ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความกังวลของพ่อแม่เมื่อลูกรักมีอาการชักจากไข้สูง

ภาวะชักจากไข้สูงในเด็กเล็ก (Febrile Seizure) เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจและตื่นตระหนกให้กับคุณพ่อคุณแม่มากที่สุดในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทในเด็ก เข้าใจเป็นอย่างดีว่าภาพที่เห็นลูกมีอาการเกร็ง ตาค้าง หรือหมดสติไปนั้นชวนให้ใจหายเพียงใด อาการนี้พบได้บ่อยในเด็กอายุระหว่างหกเดือนถึงห้าปี โดยมีช่วงอายุที่พบปะทะบ่อยที่สุดคือช่วงสิบแปดเดือน สาเหตุหลักมาจากการที่สมองของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่ออุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรือการติดเชื้อไวรัสทั่วไป จึงกระตุ้นให้เซลล์สมองเกิดการปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาผิดปกติชั่วคราว แม้ว่าภาวะนี้ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตและไม่ทิ้งความผิดปกติทางสมองถาวร แต่การปฐมพยาบาลที่ผิดวิธีอาจนำมาซึ่งอันตรายที่รุนแรงได้ บทความฉบับนี้จึงรวบรวมแนวทางการดูแล การปฐมพยาบาล และข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่รับมือได้อย่างมั่นใจ

กลไกการเกิดโรคและสาเหตุหลักของภาวะชักจากไข้สูง

ภาวะชักจากไข้สูงไม่ได้เกิดจากตัวโรคที่รุนแรงเสมอไป แต่เกิดจากการตอบสนองของสมองเด็กต่ออุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (Rapid Temperature Rise) เชื้อโรคที่เป็นต้นเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ไข้หวัดใหญ่ ทอนซิลอักเสบ หรือการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ กลไกทางสรีรวิทยาพบว่า สมองของเด็กเล็กในวัยหกเดือนถึงห้าปีมีความไวต่อความร้อนสูง เมื่ออุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงเกินสามสิบแปดองศาเซลเซียสอย่างฉับพลัน ระบบประสาทส่วนกลางจะถูกกระตุ้นจนเกิดการทำงานที่รวดเร็วเกินควบคุม ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการเกร็งกระตุก ภาวะนี้แบ่งออกเป็นสองชนิดหลัก ได้แก่ ชนิดไม่มีความซับซ้อน (Simple Febrile Seizure) ซึ่งเป็นการชักเกร็งทั่วตัว นานไม่เกินสิบห้านาที และไม่กลับมาเป็นซ้ำในยี่สิบสี่ชั่วโมง และชนิดมีความซับซ้อน (Complex Febrile Seizure) ซึ่งมีการชักนานกว่าสิบห้านาที ชักเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือเกิดซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งภายในวันเดียว ซึ่งกลุ่มหลังนี้ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจากกุมารแพทย์

อาการแสดงและสัญญาณเตือนอันตราย

อาการเริ่มแรกของเด็กมักเริ่มจากการมีไข้สูงร่วมกับการติดเชื้อบางอย่าง จากนั้นเด็กจะมีอาการชักกะทันหัน โดยลักษณะอาการเด่นชัดประกอบด้วยการเกร็งของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย แขนขาเกร็งหรือกระตุก ตาเหลือกค้าง กัดฟัน น้ำลายฟูมปาก และอาจมีการหมดสติชั่วขณะ อาการชักส่วนใหญ่จะหยุดลงได้เองภายในเวลาไม่กี่วินาทีถึงสองสามนาที หลังจากนั้นเด็กจะมีอาการง่วงซึม อ่อนเพลีย และหลับไปเนื่องจากใช้พลังงานมาก

ข้อควรระวังทางการแพทย์ (Red Flag Symptoms): หากลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ไข้ลด
  • อาการชักนานเกินห้านาที หรือชักติดต่อกันหลายครั้งโดยไม่มีช่วงเวลาที่เด็กฟื้นคืนสติ
  • มีอาการชักเพียงซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย
  • หลังไข้ลดลงแล้วเด็กยังคงซึมมาก ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกหรือไม่ยอมดื่มน้ำ
  • มีไข้สูงต่อเนื่องเกินสามวัน หรือมีผื่นขึ้นร่วมด้วย
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน หรือหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
  • มีสัญญาณของภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะสีเข้มมากหรือไม่ถ่ายปัสสาวะนานกว่าหกชั่วโมง

วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเมื่อลูกมีอาการชัก

เมื่อลูกเกิดอาการชักจากไข้สูง สิ่งสำคัญที่สุดคือความมีสติของผู้ดูแล เพื่อดำเนินการช่วยเหลืออย่างถูกวิธีและปลอดภัยตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • จัดท่าให้เด็กนอนตะแคง (Recovery Position) เพื่อป้องกันไม่ให้เสมหะ อาหาร หรือน้ำลายไหลย้อนกลับลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจ และป้องกันการสำลัก
  • คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดีและหายใจได้สะดวก
  • สังเกตลักษณะอาการและจับเวลาของการชักอย่างละเอียด เพื่อนำไปบอกคุณหมอในการวินิจฉัย
  • คงอยู่เคียงข้างเด็กตลอดเวลา คอยดูแลความปลอดภัย ไม่ให้เด็กตกจากเตียงหรือกระแทกกับสิ่งของรอบตัว
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามเด็ดขาดที่จะพยายามงัดปากเด็กหรือใส่วัตถุใดๆ เข้าไปในปาก ไม่ว่าจะเป็นนิ้วมือ ช้อน หรือผ้า เพราะอาจทำให้ฟันหัก บาด ริมฝีปากฉีกขาด หรือวัตถุตกลงไปอุดหลอดลมจนขาดอากาศหายใจเสียชีวิตได้ และห้ามจับเด็กเขย่าตัวแรงๆ เพื่อพยายามปลุกให้หายชัก

สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาดเมื่อลูกชักและเป็นไข้สูง

นอกจากการใช้วัตถุดันปากแล้ว ยังมีข้อห้ามสำคัญอีกหลายประการที่พ่อแม่มักเข้าใจคลาดเคลื่อนจากความเชื่อโบราณ ได้แก่

  • ห้ามใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำเย็นจัดเช็ดตัวเด็กเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์อาจซึมเข้าสู่ผิวหนังทำให้เกิดพิษ และน้ำเย็นจัดจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้ ทำให้อุณหภูมิแกนกายยิ่งสูงขึ้นไปอีก
  • ห้ามให้เด็กกินยาหรือดื่มน้ำในขณะที่ยังมีอาการชักหรือกำลังซึม เพราะอาจสำลักลงปอด
  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเด็ดขาดเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการรายย์ (Reye Syndrome) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กรับประทานเอง เพราะไข้ส่วนใหญ่ในเด็กเล็กเกิดจากไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยรักษาและยังสร้างเชื้อดื้อยา

วิธีรักษาทางการแพทย์และการดูแลที่บ้าน

เมื่อพาเด็กมาถึงสถานพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อหาสอเหตุของไข้ หากเป็นการชักจากไข้สูงแบบธรรมดาและเด็กฟื้นตัวเป็นปกติแล้ว อาจไม่ต้องทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม แต่หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อในระบบประสาท เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ แพทย์อาจพิจารณาเจาะน้ำไขสันหลังเพื่อตรวจยืนยัน การรักษาหลักคือการลดไข้และการรักษาที่ต้นเหตุของการติดเชื้อ

สำหรับการดูแลที่บ้าน:

  • การให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง โดยคำนวณที่ขนาดสิบถึงสิบห้าสิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้
  • หากจำเป็นต้องใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ต้องให้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น และห้ามใช้ในเด็กที่มีภาวะไข้เลือดออก
  • การเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง โดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดสวนทางรูขุมขน เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย
  • การให้ดื่มน้ำสะอาดหรือเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต็พร่บ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

แม้ภาวะชักจากไข้สูงจะไม่สามารถป้องกันได้ร้อยละพรร้อย แต่การดูแลสุขภาพอนามัยที่ดีช่วยลดโอกาสการติดเชื้อซึ่งเป็นชนวนเหตุได้ คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลให้เด็กได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ นอกจากนี้การพาเด็กไปรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามกำหนด เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดความรุนแรงของโรคและการเกิดไข้สูงในเด็กเล็กได้เป็นอย่างดี

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down