ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือแผลสกปรกในเด็ก: อุบัติเหตุใกล้ตัวที่พ่อแม่ต้องรู้จริง

อุบัติเหตุจากแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือแผลสกปรกในเด็ก ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจและกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่มากที่สุด ผิวหนังของเด็กมีความบอบบางและไวต่อความร้อนมากกว่าผู้ใหญ่ ทำให้ความรุนแรงของบาดแผลลุกลามได้รวดเร็วและลึกกว่า การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องในนาทีแรกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดความเสียหายของเนื้อเยื่อ ป้องกันการติดเชื้อ และลดการเกิดแผลเป็นในอนาคต

สาเหตุและกลไกการเกิดแผลไหม้และแผลสกปรกในวัยเด็ก

ผิวหนังของเด็กทารกและเด็กเล็กมีความหนาน้อยกว่าผู้ใหญ่ ชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง ทำให้เมื่อสัมผัสกับความร้อนหรือสิ่งสกปรก ความเสียหายจึงเกิดขึ้นในระดับที่ลึกกว่า สาเหตุส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น

  • น้ำร้อนลวก (Scald Burns): เกิดจากน้ำเดือด ซุป กาแฟ หรือน้ำอุ่นในห้องน้ำที่ร้อนเกินไป เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในเด็กวัยเตาะแตะ
  • ไฟไหม้ (Flame Burns): เกิดจากการสัมผัสเปลวไฟโดยตรง เช่น เทียนไข เตาแก๊ส หรือกองไฟ
  • ความร้อนจากวัตถุ (Contact Burns): เกิดจากการสัมผัสเตารีด ท่อไอเสียรถยนต์ หรือภาชนะประกอบอาหารที่เพิ่งใช้งาน
  • แผลสกปรกและแผลถลอก (Contaminated Wounds): เกิดจากการหกล้ม วิ่งชน หรืออุบัติเหตุที่มีดิน ทราย สนิม หรือสิ่งแปลกปลอมปนเปื้อนในแผล

ระดับความรุนแรงและอาการแสดงของบาดแผล

การประเมินความรุนแรงของบาดแผลช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจได้ว่าสามารถดูแลที่บ้านได้หรือต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที โดยแบ่งระดับความรุนแรงออกเป็น

  • แผลระดับที่หนึ่ง (First-degree Burns): ทำลายเฉพาะผิวหนังชั้นนอก มีอาการแดง บวมเล็กน้อย และเจ็บปวด เช่น แผลถูกแดดเผา หรือน้ำร้อนลวกเบาๆ มักหายได้เองภายในไม่กี่วัน
  • แผลระดับที่สอง (Second-degree Burns): ทำลายลงลึกถึงผิวหนังชั้นหนังแท้ มีอาการบวม แดง และมีตุ่มน้ำพองใส (Blisters) ร่วมด้วย มีอาการเจ็บปวดมาก
  • แผลระดับที่สาม (Third-degree Burns): ทำลายชั้นผิวหนังทั้งหมดจนถึงชั้นไขมัน กล้ามเนื้อ หรือกระดูก ผิวหนังอาจมีสีขาว สีดำ หรือดูแห้งกรน และมักไม่ค่อยเจ็บปวดเนื่องจากเส้นประสาทถูกทำลาย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามเจาะตุ่มน้ำพองใสเด็ดขาด เพราะผิวหนังชั้นบนที่พองอยู่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการติดเชื้อตามธรรมชาติ การเจาะตุ่มน้ำจะเปิดทางให้เชื้อโรคเข้าสู่แผลได้ง่ายขึ้น

วิธีดูแลรักษาและการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง

เมื่อเด็กเกิดอุบัติเหตุแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือแผลสกปรก การปฏิบัติที่ถูกต้องในทันทีจะช่วยลดความรุนแรงของแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีขั้นตอนดังนี้

  • ลดความร้อนทันที: ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ (น้ำประปา) ล้างผ่านบาดแผลต่อเนื่องเป็นเวลาสิบถึงยี่สิบนาที เพื่อระบายความร้อนออกจากเนื้อเยื่อ ห้ามใช้น้ำแข็งจัดหรือน้ำเย็นจัดเด็ดขาด เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัวและเนื้อเยื่อเสียหายมากขึ้น
  • ถอดเครื่องประดับหรือเสื้อผ้าออก: หากเสื้อผ้าไม่ติดกับแผล ให้รีบถอดออกเบาๆ เพื่อป้องกันความร้อนสะสม แต่หากเสื้อผ้าติดแน่นกับผิวหนัง ห้ามดึงออกเด็ดขาด ให้ใช้วิธีตัดเสื้อผ้าบริเวณรอบๆ ออก
  • ทำความสะอาดแผลสกปรก: สำหรับแผลสกปรกที่มีดินหรือสิ่งแปลกปลอม ให้ล้างด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อหรือน้ำสะอาดกับสบู่อ่อนๆ เบาๆ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกออก
  • ปิดแผลอย่างถูกวิธี: ใช้ผ้าก๊อซสะอาดหรือผ้าสะอาดปราศจากเชื้อปิดทับแผลหลวมๆ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและแมลงวัน
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามทายาส่งเดช เช่น ยาสีฟัน น้ำปลา ไข่ขาว หรือโลชันใดๆ บนแผลไฟไหม้เด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยรักษา แต่จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรียและทำให้แพทย์ประเมินความลึกของแผลได้ยากขึ้น

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้แผลจะมีขนาดเล็ก แต่หากมีลักษณะดังต่อไปนี้ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

  • แผลเกิดบริเวณใบหน้า มือ เท้า อวัยวะเพศ หรือข้อพับสำคัญ
  • แผลมีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของเด็ก
  • เป็นแผลระดับที่สองที่มีตุ่มน้ำพองขนาดใหญ่ หรือแผลระดับที่สาม
  • เด็กมีไข้สูง ซึมลง ร้องกวนไม่หยุด หรือมีอาการแสดงของภาวะช็อก
  • แผลมีหนองไหล มีกลิ่นเหม็น หรือมีอาการบวมแดงลามออกไปรอบแผล ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อ

การฟื้นฟูสุขภาพและการดูแลแผลในระยะยาว

เมื่อผ่านพ้นช่วงการรักษาเบื้องต้นแล้ว การดูแลผิวหนังในช่วงฟื้นฟูมีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนหรือแผลหดรั้ง

  • ทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอเมื่อแผลปิดสนิทแล้ว
  • หลีกเลี่ยงการให้แผลโดนแสงแดดโดยตรงในช่วงแรก เนื่องจากผิวใหม่มีความไวต่อแสงและอาจทำให้เกิดรอยดำ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โปรตีนสูง และวิตามินซี เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • ติดตามนัดหมายแพทย์เพื่อประเมินการหายของแผลและทำกายภาพบำบัดหากแผลอยู่บริเวณข้อพับ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down