ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างโรคกระดูกคอเสื่อมกับอาการวิงเวียนศีรษะในผู้สูงอายุ

โรคกระดูกคอเสื่อมในผู้สูงอายุกับอาการวิงเวียนศีรษะ บ้านหมุน เป็นปัญหาทางสุขภาพที่พบได้บ่อยมากในวัยย่างเข้าสู่สูงอายุ เมื่อโครงสร้างกระดูกสันหลังส่วนคอ หมอนรองกระดูก และข้อต่อเกิดการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลแค่เพียงอาการปวดคอหรือร้าวลงแขนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาท หลอดเลือด และระบบการทรงตัวของร่างกาย ทำให้ผู้สูงหลายท่านต้องเผชิญกับอาการวิงเวียนศีรษะ บ้านหมุน หรือเซอย่างไร้สาเหตุ ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับผู้ป่วยและครอบครัวเป็นอย่างมาก

ในทางการแพทย์ การทำความเข้าใจกลไกที่เชื่อมโยงระหว่างกระดูกคอที่เสื่อมกับอาการเวียนหัวเป็นกุญแจสำคัญในการวินิจฉัยและการรักษาที่ตรงจุด เนื่องจากอาการบ้านหมุนในผู้สูงอายุอาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากหูชั้นในเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากความผิดปกติของข้อต่อกระดูกคอที่ส่งสัญญาณประสาทรับความรู้สึกตำแหน่งของร่างกายไปยังสมองผิดเพี้ยนไป

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคกระดูกคอเสื่อมและอาการเวียนศีรษะ

กระดูกสันหลังส่วนคอประกอบด้วยกระดูกหลายข้อ หมอนรองกระดูก เส้นประสาท เส้นเลือด และกล้ามเนื้อที่ซับซ้อน เมื่ออายุมากขึ้น ความเสื่อมจึงเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ได้แก่

  • ความเสื่อมตามวัย: การสึกหรอของกระดูกและหมอนรองกระดูกตามธรรมชาติ ทำให้เกิดกระดูกงอกไปกดทับเส้นประสาทหรือหลอดเลือดที่เลี้ยงสมอง
  • การใช้งานผิดท่าเป็นเวลานาน: พฤติกรรมการก้มหน้าดูโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ การนอนหมอนที่สูงหรือต่ำเกินไป
  • อุบัติเหตุในอดีต: การเคยได้รับบาดเจ็บที่บริเวณคอ เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์หรือการตกจากที่สูง

กลไกที่ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะและบ้านหมุนนั้น เกิดจากการที่บริเวณข้อต่อส่วนคอมีเส้นประสาทรับความรู้สึกพิเศษที่เรียกว่า โพรพริโอเซปชัน (Proprioception) ซึ่งทำหน้าที่ส่งข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งและการเคลื่อนไหวของศีรษะไปยังสมองส่วนควบคุมการทรงตัว เมื่อกระดูกคอเสื่อมและข้อต่อบริเวณนั้นเกิดการอักเสบหรือตึงตัว ข้อมูลที่ส่งไปยังสมองจึงเกิดความสับสนกับข้อมูลที่มาจากหูชั้นใน สมองจึงแปลผลว่าร่างกายกำลังหมุนหรือโคลงเคลง ทั้งที่ตัวอยู่นิ่ง นอกจากนี้กระดูกงอกยังอาจไปกดทับหลอดเลือดแดงเวอร์เทบรอล (Vertebral Artery) ที่วิ่งผ่านกระดูกคอไปยังสมองส่วนหลัง ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนควบคุมการทรงตัวลดลงชั่วขณะเมื่อมีการหันศีรษะ

อาการสำคัญและสัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

อาการของโรคกระดูกคอเสื่อมไม่ได้มีเพียงแค่ความเจ็บปวด แต่ยังแสดงออกผ่านระบบการทรงตัวที่ผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยมักมาด้วยอาการดังต่อไปนี้

  • อาการปวดตึงต้นคอเรื้อรัง: ปวดร้าวขึ้นไปที่ท้ายทอย ขมับ หรือสะบัก
  • อาการวิงเวียนศีรษะ มึนงง: รู้สึกโคลงเคลง ทรงตัวได้ไม่ดีเวลาเดิน
  • อาการบ้านหมุนเฉพาะเวลาขยับคอ: เกิดอาการหมุนอย่างรวดเร็วเมื่อมีการหัน ซ้าย ขวา เงยหน้า หรือก้มหน้า
  • อาการชาหรืออ่อนแรง: อาจมีอาการชาที่มือ นิ้วมือ หรือแขนร่วมด้วย หากมีการกดทับเส้นประสาทร่วมกัน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการวิงเวียนศีรษะในผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงต่อการพลัดตกหกล้ม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะกระดูกสะโพกหักหรือเลือดออกในสมองได้ จึงต้องได้รับการดูแลและป้องกันอย่างใกล้ชิด

วิธีแยกแยะอาการวิงเวียนศีรษะจากโรคกระดูกคอเสื่อมกับโรคอื่น

การแยกโรควิงเวียนศีรษะจากกระดูกคอเสื่อมออกจากโรคอื่นๆ เช่น โรคหินปูนในหูชั้นในหลุด หรือโรคหลอดเลือดสมอง เป็นสิ่งที่แพทย์ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการวินิจฉัย

  • โรคกระดูกคอเสื่อม (Cervicogenic Dizziness): อาการเวียนหัวมักสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของคอ เช่น เวลาหันคอหรือเปลี่ยนท่าทางของศีรษะ มักมีอาการปวดคอตึงร่วมด้วยเสมอ และมักไม่มีอาการหูอื้อหรือการได้ยินลดลง
  • โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (BPPV): อาการบ้านหมุนจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงแต่เป็นช่วงสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาทีถึงนาที และมักเกิดจากการเปลี่ยนตำแหน่งของศีรษะในแนวราบ เช่น การลุกจากเตียงหรือพลิกตัวบนนอน
  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): อาการวิงเวียนศีรษะจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง มักมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว มองเห็นภาพซ้อน หรือเดินเซอย่างควบคุมไม่ได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

หากผู้สูงอายุมีอาการวิงเวียนศีรษะร่วมกับอาการดังต่อไปนี้ ห้ามรอช้าและต้องนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคทางสมองที่อันตรายถึงชีวิต

  • มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขาอย่างฉับพลัน
  • พูดไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง หรือฟังคนอื่นไม่เข้าใจ
  • ตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือสูญเสียการมองเห็นเฉียบพลัน
  • ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • สูญเสียการทรงตัวอย่างรุนแรงจนยืนหรือเดินไม่ได้เลย

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการวิงเวียนศีรษะและสงสัยว่ามาจากกระดูกคอเสื่อม แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายทางระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของคอ และอาจพิจารณาใช้วิธีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การเอกซเรย์ (X-ray) เพื่อดูความเสื่อมของกระดูกและช่องว่างระหว่างข้อต่อ หรือการทำ MRI ในกรณีที่สงสัยว่ามีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังอย่างรุนแรง

แนวทางการรักษาประกอบด้วยการรักษาตามอาการและการกายภาพบำบัด ดังนี้

  • การใช้ยา: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้เวียนศีรษะ หรือยาแก้ปวดอักเสบในระยะสั้น เพื่อบรรเทาอาการกำเริบ
  • กายภาพบำบัด: เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรคกระดูกคอเสื่อม ประกอบด้วยการดึงคอ การใช้อุปกรณ์ประคบร้อน การนวดคลายกล้ามเนื้อ และการบริหารกล้ามเนื้อคอเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและการทรงตัว
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำให้เกิดการกดทับที่คอ การปรับท่านั่งทำงานและการนอนให้ถูกต้อง
คำแนะนำจากคุณหมอ: การบริหารกล้ามเนื้อคออย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด จะช่วยลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อรอบคอและช่วยลดความถี่ของอาการวิงเวียนศีรษะได้อย่างยั่งยืน

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง

เพื่อความปลอดภัยและการป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ผู้สูงอายุและผู้ดูแลควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

  • ห้ามสะบัดคอหรือดัดคออย่างรุนแรงโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เส้นเลือดหรือเส้นประสาทได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
  • หลีกเลี่ยงการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือนานเกินไป
  • ไม่ควรซื้อยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้เวียนหัวมารับประทานเองต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ปรึกษาแพทย์

วิธีป้องกันและการดูแลสุขภาพกระดูกคอในระยะยาว

การป้องกันสามารถทำได้โดยการปรับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เลือกใช้หมอนที่รองรับส่วนโค้งของกระดูกคอได้อย่างพอดี ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและคอ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีเพื่อบำรุงกระดูก และหลีกเลี่ยงความเครียดซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดเกร็งและทำให้อาการเวียนหัวแย่ลง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down