ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักในเด็กและการดูแลหลังรับบริการ

โรคบาดทะยัก (Tetanus) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิต เชื้อนี้เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลที่ปนเปื้อนดิน ฝุ่น หรือสนิม การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนจึงเป็นมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับเด็กทุกคนตามกำหนดเวลาในตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค อย่างไรก็ตาม หลังจากเด็กๆ ได้รับวัคซีนป้องกันบาดทะยัก (ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนเดี่ยวหรือวัคซีนรวม เช่น วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก) ร่างกายอาจแสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อตัววัคซีน ซึ่งเป็นกระบวนการปกติในการสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ในฐานะผู้ปกครอง การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและการดูแลรักษาที่ถูกต้องจะช่วยลดความกังวลและบรรเทาอาการไม่สบายตัวให้เด็กๆ ได้เป็นอย่างดี

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการข้างเคียงหลังรับวัคซีนบาดทะยัก

อาการผิดปกติเล็กน้อยที่เกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีน ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโรคบาดทะยัก แต่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเด็กกำลังตอบสนองต่อส่วนประกอบของวัคซีน ซึ่งประกอบด้วย toxoid หรือสารพิษที่ถูกทำลายฤทธิ์ให้หมดความรุนแรงแล้ว แต่ยังคงกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้ ปฏิกิริยานี้ทำให้เกิดการอักเสบเฉพาะที่บริเวณกล้ามเนื้อที่ฉีด รวมถึงการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทั่วร่างกายที่อาจทำให้มีไข้ต่ำๆ หรือรู้สึกอ่อนเพลียชั่วคราว

อาการแสดงสำคัญที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีน

อาการข้างเคียงที่สามารถพบได้ทั่วไปและมักหายได้เองภายในสองถึงสามวัน ได้แก่

  • อาการปวด บวม แดง และร้อนบริเวณที่ฉีด: เกิดจากการอักเสบเฉพาะที่ มักพบได้บ่อยในเด็กโตที่ได้รับวัคซีนกระตุ้นซ้ำ
  • มีตุ่มนูนแข็งเล็กๆ บริเวณที่ฉีด: อาจคลำพบได้และจะค่อยๆ ยุบลงไปเอง
  • ไข้ต่ำๆ: เด็กบางคนอาจมีไข้ร่วมด้วยเนื่องจากภูมิคุ้มกันทำงาน
  • งอแง ซึมเล็กน้อย หรือเบื่ออาหารชั่วคราว: จากอาการปวดเมื่อยเนื้อตัวหรือปวดแผล
คำแนะนำจากคุณหมอ: อาการข้างเคียงเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความรุนแรงน้อยและหายได้เองภายในสี่สิบแปดถึงเจ็ดสิบสองชั่วโมง ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลจนเกินไป แต่ควรสังเกตอาการอย่างต่อเนื่อง

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาเด็กมาพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการข้างเคียงส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่หากเด็กมีอาการเหล่านี้หลังฉีดวัคซีน ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วนเพราะอาจเป็นสัญญาณของปฏิกิริยาแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น

  • ผื่นลมพิษกระจายทั่วตัว หน้าบวม ตาบวม หรือริมฝีปากบวม: เกิดขึ้นได้รวดเร็วหลังฉีด
  • หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด หายใจหอบเหนื่อย หรืออกบุ๋ม: เป็นภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการรักษาฉุกเฉิน
  • ไข้สูงมากเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ยอมลดเลย: ร่วมกับอาการซึมมากปลุกไม่ค่อยตื่น
  • ร้องกวนต่อเนื่องนานผิดปกติ (Inconsolable crying): ร้องไห้ไม่หยุดนานหลายชั่วโมง ซึ่งอาจแสดงถึงอาการปวดรุนแรงหรือภาวะทางระบบประสาท
  • มีอาการชัก: แม้จะพบได้น้อยมาก แต่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

วิธีดูแลรักษาและบรรเทาอาการที่บ้านอย่างถูกต้อง

การดูแลเด็กหลังฉีดยาป้องกันบาดทะยักเน้นการรักษาตามอาการเพื่อให้เด็กสบายตัวขึ้น ดังนี้

  • การประคบเย็น: ในช่วงยี่สิบสี่ชั่วโมงแรก หากมีอาการบวมแดงที่รุนแรง ให้ใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณที่ฉีดครั้งละสิบถึงสิบห้านาที เพื่อลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด
  • การให้ยาลดไข้แก้ปวด: หากเด็กมีไข้หรือปวดแผลมาก สามารถให้รับประทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของเด็ก คือสิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีอาการ
  • การพักผ่อนและดื่มน้ำ: ให้เด็กนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำสะอาดหรือนมให้มากๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
  • สวมเสื้อผ้าหลวมๆ: เลือกชุดที่นุ่มสบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไปเพื่อป้องกันการเสียดสีบริเวณแผลที่ฉีด
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามนำแผ่นประคบร้อนมาใช้ในยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกเด็ดขาด เพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวและอาการบวมแดงแย่ลง นอกจากนี้ห้ามใช้วิธีนวด คลึง หรือทายานวดใดๆ บริเวณรอยฉีด เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อลึกขึ้นได้

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในการดูแลเด็กหลังได้รับวัคซีน มีข้อปฏิบัติที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเด็ก

  • ห้ามซื้อยาแก้อักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาอื่นๆ ให้เด็กรับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • ห้ามทำการประคบร้อนบริเวณที่ฉีดในระยะเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงแรก
  • ไม่อนุญาตให้กด นวด หรือเค้นบริเวณตุ่มหรือรอยเข็มที่ฉีดวัคซีน

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

วัคซีนป้องกันบาดทะยักเป็นวัคซีนที่จำเป็นต้องได้รับกระตุ้นตามช่วงอายุ เพื่อให้ระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายคงอยู่และสามารถป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ปกครองควรตรวจสอบสมุดบันทึกสุขภาพของบุตรหลานสม่ำเสมอ และพาเด็กไปรับวัคซีนตรงตามนัดหมายของแพทย์ทุกครั้ง พร้อมทั้งสนับสนุนให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ และรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down