ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความตระหนักและภาพรวมเมื่อเด็กโดนสนิมบาดหรือตะปูตำ

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอในเด็กทุกช่วงวัย โดยเฉพาะวัยซนที่ชื่นชอบการวิ่งเล่น สำรวจสิ่งรอบตัว ทั้งในบ้านและนอกบ้าน การที่ลูกน้อยโดนของมีคมสนิมเกาะบาดผิวหนัง หรืออุบัติเหตุจากตะปูตำเศษไม้ตำเท้า ถือเป็นอุบัติเหตุทางบ้านที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก ความกังวลหลักมักหนีไม่พ้นเรื่องของโรคบาดทะยัก (Tetanus) และการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่อาจลุกลามเป็นอันตรายรุนแรงได้ บทความนี้จะพาท่านทำความเข้าใจขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ การสังเกตอาการผิดปกติ รวมถึงแนวทางการป้องกันและการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักที่ถูกต้องแม่นยำ

สาเหตุและกลไกความเสี่ยงจากสนิมและสิ่งแปลกปลอม

สนิมไม่ได้เป็นเชื้อโรคโดยตรง แต่สนิมมักเกิดขึ้นบนโลหะที่ตากแดดตากฝนและมีความชื้น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม เททานี (Clostridium tetani) เชื้อชนิดนี้มักพบได้ทั่วไปในดิน ฝุ่นละออง มูลสัตว์ และสนิมเหล็ก เมื่อเด็กถูกตะปูขึ้นสนิมตำหรือของมีคมบาดลึก สปอร์ของแบคทีเรียจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล และเนื่องจากแผลที่เกิดจากตะปูตำมักมีลักษณะลึกและแคบ ทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ที่สุดในการเจริญเติบโตและการผลิตสารพิษ (Toxin) ของเชื้อบาดทะยัก สารพิษนี้จะเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางและส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย

ขั้นตอนการปฐมพยาบาลและดูแลแผลเบื้องต้นที่บ้านอย่างถูกสุขลักษณะ

เมื่อเกิดเหตุการณ์ลูกโดนสนิมบาดหรือตะปูตำ สิ่งสำคัญที่สุดคือความมีสติและการจัดการบาดแผลอย่างรวดเร็วและถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อลดปริมาณเชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่เข้าสู่ร่างกาย

การทำความสะอาดแผล

ให้รีบทำการล้างมือของผู้ปกครองให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำก่อนสัมผัสแผล จากนั้นล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่สูตรอ่อนโยน เพื่อชะล้างฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกออกให้หมด หลีกเลี่ยงการขัดถูแรงๆ บริเวณแผล เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อรอบแผลช้ำและติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้

การห้ามเลือดและการปิดแผล

หากมีเลือดออกให้ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซปราศจากเชื้อกด (Sterile Gauze) บริเวณแผลจนกว่าเลือดจะหยุดไหล ทายาฆ่าเชื้อภายนอก เช่น โพวิโดนไอโอดีน (Povidone-iodine) เฉพาะบริเวณรอบแผล และปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาดหรือพลาสเตอร์กันน้ำเพื่อป้องกันฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าซ้ำ

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากวัตถุที่ตำมีขนาดใหญ่ ฝังลึก หรือหักค้างอยู่ภายในเนื้อ ห้ามดึงออกเองเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เส้นเลือดฉีกขาดหรือเลือดออกไม่หยุด ให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันทีเพื่อให้แพทย์ทำการเอาออกด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ปราศจากเชื้อ

สิ่งที่ไม่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลแผล

การปฐมพยาบาลแบบผิดวิธีอาจส่งผลให้แผลติดเชื้อรุนแรงมากขึ้น พ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงดังต่อไปนี้:

  • ห้ามใช้ยาสสีฟัน พริกป่น สมุนไพรโบราณ หรือน้ำปลาพอกแผลเด็ดขาด เพราะจะเพิ่มโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
  • ห้ามใช้มือเปล่าบีบหรือแคะบริเวณแผลลึกเพื่อเค้นสิ่งสกปรกออก
  • ห้ามปล่อยให้แผลอับชื้นหรือปล่อยให้ผ้าปิดแผลเปียกแฉะสกปรก

สัญญาณเตือนอันตรายและอาการที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์

แม้จะทำความสะอาดแผลเบื้องต้นแล้ว ผู้ปกครองยังคงต้องเฝ้าระวังอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาอย่างน้อย 7 ถึง 14 วัน หากพบอาการดังต่อไปนี้ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที:

  • แผลมีอาการบวม แดง ร้อน และมีหนองไหลออกมาจากก้นแผล
  • เด็กมีไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรืออ่อนเพลีย
  • มีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณกราม กล้ามเนื้อคอแข็ง กลกล้ามเนื้อหน้ากระตุก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนระยะแรกของโรคบาดทะยัก
  • เด็กมีอาการปวดแผลรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้เวลาจะผ่านไปหลายวัน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: โรคบาดทะยักมีระยะฟักตัวตั้งแต่ 3 วันถึงหลายสัปดาห์ การไม่มีอาการในวันแรกไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เด็กทุกคนที่ประวัติการรับวัคซีนไม่ครบถ้วนและโดนของมีคมสนิมบาด จำเป็นต้องได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์เพื่อพิจารณาฉีดวัคซีนกระตุ้นและอิมมูโนโกลบูลิน (Tetanus Immune Globulin)

การป้องกันระยะยาวและการสร้างภูมิคุ้มกัน

วิธีป้องกันโรคบาดทะยักและภาวะแทรกซ้อนจากการโดนของมีคมที่ดีที่สุดคือการได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (DTP หรือ Tdap) ตามโปรแกรมสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขอย่างครบถ้วนตั้งแต่วัยทารก และควรได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นทุกๆ 10 ปี นอกจากนี้ ควรปลูกฝังให้เด็กรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบเมื่อวิ่งเล่นนอกบ้าน และหลีกเลี่ยงการให้เด็กเล่นบริเวณที่มีกองขยะ เหล็กเก่า หรือวัสดุมีคมขึ้นสนิม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down