ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องวัคซีนป้องกันบาดทะยักและการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็ก

โรคบาดทะยัก (Tetanus) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิต เชื้อโรคนี้สามารถพบได้ทั่วไปในดิน ฝุ่นละออง และมูลสัตว์ โดยสามารถเข้าสู่ร่างกายของเด็กผ่านทางแผลถลอก แผลฉีกขาด หรือแผลจากของมีคม แม้ในปัจจุบันเด็กไทยจะได้รับวัคซีนพื้นฐานตามแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่แรกเกิด แต่ภูมิคุ้มกันโรคนี้ไม่ได้คงอยู่ตลอดชีวิต พ่อแม่หลายท่านมักสงสัยว่าทำไมลูกต้องฉีดยาป้องกันบาดทะยักซ้ำทุกสิบปี คำตอบคือระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายจะค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา การได้รับวัคซีนกระตุ้นจึงเป็นกุญแจสำคัญในการคงระดับภูมิต้านทานให้อยู่ในระดับที่พร้อมปกป้องเด็กจากเชื้อโรคอันตรายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคบาดทะยักที่อันตรายต่อระบบประสาท

เชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของโรคนี้มีชื่อว่า คลอสตริเดียม เตตานี (Clostridium tetani) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดที่ไม่ใช้อากาศ (Anaerobic bacteria) เมื่อสปอร์ของเชื้อนี้เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลที่มีเนื้อเยื่อตายหรือมีสิ่งสกปรกอุดกั้น สปอร์จะเปลี่ยนสภาพเป็นแบคทีเรียและผลิตสารพิษที่มีชื่อว่า เตตานอสปาสมิน (Tetanospasmin) สารพิษนี้จะเดินทางผ่านระบบประสาทส่วนกลางและไปรบกวนการทำงานของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายเกิดการเกร็งตัวอย่างรุนแรงและเจ็บปวด โดยเฉพาะกล้ามเนื้อกรามและคอ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

อาการแสดงสำคัญและระยะเวลาการดำเนินโรคที่ต้องเฝ้าระวัง

ระยะเวลาตั้งแต่ได้รับเชื้อจนกระทั่งแสดงอาการ (Incubation period) มักกินเวลาประมาณสามถึงยี่สวัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความลึกของบาดแผล อาการเริ่มแรกที่สังเกตได้ชัดเจนประกอบด้วย

  • อาการเกร็งและแข็งตัวของกล้ามเนื้อกราม ทำให้เด็กอ้าปากได้ยาก หรือที่เรียกว่าอาการฟันกรามติด (Lockjaw)
  • มีอาการยิ้มแบบผิดธรรมชาติเนื่องจากกล้ามเนื้อใบหน้างเกร็งตัว (Risus sardonicus)
  • กล้ามเนื้อคอและหลังแข็งเกร็ง ทำให้ไม่สามารถก้มคอได้
  • เมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้น จะมีอาการกล้ามเนื้อลำตัวและแขนขาเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงเมื่อถูกกระตุ้นแม้เพียงเล็กน้อย เช่น แสง เสียง หรือการสัมผัส
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีประวัติบาดแผลจากของมีคมหรือแผลสกปรก ร่วมกับมีอาการกล้ามเนื้อเกร็งหรืออ้าปากได้ลำบาก แม้จะผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วก็ตาม ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

การวินิจฉัยโรคบาดทะยัก แพทย์จะอาศัยการซักประวัติการเกิดบาดแผล ประวัติการได้รับวัคซีน และการตรวจร่างกายเพื่อหาลักษณะอาการเกร็งของกล้ามเนื้อเป็นหลัก เนื่องจากยังไม่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการจำเพาะที่ยืนยันโรคนี้ได้อย่างรวดเร็ว ในส่วนของแนว The treatment approach ประกอบด้วยการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย การให้สารต้านพิษบาดทะยัก (Tetanus immune globulin) เพื่อ neutralise สารพิษที่ยังไม่จับกับเส้นประสาท และการให้ยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อควบคุมอาการเกร็ง พร้อมทั้งการดูแลรักษาประคับประคองระบบหายใจในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง

การดูแลรักษาความสะอาดแผลและการป้องกันที่บ้านอย่างถูกวิธี

การป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่เริ่มต้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เมื่อเด็กเกิดบาดแผล พ่อแม่ควรมีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องดังนี้

  • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ ทันที เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและเชื้อโรคออก
  • ใส่ยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เช่น โพวิโดนไอโอดีน (Povidone-iodine) สำหรับแผลสด
  • หากเป็นแผลลึก แผลจากสัตว์กัด หรือแผลที่เปื้อนดินและสนิม ควรพาไปพบแพทย์เพื่อพิจารณาทำความสะอาดแผลอย่างลึกและรับวัคซีนกระตุ้นหรืออิมมูโนโกลบูลินเพิ่มเติม
  • ดูแลให้เด็กได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเสริมสร้างเนื้อเยื่อและภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
คำแนะนำจากคุณหมอ: วัคซีนป้องกันบาดทะยักในเด็กจะให้ตามช่วงอายุในสมุดบันทึกสุขภาพ และเมื่อเด็กเข้าสู่วัยรุ่นช่วงอายุสิบเอ็ดถึงสิบสองปี รวมถึงผู้ใหญ่ ควรได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นซ้ำทุกๆ สิบปี เพื่อรักษาระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยอยู่เสมอ

คำถาม-คำตอบที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันบาดทะยัก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down