ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกตกต้นไม้และแผลเปื้อนดินอุบัติเหตุใกล้ตัวที่พ่อแม่ต้องรับมืออย่างถูกวิธี

อุบัติเหตุในวัยเด็กเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะเด็กวัยกำลังซนที่ชื่นชอบการปีนป่าย การที่ลูกตกต้นไม้หรือเกิดอุบัติเหตุล้มจนมีแผลถลอกเปื้อนดิน ทราย หรือเศษสิ่งสกปรก ถือเป็นสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ในฐานะกุมารแพทย์ สิ่งสำคัญที่สุดคือสติของพ่อแม่และการประเมินอาการเบื้องต้นอย่างเป็นระบบ เพื่อแยกแยะให้ออกระหว่างแผลอุบัติเหตุภายนอกธรรมดากับอาการบาดเจ็บรุนแรงภายในที่ซ่อนอยู่ เช่น การกระทบกระเทือนทางสมอง หรือกระดูกหัก ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างเร่งด่วน

กลไกการบาดเจ็บและอันตรายที่ต้องระวังจากอุบัติเหตุตกต้นไม้

เมื่อเด็กตกจากที่สูง แรงกระแทกมักไม่ได้ส่งผลแค่บริเวณผิวหนังภายนอกเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายต่ออวัยวะภายใน ระบบกระดูก และข้อต่อได้ โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ คอ และกระดูกสันหลัง แผลถลอกเปื้อนดินที่เกิดขึ้นร่วมด้วยมักมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียในดิน เช่น เชื้อบาดทะยัก (Tetanus) หรือเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสแตฟิโลคอกคัส ซึ่งสามารถเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางบาดแผลเปิดได้ง่ายหากทำความสะอาดไม่ถูกวิธี

ขั้นตอนการประเมินอาการและปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อลูกตกต้นไม้

เมื่อเกิดเหตุการณ์ลูกตกต้นไม้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการประเมินความปลอดภัยและอาการบาดเจ็บตามหลักการแพทย์ฉุกเฉิน ห้ามรีบอุ้มลูกขึ้นมาทันทีหากเด็กมีอาการบาดเจ็บที่คอหรือหลัง

  • ประเมินการรู้สติ: สังเกตว่าลูกร้องไห้ทันทีหรือไม่ ตอบสนองต่อเสียงเรียกหรือไม่ มีอาการหมดสติ มึนงง หรือซึมลงหรือไม่
  • ตรวจสอบการบาดเจ็บรุนแรง: ตรวจดูว่ามีอาการผิดรูปของแขน ขา หรือกระดูกสันหลังหรือไม่ หากสงสัยว่ามีการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น
  • การปฐมพยาบาลแผลภายนอก: หากไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ให้เริ่มทำความสะอาดแผลถลอกเปื้อนดินทันทีเพื่อลดภาระการติดเชื้อ

วิธีทำความสะอาดแผลถลอกเปื้อนดินอย่างถูกสุขลักษณะ

แผลที่มีดินทรายฝังอยู่ลึกหรือที่เรียกว่าแผลถลอกปนเปื้อน (Traumatic Tattooing) หากปล่อยไว้จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นและติดเชื้อได้ง่าย มีขั้นตอนการดูแลดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาด: ผู้ดูแลต้องล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือสวมถุงมือแพทย์ก่อนสัมผัสบาดแผล
  • ใช้น้ำสะอาดและสบู่อ่อน: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องหรือน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline Solution) ร่วมกับสบู่อ่อนๆ เพื่อชะล้างสิ่งสกปรก ดิน และเศษทรายออกให้หมด
  • ห้ามใช้แอลกอฮอล์เข้มข้นราดแผลโดยตรง: การใช้แอลกอฮอล์หรือทิงเจอร์ไอโอดีนราดลงบนแผลสดจะทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย เจ็บแสบมาก และทำให้แผลหายช้าลง
  • ซับแผลให้แห้งและทายา: ใช้ผ้าก๊อซปราศจากเชื้อซับบริเวณรอบแผลให้แห้งเบาๆ และสามารถทายาฆ่าเชื้อโรคสำหรับแผลสดได้ตามความเหมาะสม
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากมีเศษดินหรือกรวดทรายฝังแน่นอยู่ในผิวหนังและล้างไม่ออก ห้ามใช้เข็มหรือของมีคมแคะออกเองเด็ดขาด ควรพาไปให้แพทย์ใช้เครื่องมือปลอดเชื้อทำความสะอาดเพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อลุกลาม

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

อุบัติเหตุจากการตกจากที่สูงบางครั้งอาจมีเลือดออกในสมองหรืออวัยวะภายในซึ่งไม่แสดงอาการในทันที พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอาการผิดปกอย่างใกล้ชิดในช่วงสี่สิบแปดชั่วโมงแรก

  • อาการทางระบบประสาท: อาการซึมลงปลุกตื่นยาก สับสน พูดไม่ชัด เดินเซ มึนงง หรืออาเจียนพุ่งมากกว่าหนึ่งครั้ง
  • อาการทางกระดูกและข้อ: ปวดบวมมาก ขยับแขนขาไม่ได้ เจ็บปวดรุนแรงเมื่อกดลงบนกระดูก หรือกระดูกผิดรูป
  • สัญญาณการติดเชื้อที่แผล: แผลมีอาการบวม แดง ร้อน มีหนองไหล หรือมีไข้สูงร่วมด้วย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กเคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักไม่ครบตามกำหนด หรือเกินกำหนดกระตุ้น แผลเปื้อนดินลึกและสกปรกมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพาลูกไปพบแพทย์เพื่อพิจารณารับวัคซีนบาดทะยักกระตุ้นและอิมมูโนโกลบูลินเพิ่มเติม

สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลแผลที่บ้าน

การดูแลแผลถลอกให้หายเร็วและไม่มีรอยแผลเป็นต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้อง

  • สิ่งที่ควรทำ: รักษาแผลให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซหรือพลาสเตอร์กันน้ำเพื่อป้องกันสิ่งสกปรก และเปลี่ยนทำแผลวันละครั้งหรือเมื่อเปียกชื้น
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามพอกยาพื้นบ้าน สมุนไพร ยาสาม หรือโรยผงยาปฏิชีวนะชนิดผงลงบนแผลเปิดเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนและเกิดอาการแพ้รุนแรง

การป้องกันอุบัติเหตุซ้ำและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา พ่อแม่ควรจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านและบริเวณรอบบ้านให้ปลอดภัย หลีกเลี่ยงบริเวณที่ปีนป่ายอันตราย และควรตรวจสอบประวัติการรับวัคซีนของเด็กให้ครบถ้วนตามช่วงอายุ โดยเฉพาะวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ซึ่งเป็นเกราะป้องกันโรคติดเชื้อที่สำคัญจากอุบัติเหตุทางผิวหนัง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down