ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องวัคซีนบาดทะยักในเด็กและการป้องกันโรค

บาดทะยัก (Tetanus) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิต เชื้อแบคทีเรียนี้มีชื่อว่า คลอสตริเดียม เททานี (Clostridium tetani) ซึ่งมักพบสปอร์อยู่ในดิน ฝุ่นละออง และสนิม สปอร์ของเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายของเด็กได้ง่ายผ่านทางแผลถลอก แผลฉีกขาด หรือแผลจากวัตถุมีคม การได้รับวัคซีนบาดทะยักในเด็กจึงเป็นมาตรการทางการแพทย์ที่มีความสำคัญสูงสุดในการสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อกระชับรุนแรง กรามค้าง และภาวะหายใจล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นหากติดเชื้อ

กลไกการเกิดโรคและอันตรายจากเชื้อบาดทะยัก

เมื่อสปอร์ของเชื้อบาดทะยักเข้าสู่ร่างกายผ่านแผลที่สกปรก สปอร์จะเปลี่ยนรูปเป็นแบคทีเรียและผลิตสารพิษที่มีชื่อว่า เททานปาสมิน (Tetanospasmin) สารพิษนี้จะเดินทางผ่านระบบประสาทเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง ทำให้เด็กมีอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งอย่างรุนแรง เจ็บปวดทรมาน และอาจส่งผลกระทบต่อระบบหายใจจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การฉีดวัคซีนตามกำหนดจึงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันล่วงหน้าเพื่อทำลายสารพิษเหล่านี้ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบประสาท

อาการหลังการฉีดวัคซีนบาดทะยักที่พบได้ทั่วไป

ภายหลังการได้รับวัคซีนบาดทะยัก เด็กอาจมีอาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายในการสร้างภูมิคุ้มกัน อาการที่พบบ่อยได้แก่

  • มีอาการบวม แดง และเจ็บเล็กน้อยบริเวณตำแหน่งที่ฉีดวัคซีน
  • มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย หรือรู้สึกไม่สบายตัวในช่วงหนึ่งถึงสองวันแรก
  • งอแงมากกว่าปกติในเด็กเล็กหรือทารก

การดูแลเบื้องต้นที่บ้านอย่างถูกวิธีหลังการฉีดวัคซีน

การดูแลเด็กหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนบาดทะยักอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความไม่สบายตัวและช่วยให้เด็กฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ผู้ปกครองสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์ได้ดังนี้

  • ให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังมากในช่วงหนึ่งถึงสองวันแรกหลังฉีดวัคซีน
  • หากมีอาการปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีด ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุณหภูมิปกติประคบเบาๆ บริเวณรอยฉีด ห้ามประคบร้อนจัดหรือเย็นจัดจนเกินไป
  • ดูแลให้เด็กดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดอาการอ่อนเพลียและช่วยให้ร่างกายปรับสมดุล
  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีไข้สูงสามารถให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ
คำแนะนำจากคุณหมอ: ขนาดยาพาราเซตามอลที่ปลอดภัยสำหรับเด็กคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้หรือปวด โดยต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวจริงของเด็กทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ห้ามให้ยาเกินขนาดเด็ดขาด

สิ่งควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลเด็กที่บ้าน

การดูแลความสะอาดและการจัดการกับอาการข้างเคียงเป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้ปกครองควรทราบถึงสิ่งที่ไม่ควรทำเพื่อความปลอดภัยของเด็ก

  • สิ่งที่ควรทำ: รักษาความสะอาดบริเวณแผลหรือรอยฉีด ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสตัวเด็ก และติดตามตารางการรับวัคซีนให้ครบถ้วนตามที่แพทย์นัดหมาย
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามใช้มือหรือผ้าหนาๆ นวดคลึงบริเวณที่ฉีดวัคซีน เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบและบวมแดงมากขึ้น ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาแก้ปวดชนิดอื่นให้เด็กทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ และห้ามให้เด็กทานยาแอสไพริน (Aspirin) เด็ดขาดเนื่องจากอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye's syndrome) ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กที่มีไข้เด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางสมองและตับที่เป็นอันตรายร้ายแรง

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาลูกพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการข้างเคียงจากวัคซีนส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่หากเด็กมีอาการผิดปกติที่เข้าข่ายภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หรือมีอาการแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง (Anaphylaxis) ผู้ปกครองต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที สัญญาณเตือนอันตรายได้แก่

  • มีไข้สูงเกิน 39 อาศัยเซลเซียส หรือไข้ไม่ลดลงหลังจากให้ยาลดไข้และเช็ดตัวนานเกิน 24 ชั่วโมง
  • มีอาการบวม แดง ลามใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีหนองบริเวณที่ฉีดวัคซีน
  • เด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมตื่นมาทานนมหรือน้ำ อาเจียนพุ่ง
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงดัง หรือมีอาการแพ้รุนแรง เช่น ผื่นลมพิษกระจายทั่วตัว หน้าบวม ตาบวม ริมฝีปากบวม หรือหายใจลำบากภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมงหลังรับวัคซีน

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันโรคบาดทะยักที่ดีที่สุดคือการรับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก (DTP หรือ Tdap) ตามโปรแกรมสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขหรือตามคำแนะนำของกุมารแพทย์อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ เมื่อเด็กเกิดบาดแผลจากอุบัติเหตุ เช่น แผลถูกเหล็กแหลมแทง แผลถลอกสกปรกจากดิน หรือแผลลึก ผู้ปกครองควรพาไปล้างทำความสะอาดแผลที่สถานพยาบาล และพิจารณาการฉีดวัคซีนกระตุ้นซ้ำตามความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมของแผลและประวัติการรับวัคซีนที่ผ่านมา

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีแผลสกปรกและมีประวัติการรับวัคซีนบาดทะยักไม่ครบถ้วน หรือเกินกำหนด 5 ปี แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นร่วมกับอิมมูโนโกลบูลิน (Tetanus Immunoglobulin) เพื่อป้องกันการติดเชื้ออย่างเร่งด่วน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down