ความตกใจของพ่อแม่เมื่อพบว่าลูกหายจากโรคมือเท้าปากแต่มือเล็บหลุด
โรคมือเท้าปากถือเป็นโรคติดเชื้อไวรัสในเด็กที่พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล แม้ว่าในระยะเฉียบพลันเด็กๆ จะมีไข้ เจ็บปาก มีแผลในปาก และมีตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และก้น ซึ่งมักจะหายได้เองภายในเจ็ดถึงสิบวัน แต่ในเด็กโตบางราย พ่อแม่อาจต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจและกังวลใจเป็นอย่างมาก นั่นคืออาการเล็บมือหรือเล็บเท้าหลุดลอกออกมาหลังจากหายป่วยจากโรคมือเท้าปากไปแล้วประมาณสองถึงสี่สัปดาห์
อาการเล็บหลุดหลังจากโรคมือเท้าปากนี้ ในทางการแพทย์เรียกว่า อาการเล็บหลุดลอกตามขวางหรือที่เรียกในศัพท์ทางการแพทย์ว่า โอนิโคมาดิซิส โดยมักจะเกิดขึ้นหลังจากตัวโรคสงบลงแล้วระยะหนึ่ง ทำให้พ่อแม่หลายคนตกใจกลัวว่าลูกอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หรือเกิดจากการติดเชื้อซ้ำซ้อนหรือไม่ ในความเป็นจริงแล้ว อาการเล็บหลุดนี้เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้และมักจะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง หากเข้าใจกลไกและวิธีดูแลรักษาที่ถูกต้อง พ่อแม่ก็จะสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างมั่นใจ
สาเหตุและกลไกการเกิดเล็บหลุดหลังโรคมือเท้าปาก
การที่เด็กเล็บหลุดหลังจากเป็นโรคมือเท้าปากนั้น เกิดจากกลไกทางสรีรวิทยาของการสร้างเล็บ เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักของโรคมือเท้าปาก โดยเฉพาะเชื้อไวรัสค็อกซากีไวรัสเอสิบหก และเอนเทอโรไวรัสเซเว่นตี้นาย จะเข้าไปมีผลกระทบชั่วคราวต่อการเจริญเติบโตของเซลล์รากเล็บ ทำให้กระบวนการสร้างเล็บหยุดชะงักลงชั่วคราวในช่วงที่เด็กกำลังป่วยหนักหรือมีไข้สูง
เมื่อการสร้างเล็บหยุดชะงักไปช่วงเวลาหนึ่ง จะทำให้เกิดรอยต่อหรือรอยหยักตามขวางบนตัวเล็บ เมื่อเล็บยาวขึ้นเรื่อยๆ ส่วนที่เคยหยุดสร้างจะกลายเป็นจุดอ่อน และทำให้เล็บส่วนบนหลุดลอกออกจากเนื้อเล็บด้านล่างในที่สุด เปรียบเสมือนต้นไม้ที่ขาดน้ำในช่วงสั้นๆ ทำให้กิ่งก้านเติบโตผิดปกติชั่วคราว ซึ่งปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กทุกคน แต่มักพบได้บ่อยในเด็กโตที่เคยมีอาการของโรคมือเท้าปากค่อนข้างชัดเจน
อาการเด่นชัดและลักษณะของเล็บที่หลุดลอก
ลักษณะของเล็บที่หลุดลอกหลังโรคมือเท้าปากจะมีรูปแบบที่สังเกตได้ค่อนข้างชัดเจน โดยมักจะเริ่มสังเกตเห็นรอยขีดข่วนตามขวางบนเล็บ หรือเล็บเริ่มแยกตัวออกจากผิวหนังบริเวณโคนเล็บ เล็บอาจจะดูบางลง หลุดลอกออกมาครึ่งเล็บ หรือหลุดออกมาทั้งแผ่นโดยที่เด็กไม่ค่อยรู้สึกเจ็บปวดมากนัก เนื่องจากเนื้อเล็บใหม่ที่อยู่ด้านล่างได้ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนเรียบร้อยแล้ว
ระยะเวลาในการเกิดมักจะอยู่ที่ประมาณสองถึงแปดสัปดาห์หลังจากที่ตุ่มน้ำและแผลจากโรคมือเท้าปากหายสนิทแล้ว เล็บที่หลุดมักจะเป็นทั้งเล็บมือและเล็บเท้า โดยอาจเป็นพร้อมกันหลายนิ้ว พ่อแม่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าลูกไปโดนกระแทกหรือได้รับบาดเจ็บที่นิ้ว แต่แท้จริงแล้วเป็นผลพวงจากอาการป่วยที่ผ่านมา
สัญญาณอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที
แม้ว่าอาการเล็บหลุดจากโรคมือเท้าปากจะเป็นภาวะที่ไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่หากมีอาการร่วมอื่นๆ ที่ผิดปกติ พ่อแม่ควรรีบพาเด็กไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดทันที สัญญาณเตือนอันตรายประกอบด้วย
- มีอาการบวม แดง ร้อน หรือเจ็บปวดรุนแรงบริเวณรอบโคนเล็บหรือนิ้วที่เล็บหลุด ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน (Paronychia)
- มีหนองไหลออกมาจากบริเวณใต้เล็บหรือรอบเล็บ
- เด็กมีไข้สูงขึ้นมาใหม่อีกครั้งหลังจากที่หายจากโรคมือเท้าปากไปแล้ว
- เล็บใหม่ที่งอกขึ้นมามีรูปร่างผิดปกติอย่างมาก หรือมีอาการเจ็บปวดเรื้อรังที่นิ้ว
วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องและการดูแลที่บ้าน
การดูแลรักษาเด็กที่มีอาการเล็บหลุดหลังโรคมือเท้าปาก เน้นการดูแลรักษาความสะอาดและการป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อนเป็นหลัก เนื่องจากเล็บใหม่จะค่อยๆ งอกขึ้นมาแทนที่ได้เองตามธรรมชาติภายในเวลาประมาณหนึ่งถึงสองเดือนสำหรับเล็บมือ และอาจใช้เวลาสามถึงหี่เดือนสำหรับเล็บเท้า
ในกรณีที่เล็บหลุดออกไปจนหมดและเห็นเนื้อใต้เล็บ ให้ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาดหรือพลาสเตอร์ยาเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและเชื้อโรค ห้ามให้เด็กแกะเกาหรือดึงเล็บที่ยังติดอยู่กับเนื้อเด็ดขาด ปล่อยให้เล็บหลุดออกไปเองตามธรรมชาติ
วิธีป้องกันและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน
การป้องกันไม่ให้เกิดอาการเล็บหลุดนั้น ทำได้โดยการป้องกันไม่ให้เด็กติดเชื้อโรคมือเท้าปากตั้งแต่แรก เนื่องจากอาการเล็บหลุดเป็นผลข้างเคียงทางกายภาพจากความรุนแรงของโรค การตัดวงจรการแพร่ระบาดของไวรัสจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
- ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ ทั้งตัวเด็กและผู้ดูแล โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อของเล่น ของใช้ และพื้นผิวสัมผัสร่วมภายในบ้านหรือโรงเรียนอนุบาลอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการพาเด็กไป in สถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรคมือเท้าปาก
- สอนให้เด็กไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม และผ้าเช็ดตัว