ทำไมต้องอุบัติเหตุแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และแผลสกปรกในเด็ก
อุบัติเหตุในเด็กเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และแผลถลอกสกปรกจากการหกล้ม ซึ่งมักสร้างความตกใจให้กับพ่อแม่และผู้ดูแลเป็นอย่างมาก นอกจากความเจ็บปวดจากแผลสดและการติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไปที่ต้องระวังแล้ว อีกหนึ่งอันตรายเงียบที่มักสร้างความกังวลใจไม่แพ้กันคือความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบาดทะยัก (Tetanus) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่ส่งผลต่อระบบประสาทและเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการป้องกันอย่างถูกต้อง
สาเหตุและกลไกการเกิดโรคบาดทะยักจากแผลในเด็ก
โรคบาดทะยักเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่าคลอสตริเดียม เททานี (Clostridium tetani) ซึ่งสปอร์ของเชื้อชนิดนี้พบได้ทั่วไปในดิน ฝุ่นละออง มูลสัตว์ และสนิม เมื่อเด็กเกิดอุบัติเหตุ เช่น แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกที่ผิวหนังหลุดลอกจนกลายเป็นแผลเปิด หรือแผลหกล้มคลุกดินคลุกทราย มีเศษไม้หรือสนิมตำ สปอร์ของแบคทีเรียเหล่านี้สามารถเล็ดลอดเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลได้ง่าย
เมื่อสปอร์เข้าสู่แผล ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีออกซิเจนหรือบริเวณเนื้อเยื่อที่ตายจากความร้อน สปอร์จะเปลี่ยนสภาพเป็นแบคทีเรียที่เจริญเติบโตและผลิตสารพิษที่มีชื่อว่าเททานอสปาสมิน (Tetanospasmin) สารพิษนี้จะเดินทางเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง ขัดขวางการทำงานของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เด็กมีอาการกล้ามเนื้อเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงทั่วร่างกาย
อาการและสัญญาณอันตรายของโรคบาดทะยักในเด็ก
ระยะฟักตัวของโรคบาดทะยักในเด็กอาจใช้เวลาตั้งแต่สามวันไปจนถึงสามสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความลึกและความสกปรกของแผล อาการเริ่มแรกที่สังเกตได้มักประกอบด้วยอาการกระสับกระส่าย ปวดตึงบริเวณกรามและคอ ซึ่งทำให้เด็กเคี้ยวอาหารหรืออ้าปากได้ยาก
เมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้น อาการจะรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่:
- อาการเกร็งของกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้สีหน้าคล้ายการยิ้มแยกเขี้ยวแบบฝืนๆ (Risus sardonicus)
- คอแข็งและหลังแอ่นเกร็งอย่างรุนแรง
- กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งเกร็งเหมือนกระดาน
- มีอาการชักเกร็งอย่างรุนแรงเมื่อถูกกระตุ้นเพียงเล็กน้อย เช่น แสงจ้า เสียงดัง หรือการสัมผัสโดนตัว
- มีไข้ เหงื่อออกมาก และหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
วิธีปฐมพยาบาลและการดูแลรักษาแผลที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์
เมื่อเด็กเกิดอุบัติเหตุแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือแผลสกปรก สิ่งแรกที่ผู้ดูแลต้องปฏิบัติเพื่อลดความรุนแรงของแผลและลดความเสี่ยงการติดเชื้อมีดังนี้:
- สำหรับแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก: ให้รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดอุณหภูมิปกติอย่างต่อเนื่องนานสิบถึงสิบห้านาที เพื่อลดความร้อนที่ยังคงค้างอยู่ในชั้นผิวหนัง ห้ามใช้น้ำแข็งประคบโดยตรงเพราะจะทำให้เนื้อเยื่อเสียหายมากขึ้น ห้ามทายาสีฟัน น้ำปลา หรือไข่ขาวบนแผลเด็ดขาดเพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรีย
- สำหรับแผลสกปรก แผลถลอกคลุกดิน: ให้ล้างทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline) และสบู่ที่อ่อนโยนเพื่อกำจัดเศษดิน ฝุ่นละออง หรือสิ่งสกปรกออกให้หมด จากนั้นเช็ดแผลให้แห้งเบาๆ และปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาด
หลังจากปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการรับวัคซีนกระตุ้นบาดทะยักและการให้สารอิมมูโนโกลบูลิน (Tetanus Immune Globulin) ในกรณีที่แผลมีความเสี่ยงสูงหรือเด็กได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์
การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว
วิธีป้องกันโรคบาดทะยักที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุดคือการได้รับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักตามกำหนด โดยในเด็กไทยจะได้รับวัคซีนรวมคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (DTP) ตั้งแต่อายุสองเดือน สี่เดือน หกเดือน และได้รับวัคซีนกระตุ้นตามช่วงอายุที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
หากเด็กเกิดอุบัติเหตุแผลสกปรก แพทย์จะพิจารณาประวัติการรับวัคซีนครั้งล่าสุด หากเกินห้าปีสำหรับแผลสกปรกมาก หรือเกินสิบปีสำหรับแผลสะอาด แพทย์จะแนะนำให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นหนึ่งเข็มเพื่อความปลอดภัยสูงสุด