ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เด็กโตเป็นโรคมือเท้าปากได้ไหม: ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่พ่อแม่ต้องรู้

เมื่อพูดถึงโรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease) หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในเด็กเล็กหรือเด็กวัยเตาะแตะที่อยู่ในศูนย์เด็กเล็กเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เด็กโต วัยรุ่น หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถติดเชื้อและเป็นโรคมือเท้าปากได้เช่นเดียวกัน แม้ว่าระบบภูมิคุ้มกันของเด็กโตจะพัฒนาขึ้นมากแล้ว แต่เนื่องจากเชื้อไวรัสที่ก่อโรคมีหลายสายพันธุ์ และสายพันธุ์ใหม่ๆ สามารถเวียนมาติดเชื้อซ้ำได้เสมอ เด็กโตจึงยังมีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อและแสดงอาการรุนแรงได้ โดยเฉพาะอาการแผลในปากที่สร้างความเจ็บปวดทรมานอย่างมากจนเด็กไม่ยอมทานอาหาร

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค: เชื้อไวรัสและการแพร่กระจาย

โรคมือเท้าปากเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enteroviruses) โดยสายพันธุ์ที่พบบ่อยและมักทำให้เกิดอาการรุนแรง ได้แก่ คอกซากีไวรัส เอ 16 (Coxsackie A16) และเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 หรือ EV71) ซึ่งสายพันธุ์หลังนี้มีความน่ากลัวเป็นพิเศษเพราะมักเกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่รุนแรง

การแพร่กระจายของโรคเกิดขึ้นได้ง่ายมากผ่านทางระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ โดยติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสาร secretions จากร่างกายผู้ป่วย เช่น น้ำลาย น้ำมูก น้ำใสจากตุ่มพอง หรืออุจจาระที่มีเชื้อปนเปื้อน เมื่อเด็กโตไปโรงเรียน สัมผัสสิ่งของร่วมกัน หรือใช้ชีวิตในพื้นที่แออัด ก็มีโอกาสรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านการนำมือเข้าปากหรือการไอจามรดกันได้โดยง่าย

อาการเด่นชัดและการดำเนินของโรคในเด็กโต

การแสดงออกของโรคมือเท้าปากในเด็กโตอาจมีความแตกต่างจากเด็กเล็กเล็กน้อย แต่หลักการทางคลินิกยังคงมีความคล้ายคลึงกัน โดยมีลำดับอาการดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: มีไข้ต่ำถึงไข้สูง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และมีอาการเจ็บคอหรือเจ็บปากนำมาก่อน
  • ระยะแสดงอาการ: จะเริ่มพบแผลในปาก (Herpangina) ซึ่งมักเป็นแผลตุ่มน้ำใสที่แตกออกกลายเป็นแผลหลุมตื้นๆ บริเวณกระพุ้งแก้ม เหงือก เพดานปาก และลิ้น ทำให้เด็กเจ็บปากมาก กลืนน้ำลายหรืออาหารลำบาก นอกจากนี้จะมีผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใสขึ้นที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบางครั้งอาจพบบริเวณก้นหรือข้อพับร่วมด้วย
  • ระยะฟื้นตัว: อาไข้จะลดลงภายในสามถึงห้าวัน ผื่นและแผลในปากจะค่อยๆ แห้งและหายไปเองภายในเจ็ดถึงสิบวันโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

แผลในปากเจ็บมาก กินอะไรดี และแนวทางบรรเทาอาการปวด

ความทุกข์ทรมานที่ใหญ่ที่สุดของเด็กโตที่เป็นโรคมือเท้าปากคืออาการเจ็บแผลในปากจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ การเลือกโภชนาการที่เหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้

คำแนะนำจากคุณหมอ: ควรงดอาหารรสจัด อาหารเผ็ด อาหารเปรี้ยวจัด อาหารแข็งกรอบ และอาหารที่ร้อนจัดเด็ดขาด เนื่องจากจะไปกระตุ้นให้แผลระคายเคืองและเจ็บมากขึ้น แนะนำให้ทานอาหารอ่อน รสจืดอุณหภูมิห้องหรืออาหารเย็น เช่น โจ๊กอุ่นๆ ซุปเย็น ไอศกรีมรสจืด โยเกิร์ต นมเย็น หรือพุดดิ้ง ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวดขณะกลืนและให้พลังงานแก่ร่างกายได้ดี

สำหรับการบรรเทาอาการปวดแผลในปาก สามารถใช้ยาชาเฉพาะที่สำหรับช่องปากชนิดทา (Oral anesthetic gel) ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อช่วยชาบริเวณแผลก่อนมื้ออาหาร ทำให้เด็กสามารถทานอาหารได้ดีขึ้น รวมถึงการให้ยาแก้ปวดลดไข้ตามน้ำหนักตัวเพื่อบรรเทาอาการปวดตามร่างกาย

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

แม้โรคมือเท้าปากส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ในเด็กโตบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยเฉพาะหากเกิดจากเชื้อไวรัสเอสวีเจ็ดสิบเอ็ด (EV71) ผู้ปกครองต้องสังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิด

  • ไข้สูงต่อเนื่องเกินสามวัน หรือไข้ไม่ยอมลดแม้เช็ดตัวและทานยาลดไข้
  • มีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
  • สะดุ้งผวาตลอดเวลา ตัวสั่น หรือกระตุกขณะนอนหลับ
  • อาเจียนพุ่งบ่อยครั้ง ปวดศีรษะรุนแรง
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หรือมีอาการอกบุ๋ม
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้งสนิท ปัสสาวะน้อยลงมากหรือไม่มีปัสสาวะนานหลายชั่วโมง ตาโหล
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อมาให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากโรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการรักษาและอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ นอกจากนี้ห้ามใช้ยาแอสไพรินในการลดไข้เด็ดขาด เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาตามหลักการแพทย์

การวินิจฉัยโรคมือเท้าปากโดยทั่วไปแพทย์จะอาศัยการซักประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก โดยดูรอยโรคที่จำเพาะคือแผลในปากร่วมกับตุ่มน้ำที่มือและเท้า ในกรณีที่อาการไม่ชัดเจนหรือมีการระบาดในโรงเรียน แพทย์อาจพิจารณาเก็บตัวอย่างเชื้อจากคอ (Throat swab) หรืออุจจาระเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

สำหรับการรักษา เน้นการรักษาประคับประคองตามอาการ (Supportive care) เนื่องจากยังไม่มีต้านไวรัสจำเพาะสำหรับโรคนี้ แพทย์จะให้ยาลดไข้แก้ปวด น้ำเกลือแร่ หรือสารน้ำทางหลอดเลือดดำในกรณีที่เด็กมีภาวะขาดน้ำรุนแรงจากการที่ไม่ยอมดื่มน้ำเลย

วิธีป้องกันและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน

การป้องกันโรคมือเท้าปากในเด็กโตทำได้โดยการปลูกฝังสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม ผ้าเช็ดหน้า
  • ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อของเล่น พื้นผิวสัมผัส และบริเวณบ้านเป็นประจำ
  • หากพบเด็กป่วยเป็นโรค ควรให้หยุดเรียนและแยกตัวออกจากผู้อื่นอย่างน้อยเจ็ดถึงสิบวันเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่เพื่อนร่วมชั้น
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down