ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกน้อยเหยียบหนามหรือเศษแก้ว อุบัติเหตุใกล้ตัวที่พ่อแม่ต้องรับมืออย่างถูกวิธี

อุบัติเหตุในเด็กเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะเด็กวัยกำลังซนที่ชื่นชอบการวิ่งเล่นสำรวจสิ่งรอบตัว การที่ลูกน้อยเหยียบหนาม เศษแก้ว ตะปู หรือเสี้ยนไม้ เป็นหนึ่งในอุบัติเหตุทางผิวหนังและเนื้อเยื่อที่พบบ่อยมากที่สุด สร้างความเจ็บปวด ความตกใจ และความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก ในฐานะกุมารแพทย์ การปฐมพยาบาลและการจัดการในขั้นตอนแรกอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเจ็บปวดและระงับการอักเสบ แต่ยังช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายอย่างการติดเชื้อแบคทีเรียหรือบาดทะยักที่อาจลุกลามจนเป็นอันตรายรุนแรงได้

สาเหตุและกลไกการบาดเจ็บจากสิ่งแปลกปลอมตำเท้า

เมื่อผิวหนังของเด็กซึ่งมีความบอบบางและบางกว่าผู้ใหญ่ต้องสัมผัสกับวัตถุแหลมคม แรงกดทับจากน้ำหนักตัวจะผลักดันให้สิ่งแปลกปลอมทะลุผ่านชั้นผิวหนังกำพร้า (Epidermis) และหนังแท้ (Dermis) ลงไปสู่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง (Subcutaneous tissue) ชนิดของสิ่งแปลกปลอมที่พบบ่อยได้แก่ หนามต้นไม้ เสี้ยนไม้ เศษแก้วชิ้นเล็ก และโลหะสนิม ซึ่งวัตถุเหล่านี้มักไม่สะอาด มีเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือสปอร์ของเชื้อบาดทะยักปนเปื้อนอยู่ เมื่อวัตถุเหล่านี้ฝังตัวอยู่ภายใน จึงกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบ บวม แดง และอาจเกิดหนองตามมาหากไม่ได้รับการกำจัดออกอย่างถูกวิธีและรวดเร็ว

อาการแสดงและการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย

หลังจากเด็กเหยียบหนามหรือเศษแก้ว อาการจะแสดงออกตามระยะเวลาและลักษณะของการบาดเจ็บ ในช่วงแรกเด็กจะมีอาการเจ็บแปลบ ร้องไห้ทันทีเมื่อลงน้ำหนักที่เท้า บริเวณที่ถูกตำอาจมีจุดเลือดออกเล็กน้อย ตามมาด้วยอาการบวม แดง และร้อนในบริเวณรอบแผล หากสิ่งแปลกปลอมถูกดึงออกจนหมด อาการเจ็บจะค่อยๆ ทุเลาลงภายในหนึ่งถึงสองวัน แต่หากยังมีชิ้นส่วนของหนามหรือเศษแก้วหลงเหลืออยู่ภายใน อาการเจ็บจะยังคงอยู่และรุนแรงขึ้นเมื่อเดิน อาการจะเริ่มเด่นชัดในวันที่สองหรือสาม โดยเนื้อเยื่อรอบแผลจะบวมตึง ปวดตุบๆ และเริ่มมีหนองเนื่องจากร่างกายพยายามขับสิ่งแปลกปลอมและต่อสู้กับการติดเชื้อ

ขั้นตอนการดูแลรักษาและปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่บ้านอย่างถูกวิธี

การจัดการที่บ้านต้องทำด้วยความนุ่มนวล ปราศจากความเร่งรีบ เพื่อป้องกันไม่ให้เศษแก้วหรือหนามแตกหักค้างอยู่ภายในลึกยิ่งขึ้น คุณพ่อคุณแม่สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานทางการแพทย์ได้ดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาด: ก่อนสัมผัสแผลของลูก ผู้ปกครองต้องล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคเข้าสู่แผล
  • ทำความสะอาดแผลรอบนอก: ใช้สบู่อ่อนและน้ำสะอาดล้างบริเวณเท้าและรอบแผลเบาๆ เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและฝุ่นละออง ห้ามขัดถูแรงบริเวณแผลโดยตรง
  • ตรวจสอบตำแหน่งสิ่งแปลกปลอม: ใช้ไฟฉายส่องดูให้ชัดเจนว่ามีชิ้นส่วนของหนามหรือเศษแก้วโผล่พ้นผิวหนังขึ้นมาหรือไม่ หากมองเห็นชัดเจนและจับได้มั่นคง ให้ใช้แหนบ (ForcepsหรือTweezers) ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดแล้ว คีบออกตามแนวองศาที่มันทิ่มเข้าไปอย่างระมัดระวัง
  • การแช่น้ำอุ่น: หากเป็นเสี้ยนไม้หรือหนามขนาดเล็กที่มองไม่ค่อยเห็นชัดเจน ให้แช่เท้าของเด็กในน้ำอุ่นสะอาดประมาณสิบถึงสิบห้านาที น้ำอุ่นจะช่วยให้ผิวหนังนุ่มและช่วยดันสิ่งแปลกปลอมให้ออกมาง่ายขึ้น
คำแนะนำจากคุณหมอ: หลังจากเอาสิ่งแปลกปลอมออกแล้ว ให้ทายาฆ่าเชื้อเฉพาะที่ เช่น โพวิโดนไอโอดีน (Povidone-Iodine) และปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาด ป้องกันไม่ให้เด็กเดินย่ำพื้นสกปรกซ้ำในระหว่างที่แผลยังไม่ปิดสนิท

สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลแผล

การช่วยเหลือเด็กด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้แผลติดเชื้อลุกลามหรือเกิดอันตรายมากกว่าเดิม ดังนั้นจึงมีข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามที่เคร่งครัดดังนี้

  • ห้ามใช้เข็มเย็บผ้าหรือเข็มฉีดยาที่ไม่ปลอดเชื้อมาเขี่ยแผล: การใช้เข็มที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธีมีความเสี่ยงสูงมากที่จะนำเชื้อแบคทีเรียและเชื้อบาดทะยักเข้าสู่กระแสเลือด
  • ห้ามบีบหรือเค้นรอบแผลแรงๆ: การบีบเค้นเนื้อเยื่อที่บอบบางของเด็กจะทำให้เส้นเลือดฝอยแตก เนื้อเยื่อช้ำ และดันให้เศษแก้วชิ้นเล็กๆ แตกกระจายลึกลงไปในชั้นเนื้อเยื่อมากขึ้น ทำให้แพทย์นำออกได้ยากกว่าเดิม
  • ห้ามปล่อยละเลยแผลขนาดเล็ก: แม้จะเป็นแผลเพียงเล็กน้อย แต่หากเกิดจากวัตถุที่สกปรก เช่น ตะปูขึ้นสนิม หรือเศษแก้วตามพื้นดิน ก็มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

หากมีอาการเหล่านี้ปรากฏขึ้น แสดงว่าการดูแลที่บ้านไม่เพียงพอ หรือมีการติดเชื้อที่รุนแรง จำเป็นต้องนำเด็กไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยด่วน

  • มีไข้สูง ตัวร้อน หนาวสั่น ซึ่งบ่งบอกว่าการติดเชื้อเริ่มกระจายเข้าสู่ร่างกาย
  • อาการปวด บวม แดง และร้อนที่บริเวณแผลลุกลามกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • มีหนองไหลออกจากแผล มีกลิ่นเหม็น หรือมีแนวรอยแดงลามเป็นทางยาวที่ผิวหนัง
  • เด็กเดินไม่ได้ เจ็บปวดมากเมื่อขยับข้อเท้าหรือนิ้วเท้า
  • ไม่แน่ใจว่าเอาสิ่งแปลกปลอมออกหมดหรือไม่ หรือมีชิ้นส่วนหลงเหลืออยู่ลึกใต้ผิวหนัง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: สิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องตรวจสอบคือ ประวัติการได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (DTP หรือ Tdap) ของลูกน้อย หากเด็กเหยียบวัตถุมีคมที่สกปรกและไม่แน่ใจว่าได้รับวัคซีนครบถ้วนตามเกณฑ์อายุหรือไม่ ควรพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อพิจารณาฉีดวัคซีนกระตุ้นหรือรับเซรุ่มต้านพิษบาดทะยักโดยเร็วที่สุด

การป้องกันอุบัติเหตุและการดูแลระยะยาว

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงที่ลูกน้อยจะต้องเจ็บตัวจากอุบัติเหตุลักษณะนี้อีก ผู้ปกครองควรจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านและบริเวณรอบบ้านให้ปลอดภัย ฝึกให้เด็กสวมรองเท้าทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการให้เด็กเดินเท้าเปล่าบนพื้นหญ้า พื้นคอนกรีต หรือบริเวณที่มีการก่อสร้าง หมั่นตรวจสอบและทำความสะอาดพื้นบ้าน เศษกระจก หรือของมีคมให้อยู่ในที่ปลอดภัยพ้นมือเด็กเสมอ การสร้างวินัยในการสวมรองเท้าตั้งแต่วัยเด็กจะช่วยป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุทางเท้าได้อย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down