญหลายโรคที่กุมารแพทย์ต้องนำมาพิจารณาในการวินิจฉัยแยกโรค เนื่องจากอาการเริ่มต้นอาจมีความคล้ายคลึงกัน แต่ความรุนแรงและแนวทางการรักษาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Meningitis)

เป็นภาวะการติดเชื้อที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต เชื้อแบคทีเรียจะเข้าไปลุกลามในเยื่อหุ้มสมองและน้ำไขสันหลัง ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรวดเร็ว เด็กจะมีไข้สูงมาก ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็งจนไม่สามารถก้มคางชิดอกได้ และมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด บางรายอาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนังร่วมด้วย

เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส (Viral Meningitis)

แม้จะมีความรุนแรงน้อยกว่าชนิดแบคทีเรีย แต่ก็ทำให้เด็กมีไข้ ปวดศีรษะ และคอแข็งได้เช่นกัน ส่วนใหญ่เด็กจะมีอาการซึมไม่มากเท่าชนิดแบคทีเรีย และสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการประคับประคองตามอาการ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน

โรคไข้สมองอักเสบ (Encephalitis)

เป็นการอักเสบของเนื้อสมองโดยตรง มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น เชื้อเริม (Herpes Simplex Virus) หรือไวรัสที่มาจากยุง เด็กจะมีไข้สูง ซึม สับสน ชักเกร็ง หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปร่วมกับอาการคอแข็ง

คออักเสบจากต่อมทอนซิลโตหรือกล้ามเนื้อคอเกร็งจากต่อมน้ำเหลืองโต

ในเด็กบางรายที่มีการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนรุนแรง ต่อมน้ำเหลืองที่คออาจโตมากจนทำให้เด็กเจ็บคอและเกร็งคอคล้ายอาการคอแข็ง แต่เด็กจะไม่มีอาการซึมลึกหรือหมดสติเหมือนโรคในกลุ่มเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

จุดสังเกตความแตกต่างทางการแพทย์และการตรวจร่างกายเบื้องต้น

กุมารแพทย์จะมีวิธีตรวจร่างกายเพื่อแยกแยะความแตกต่างระหว่างอาการคอแข็งจากภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบกับอาการคอแข็งจากสาเหตุอื่น โดยการทดสอบความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อคอ เช่น การตรวจพบอาการคอแข็ง (Nuchal Rigidity) ที่เด็กจะไม่สามารถก้มคอให้คางชิดอกได้เนื่องจากมีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลังคอเพื่อตอบสนองต่อการระคายเคืองของเยื่อหุ้มสมอง นอกจากนี้ยังมีการตรวจการตอบสนองของระบบประสาทอื่นๆ ร่วมด้วย

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกมีอาการคอแข็ง ห้ามพยายามดัดหรือนวดคอของเด็กอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายต่อไขสันหลังและเส้นประสาทได้ ให้รีบพามาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างถูกวิธี

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

อาการของโรคร้ายแรงเหล่านี้มักลุกลามอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง หากพบอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงมากและไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้
  • ซึมลงปลุกตื่นยาก หรือหมดสติ
  • มีอาการชักเกร็ง ไม่ว่าจะเป็นแบบเฉพาะที่หรือทั่วตัว
  • มีจุดจ้ำเลือดสีแดงหรือม่วงขึ้นตามผิวหนัง (Purpura or Petechiae)
  • อาเจียนพุ่งอย่างรุนแรง
  • ปฏิเสธการดื่มนมและน้ำ ดื่มน้ำไม่ได้เลย
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจผิดปกติ หรือชายโครงบุ๋ม

การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์เพิ่มเติม

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะพิจารณาทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุด ดังนี้

การเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) เป็นการตรวจที่สำคัญและจำเป็นที่สุดในการวินิจฉัยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เพื่อนำน้ำไขสันหลังไปตรวจหาเซลล์เม็ดเลือดขาว โปรตีน น้ำตาล และหาเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุ นอกจากนี้ยังมีการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาการติดเชื้อและภาวะการอักเสบในร่างกาย รวมถึงการส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) ในกรณีที่แพทย์สงสัยว่ามีภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูงหรือมีก้อนในสมอง

วิธีดูแลรักษาและการพยาบาล

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค หากตรวจพบว่าเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย เด็กจะต้องได้รับยาปฏิชีวนะเข้าทางหลอดเลือดดำในขนาดสูงและใช้เวลานานติดต่อกันหลายวันตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ส่วนในรายที่เกิดจากเชื้อไวรัส การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กรับประทานเองอย่างเด็ดขาด และห้ามให้ยาแอสไพรินแก่เด็กที่มีไข้เด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye's Syndrome) ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อตับและสมองได้

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การป้องกันการติดเชื้อที่รุนแรงในระบบประสาทสามารถทำได้โดยการให้เด็กรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามคำแนะนำของกุมารแพทย์อย่างครบถ้วน เช่น วัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ (Hib Vaccine) และวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส (Pneumococcal Vaccine) นอกจากนี้ การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล การล้างมือบ่อยๆ และการหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค ก็มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down