ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักซ้ำในเด็กและวัยรุ่น

โรคบาดทะยัก (Tetanus) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิต แม้ในปัจจุบันอัตราการเกิดโรคจะลดลงเนื่องจากความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนพื้นฐาน แต่เชื้อโรคนี้ยังคงมีอยู่ทั่วไปในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา เช่น ในดิน ฝุ่นละออง และมูลสัตว์ การทำความเข้าใจว่าทำไมลูกต้องฉีดยาป้องกันบาดทะยักซ้ำทุกสิบปี: ความสำคัญของการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในวัยเด็ก จึงเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องสุขภาพของบุตรหลานในระยะยาว

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคบาดทะยักที่อันตรายถึงระบบประสาท

เชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของโรคนี้มีชื่อว่า คลอสตริเดียม เททานี (Clostridium tetani) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดที่ไม่ใช้อากาศ (Anaerobic bacteria) สปอร์ของแบคทีเรียนี้มีความทนทานสูงมากต่อความร้อนและสารเคมี สามารถอาศัยอยู่ตามดินและสิ่งแวดล้อมได้เป็นระยะเวลานาน เมื่อเด็กมีบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลถลอกลึก แผลจากตะปูตำ ของมีคมบาด หรือแผลสัตว์กัด สปอร์ของเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลนั้นได้

เมื่อสปอร์เข้าสู่สภาพแวดล้อมที่ไม่มีออกซิเจนภายในเนื้อเยื่อของร่างกาย จะเจริญเติบโตเป็นแบคทีเรียและสร้างสารพิษที่ร้ายแรงมากที่เรียกว่า เททานอสปาสมิน (Tetanospasmin) สารพิษนี้จะเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางและไปขัดขวางการทำงานของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายเกิดการเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงและเจ็บปวด โดยเฉพาะกล้ามเนื้อกรามและคอ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินของโรค

ระยะฟักตัวของโรคบาดทะยักโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณสามถึงยี่สิบวัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความลึกของบาดแผล อาการเริ่มแรกที่สังเกตได้มักประกอบด้วย ความรู้สึกตึงบริเวณกราม เคี้ยวอาหารลำบาก หรือที่เรียกว่าอาการกรามค้าง (Lockjaw) ตามด้วยอาการกล้ามเนื้อคอแข็ง กลืนอาหารลำบาก และมีสีหน้าบิดเบี้ยวจากการเกร็งของกล้ามเนื้อใบหน้า

ในระยะต่อมา อาการจะลุกลามไปยังกล้ามเนื้อลำตัวและแขนขา ทำให้เกิดอาการเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงเมื่อมีสิ่งกระตุ้นเพียงเล็กน้อย เช่น แสงจ้า เสียงดัง หรือการสัมผัส ผู้ป่วยจะมีสติสัมปชัญญะดีตลอดเวลา ซึ่งทำให้รู้สึกเจ็บปวดทรมานอย่างมากจากภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งต่อเนื่อง

ข้อควรระวังทางการแพทย์: บาดแผลที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อบาดทะยักสูง ได้แก่ แผลปนเปื้อนดิน ฝุ่น หรือมูลสัตว์ แผลจากของมีคมสกปรก แผลไหม้ แผลเนื้อตาย และแผลสัตว์กัด หากเด็กได้รับบาดแผลเหล่านี้และไม่แน่ใจเรื่องประวัติการรับวัคซีน ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการพิจารณาฉีดวัคซีนกระตุ้นหรือรับอิมมูโนโกลบูลินทันที

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

เมื่อเด็กได้รับบาดแผล ผู้ปกครองต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณอันตรายดังต่อไปนี้ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  • อาการเกร็งของกล้ามเนื้อกรามจนอ้าปากไม่ขึ้น หรือกลืนน้ำลายและอาหารไม่ได้
  • มีอาการคอแข็ง หลังแข็ง หรือลำตัวแอ่นโค้งผิดปกติ
  • กล้ามเนื้อกระตุกอย่างรุนแรงเมื่อโดนแสง เสียง หรือการสัมผัส
  • มีไข้สูง หายใจหอบเหนื่อย หรือหายใจลำบากจากกล้ามเนื้อทรวงอกเกร็ง
  • มีอาการซึมลง หรือกระสับกระส่ายร่วมด้วย

วิธีรักษาและการดูแลผู้ป่วยโรคบาดทะยัก

การรักษาโรคบาดทะยักต้องกระทำในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ แนวทางการรักษาประกอบด้วย

  • การให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เมโทรนิดาโซล (Metronidazole) เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่แผล
  • การให้ยาต้านพิษบาดทะยัก (Human Tetanus Immune Globulin: TIG) เพื่อ neutralize สารพิษที่ยังไม่จับกับระบบประสาท
  • การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น การให้ยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการเกร็ง การใส่ท่อช่วยหายใจในรายที่กล้ามเนื้อหายใจทำงานผิดปกติ และการดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU)

การป้องกันและการฉีดวัคซีนกระตุ้นทุกสิบปี

การป้องกันโรคบาดทะยักที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดคือการได้รับวัคซีนป้องกัน ในวัยเด็ก เด็กจะได้รับวัคซีนรวมคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (Diphtheria, Tetanus, and Pertussis: DTP) ตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ช่วงอายุสองเดือน สี่เดือน หกเดือน และได้รับวัคซีนกระตุ้นในช่วงอายุหนึ่งปีครึ่ง สี่ถึงหกปี และช่วงวัยรุ่นตอนต้น

อย่างไรก็ตาม ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนจะไม่คงอยู่ตลอดไป แต่จะค่อยๆ ลดระดับลงตามกาลเวลา ทางการแพทย์จึงแนะนำให้เด็กโตและผู้ใหญ่รับวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันทุก ๆ สิบปี เพื่อรักษาระดับแอนติบอดีในเลือดให้อยู่ในระดับที่สามารถป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

คำแนะนำจากคุณหมอ: คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบสมุดบันทึกสุขภาพของลูกเสมอ เพื่อดูว่าเด็กได้รับวัคซีนกระตุ้นตามกำหนดหรือไม่ หากเด็กมีอายุครบสิบปีนับจากการฉีดเข็มล่าสุด หรือเมื่อเด็กได้รับบาดแผลเสี่ยงสูงและเกินห้าปีแล้วตั้งแต่เข็มสุดท้าย ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับวัคซีนกระทันหันหรือวัคซีนกระตุ้นทันทีเพื่อความปลอดภัย

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

ขั้นตอนปฏิบัติที่ผู้ปกครองสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันทีเพื่อปกป้องลูกน้อยจากโรคบาดทะยัก

  • ตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนของเด็กสม่ำเสมอ และบันทึกวันที่ฉีดเข็มล่าสุดให้ชัดเจน
  • เมื่อเด็กเกิดบาดแผล ให้ล้างทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที ใส่ยาฆ่าเชื้อ และดูแลแผลให้แห้งสะอาดอยู่เสมอ
  • ประเมินความเสี่ยงของแผล หากเป็นแผลลึก แผลสกปรก หรือถูกสัตว์กัด ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการรับวัคซีนบาดทะยักและยาต้านพิษ
  • พาเด็กมารับวัคซีนกระตุ้นทุกสิบปีตามคำแนะนำของกุมารแพทย์
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down