ทำไมต้องการดูแลแผลสดและการป้องกันเชื้อโรคอันตราย
อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นแผลถลอก แผลมีดบาด แผลจากของมีคม หรือแผลสัตว์กัด การดูแลแผลสดให้สะอาดถูกวิธีตั้งแต่วันแรกคือหัวใจสำคัญที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย และที่น่ากลัวที่สุดคือเชื้อบาดทะยัก (Tetanus) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อเฉียบพลันที่มีอันตรายถึงชีวิต บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจวิธีล้างแผลสดที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ อาการเตือนของการติดเชื้อ และแนวทางการดูแลรักษาเพื่อให้แผลหายไวและปลอดภัยไร้กังวล
สาเหตุและกลไกการเกิดโรคจากการติดเชื้อแผลสด
เมื่อผิวหนังฉีกขาดหรือมีแผลเปิด เชื้อโรคที่อยู่รอบตัวไม่ว่าจะเป็นบนผิวหนัง พื้นดิน ฝุ่นละออง หรือสนิม จะสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทันที เชื้อโรคหลักที่แพทย์กังวลมีสองกลุ่มใหญ่ ได้แก่กลุ่มแบคทีเรียทั่วไป เช่น สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) และสเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) ที่ทำให้แผลอักเสบ เป็นหนอง บวมแดง และกลุ่มที่สองคือสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียคลอสตริเดียม เททานี (Clostridium tetani) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคบาดทะยัก เชื้อนี้มักพบได้ทั่วไปในดิน มูลสัตว์ และวัตถุมีคมขึ้นสนิม เมื่อสปอร์ของเชื้อเข้าสู่แผลที่ลึกและขาดออกซิเจน มันจะเจริญเติบโตและสร้างสารพิษ (Toxin) เข้าทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง
อาการแสดงสำคัญและระยะของโรคเมื่อเกิดการติดเชื้อ
การติดเชื้อที่แผลมักเริ่มต้นด้วยอาการอักเสบเฉพาะที่ ได้แก่ อาการปวด บวม แผลมีสีแดงร้อน และมีหนองไหลออกมา หากปล่อยไว้ไม่รักษา เชื้ออาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งมีไข้สูง หนาวสั่น และความดันโลหิตต่ำ ในส่วนของโรคบาดทะยัก อาการจะเริ่มปรากฏหลังจากได้รับเชื้อตั้งแต่สามวันถึงสามสัปดาห์ โดยมีสัญญาณเตือนคือ อาการขากรรไกรแข็ง อ้าปากได้ยาก กลืนลำบาก กล้ามเนื้อคอและหลังเกร็งแข็ง ชักกระตุกเมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสงหรือเสียง และอาจนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวหากกล้ามเนื้อกระบังลมหยุดทำงาน
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที
- แผลลึกมาก แผลฉีกขาดใหญ่ หรือมีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ลึกที่ไม่สามารถเอาออกได้
- แผลเกิดจากสัตว์กัด หรือเกิดจากวัตถุสกปรก วัตถุมีสนิมเจาะแทง
- มีอาการบวมแดงลามออกนอกขอบแผล มีหนองสีเขียวหรือเหลืองปนกลิ่นเหม็น
- มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดแผลรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
- ผู้ป่วยไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันบาดทะยัก หรือไม่แน่ใจประวัติการฉีดวัคซีนในช่วงห้าถึงสิบปีที่ผ่านมา
วิธีดูแลรักษาแผลสดที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธีช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้อย่างมหาศาล มีขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจนดังนี้
- ล้างมือให้สะอาด: ก่อนสัมผัสแผลทุกครั้งต้องล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากมือเข้าสู่แผล
- ห้ามเลือด: หากแผลมีเลือดออกให้ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซกด 10 ถึง 15 นาทีจนกว่าเลือดจะหยุดไหล
- ล้างทำความสะอาดแผล: ใช้เกลือล้างแผล (Normal Saline Solution) หรือใช้น้ำสะอาดกับสบู่อ่อนๆ ล้างรอบแผลและในแผลเบาๆ เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกออก ห้ามใช้แอลกอฮอล์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ล้างลงในแผลสดโดยตรง เพราะจะทำให้เนื้อเยื่อดีรอบแผลถูกทำลายและแผลหายช้าลง
- ทายาฆ่าเชื้อและปิดแผล: ซับแผลให้แห้งด้วยผ้าสะอาด ทายาฆ่าเชื้อตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร แล้วปิดด้วยผ้าก๊อซหรือพลาสเตอร์กันน้ำเพื่อป้องกันฝุ่นละอองและเชื้อโรค
การฟื้นฟูสุขภาพและการดูแลแผลในระยะยาว
ในช่วงที่แผลกำลังสมานตัว ควรดูแลรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วงแรกเพื่อป้องกันแผลเปื่อยอักเสบ รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงและวิตามินซี เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อและสร้างคอลลาเจนให้แผลหายเร็วขึ้น สังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด และไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อตัดไหมหรือประเมินอาการติดเชื้ออย่างสม่ำเสมอ