ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความกังวลของพ่อแม่เมื่อลูกน้อยป่วยในฤดูฝน

ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่เด็กเล็กมักเจ็บป่วยได้ง่ายเนื่องจากสภาพอากาศที่ชื้นและเย็น ซึ่งเอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจ อาการที่พบบ่อยและสร้างความตกใจให้แก่ผู้ปกครองเป็นอย่างมากคือ ลูกไอจนอาเจียนและหายใจมีเสียงหวีดในหน้าฝน อาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่หวัดธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าหลอดลมของเด็กอาจเกิดการอักเสบ บวม หรือตีบแคบลง ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้องและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์และผู้ปกครอง

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคเมื่อลูกไอจนอาเจียนและหายใจมีเสียงหวีดใน

อาการไอจนอาเจียนและหายใจมีเสียงหวีดในเด็กเล็ก มักมีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง โดยเฉพาะเชื้อไวรัสอาร์เอสวี หรือ ไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) และเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza) รวมถึงโรคหืด (Asthma) ที่ถูกกระตุ้นได้ง่ายในสภาพอากาศชื้น กลไกการเกิดโรคเริ่มต้นจากการที่เชื้อโรคเข้าสู่เยื่อบุทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และมีการสร้างเสมหะปริมาณมาก เสมหะที่เหนียวข้นนี้จะไปอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนปลาย ทำให้เวลาเด็กหายใจออกจึงเกิดเสียงหวีด (Wheezing) นอกจากนี้ อาการไอที่รุนแรงและต่อเนื่องจะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียนในสมอง ส่งผลให้เด็กอาเจียนเอาเสมหะหรือนมที่ทานเข้าไปออกมาทั้งหมด

อาการแสดงสำคัญและลำดับการดำเนินของโรค

การสังเกตอาการของลูกรักในแต่ละระยะจะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถประเมินความรุนแรงและพาไปพบแพทย์ได้อย่างทันท่วงที อาการมักดำเนินไปตามลำดับดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น (วันแรกถึงวันที่สาม): มีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา ได้แก่ มีไข้ต่ำๆ น้ำใสไหล ไอแห้งๆ เจ็บคอ และเริ่มมีอาการซึมลงเล็กน้อย
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด (วันที่สามถึงวันที่เจ็ด): อาการไอจะรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นไอแบบมีเสมหะหรือไอถี่จนอาเจียนหลังทานนมหรืออาหาร เริ่มได้ยินเสียงหายใจมีเสียงหวีดในอย่างชัดเจนโดยเฉพาะเวลานอน หายใจเร็วขึ้น และอาจมีอาการซี่โครงบานขณะหายใจ
  • ระยะฟื้นตัว: หากได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาการไอและเสียงหวีดจะค่อยๆ ลดลงภายในเจ็ดถึงสิบวัน แต่อาการไอแห้งอาจหลงเหลืออยู่ได้อีกระยะหนึ่ง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการไอจนอาเจียนในเด็กเล็กอาจทำให้เด็กสูญเสียน้ำและสารอาหาร หากปล่อยให้มีอาการอาเจียนซ้ำๆ อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตของทารกและเด็กเล็ก

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการรุนแรงเข้าข่ายภาวะวิกฤต ผู้ปกครองต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดวันป่วย สัญญาณเตือนอันตรายที่สำคัญประกอบด้วย

  • หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง หายใจแรงจนหน้าอกบุ๋ม ท้องบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึ่งแสดงถึงภาวะขาดออกซิเจน
  • ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือมีอาการชักร่วมด้วย
  • มีไข้สูงมากเกินสามวัน หรือไข้ไม่ยอมลดลงเลยแม้จะให้ยาลดไข้แล้วก็ตาม
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้ง กระหม่อมบุ๋มลงไปในทารก และไม่ได้ปัสสาวะนานเกินหกชั่วโมง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง ขั้นตอนทางการแพทย์ประกอบด้วยการซักประวัติการเจ็บป่วยอย่างละเอียด การตรวจร่างกายโดยการฟังเสียงปอดและหัวใจด้วยเครื่องฟังตรวจ การตรวจหาเชื้อไวรัสด้วยวิธีแยงจมูก (Rapid Antigen Test) สำหรับไวรัสอาร์เอสวีและไข้หวัดใหญ่ การตรวจเลือดเพื่อดูภาวะการติดเชื้อ และในบางรายที่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาทำการเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) เพื่อประเมินภาวะปอดอักเสบหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาจะแบ่งออกเป็นการรักษาตามอาการและการให้ยาที่จำเพาะต่อโรค หากเป็นการติดเชื้อไวรัส แพทย์จะให้การรักษาประคับประคองตามอาการเนื่องจากยังไม่มีฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง การดูแลที่สำคัญได้แก่

  • การให้ยาขยายหลอดลมและพ่นยา: ในกรณีที่เด็กมีอาการหายใจมีเสียงหวีดในและหลอดลมตีบแคบ แพทย์จะพิจารณาให้พ่นยาขยายหลอดลมผ่านหน้ากากพ่นยา เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้น
  • การเคาะปอดและดูดเสมหะ: เพื่อช่วยระบายเสมหะที่เหนียวข้นออกจากทางเดินหายใจส่วนล่าง ลดอาการไอและลดโอกาสการอาเจียน
  • การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ: หากเด็กมีภาวะขาดน้ำหรือไม่สามารถรับประทานอาหารและนมได้จากการอาเจียนซ้ำๆ
คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลลูกน้อยที่บ้านในช่วงที่ป่วย ควรให้เด็กจิ้มนมหรือน้ำเกลือแร่ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันการอาเจียนซ้ำ และควรใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้องนอนเพื่อช่วยลดความระคายเคืองในลำคอ

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กป่วย

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการดูแลเด็กป่วยอาจส่งผลให้โรคมีความรุนแรงมากขึ้น ข้อควรระวังและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดมีดังนี้

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ให้ลูกทานเอง: เนื่องจากโรคส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่ช่วยรักษาโรคและอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้
  • ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็ก: การให้ยาแอสไพรินแก่เด็กที่ติดเชื้อไวรัสอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye's syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทางสมองและตับที่รุนแรงถึงชีวิต
  • การใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล: ต้องคำนวณขนาดยาให้ถูกต้องตามน้ำหนักตัวของเด็ก คือสิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง และไม่ควรให้ยาไอบูโพรเฟนหากยังไม่แน่ใจว่าเด็กเป็นไข้เลือดออกหรือไม่

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจช่วงหน้าฝนสามารถทำได้โดยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน เช่น การล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดและมีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก สวมหน้ากากอนามัย และรักษาร่างกายให้อบอุ่น นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปีและการรับวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสอาร์เอสวีในกลุ่มเด็กกลุ่มเสี่ยงตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดอัตราการนอนโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down